“พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้” คือการส่งสารจากแบรนด์กาแฟไทยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของร้านคาเฟ่ธรรมดา สู่การเป็นแบรนด์ที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่และจับต้องได้ สร้างความแตกต่างด้วย Brand DNA ที่คมและชัดเจน เชื่อมโยงกับลูกค้าในหลากหลายมิติ ด้วยการส่งมอบเครื่องดื่มที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านคอนเซ็ปต์ Creative Thai Taste ที่หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นทั่วไทยมาสร้างสรรค์เมนูที่ไม่เหมือนใครบวกความสนุกในรสชาติแบบไทยๆ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ สร้าง Loyