เป็นเวลามากกว่าศตวรรษที่ “เจียไต๋” เติบโตเคียงข้างเกษตรกรไทย องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน สร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งกระทั่งเป็นผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ซึ่งวันนี้ก้าวข้ามจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ปรับแนวทางธุรกิจ ผันตัวจากการเป็นผู้ส่งมอบปัจจัยการผลิต (Input Provider) สู่การเป็นผู้ส่งมอบโซลูชันทางการเกษตร (Solution Provider) ผลักดันศักยภาพพี่น้องเกษตรกรไทยให้ก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ มุ่งส่งมอบองค์ความรู้ เทคโนโลยี แผนการเพาะปลูก และการเป็นที่ปรึกษาด้านการเกษตร เพื่อยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรไทยให้ไปไกลขึ้นกว่าเดิม
คุณทวีสุข เมฆธวัชชัยกุล Chief Commercial Officer บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เจียไต๋ Explore ไปยังแนวทางการทำธุรกิจใหม่ในฐานะ Solution Provider เกิดจากความตั้งใจที่จะยกระดับภาคการเกษตรของไทยให้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกษตรกรสามารถข้ามผ่านความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยการเสาะหานวัตกรรมทางการเกษตรที่เหมาะสมมาปรับใช้กับภาคเกษตรของไทย พร้อมดำเนินธุรกิจด้านการเกษตรที่ครบครันตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ
เริ่มต้นจากความเชี่ยวชาญในปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ได้ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในด้านต่างๆ ทั้งงานวิจัย รวมถึงสินค้าและบริการ เกิดเป็นโซลูชันทางการเกษตรที่ครบครันตั้งแต่การเลือกใช้สายพันธ์ุพืชจนถึงการเก็บเกี่ยว

ขณะเดียวกัน ยังได้ริเริ่ม “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” หรือ "ศูนย์เกษตรเจียไต๋" ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโรงเรียนเกษตรยุคใหม่ ที่เปิดให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ร่วมวางแผนการจัดการการเพาะปลูก เพื่อให้การเพาะปลูกเกิดประสิทธิภาพสูงสุดผ่านการผสานองค์ความรู้ สินค้า บริการ เทคโนโลยี การจัดการ และการให้คำปรึกษา นอกจากนี้ยังแบ่งปันองค์ความรู้ผ่าน “เจียไต๋ อะคาเดมี” ซึ่งเป็นการเปิดอบรมเกษตรกรและผู้ที่สนใจ เพิ่มทักษะความสามารถ สร้างอาชีพใหม่ให้ชุมชน เกิดเป็นกลุ่มผู้ให้บริการด้านการเกษตร (Service Provider) ที่ทำให้เกษตรกรเพาะปลูกได้สะดวก มีประสิทธิภาพ แม่นยำ ประหยัดเวลา แรงงาน และสามารถควบคุมต้นทุนได้ อีกทั้ง ยังช่วยปรับเปลี่ยนการเกษตรแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นเกษตรแบบมืออาชีพ มีความมั่นคง และดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้กลับมาทำเกษตร

ในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เจียไต๋พัฒนาและนำเสนอเครื่องมือที่ตอบโจทย์เกษตรกรยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์พืชคุณภาพ 520 สายพันธุ์จากพืช 63 ชนิด ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีชีวภาพที่ปลอดภัย โดรนการเกษตรแบบไร้คนขับ พวงมาลัยอัจฉริยะ โรงเรือนอัจฉริยะและระบบภายในโรงเรือน ตลอดจนรถบริการ Service Provider ที่ช่วยให้การเพาะปลูกเป็นไปอย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและสภาพพื้นที่ของเกษตรกรไทยในแต่ละภูมิภาค

“หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของเจียไต๋ คือการก้าวสู่บทบาทของ Solution Provider หรือผู้ส่งมอบสูตรสำเร็จทางการเกษตร โดยเจียไต๋ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่การจำหน่ายสินค้าเกษตร แต่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ผ่านกระบวนการวางแผนร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการผนึกองค์ความรู้เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น การร่วมกันวางแผนจัดการการเพาะปลูกให้ตอบโจทย์กับแต่ละแปลงของเกษตรกร หรือที่เรียกว่า Customized Crop Management Plan ผสานเข้ากับการใช้งานสินค้า บริการ และเทคโนโลยี ควบคู่กับการให้คำแนะนำด้านการบริหารจัดการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกใช้สายพันธ์ุพืชให้เหมาะกับพื้นที่ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและส่งถึงตลาด แนวทางการวางแผนร่วมกับเกษตรกรในลักษณะนี้ ช่วยให้สามารถแก้ปัญหาเฉพาะของแต่ละพื้นที่และแต่ละสภาพอากาศได้อย่างตรงจุด เจียไต๋ ไม่เพียงเน้นเรื่องคุณภาพและปริมาณของผลผลิต แต่ให้ความสำคัญกับความสำเร็จของเกษตรกรเป็นหลักสำคัญ”
การก้าวสู่บทบาทของ Solution Provider จึงเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ที่เจียไต๋ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาตัวเอง เพื่อให้สามารถก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งยังสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเจียไต๋ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งมอบนวัตกรรมการเกษตรด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ เพราะเจียไต๋ต้องการให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มั่นคง มีเสถียรภาพทางรายได้ มีความเป็นมืออาชีพ และมีความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาเกษตร โดยมุ่งเป้าหมายให้เกษตรกรมีพืชดี ฐานะดี และชีวิตที่ดี
แน่นอนว่าด้วยดีเอ็นเอที่ไม่เคยหยุดนิ่งเพื่อเกษตรไทย เจียไต๋ยังจับตามองเทรนด์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งพบว่าเทรนด์ที่กำลังจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น ได้แก่ Smart & Precision Farming, Digital Platform, Traceability และ Sustainability & Low-Carbon Farming & Optimal Chemical Usage ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็นแนวโน้มสำคัญในภาคการเกษตรของโลก และมีบทบาทมากขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน


เพื่อรองรับเทรนด์ที่มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นเหล่านี้ เจียไต๋มุ่งมั่นพัฒนาเกษตรกรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเกษตรแม่นยำ เช่น โดรนเกษตร โรงเรือนอัจฉริยะและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้การจัดการฟาร์มสะดวกขึ้น ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น และนำไปสู่ระบบเกษตรที่ยั่งยืน โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีการเกษตรชั้นนำจากญี่ปุ่นและจีน เพื่อนำเสนอเทคโนโลยี รวมถึงเครื่องจักรกลทางการเกษตรสู่พี่น้องเกษตรกรไทย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทำเกษตรแบบสมาร์ตฟาร์ม และเกษตรแม่นยำ รวมถึงได้พัฒนาทักษะความสามารถของกลุ่มผู้ให้บริการด้านการเกษตร ผลักดันการทำเกษตรบนพื้นที่แปลงใหญ่

นอกจากนี้ยังสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับให้กับสินค้าทางการเกษตรให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพ รวมถึงสร้างมาตรฐานให้เกษตรกรผู้ปลูกพัฒนาคุณภาพผลผลิต เพิ่มมูลค่า ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้ ด้านเกษตรปลอดภัย เจียไต๋ให้คำแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างเหมาะสมตามช่วงเวลา ปริมาณ และบริบทของแปลงเกษตร ผ่านทีมส่งเสริมเกษตร รวมถึงทีมนักเกษตรที่ร่วมวางแผนจัดการการเพาะปลูก โดยเน้นที่ความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
คุณทวีสุขกล่าวถึงเป้าหมายของเจียไต๋จากการดำเนินธุรกิจในบทบาทของ Solution Provider คือการยกระดับอาชีพเกษตรกรไทยสู่เกษตรกรมืออาชีพ ที่มีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน ส่งมอบผลผลิตที่มีคุณภาพในปริมาณที่คุ้มค่า อีกทั้งยังสามารถขับเคลื่อนการเพาะปลูกจากเพาะปลูกในพื้นที่แปลงย่อย สู่พื้นที่แปลงใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มทุนมากกว่า และช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดการและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“เทคโนโลยีการเกษตรยังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความแม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความปลอดภัยให้การทำเกษตรเป็นเรื่องที่สมาร์ตและสะดวก ตอบรับกับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มีความภาคภูมิใจ มีความมั่นคง และสามารถดึงคนรุ่นใหม่ให้กลับมาสานต่อการเกษตรของครอบครัว เพื่อลดทอนปัญหาการขาดแคลนแรงงานคุณภาพ ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต”
เป้าหมายเหล่านี้ล้วนมุ่งเสริมให้อาชีพเกษตรกรซึ่งเป็นอาชีพหลักของไทย และเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจประเทศ มีความแข็งแกร่ง และสามารถครองตำแหน่งผู้ส่งออกผลผลิตทางการเกษตรในระดับนานาชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน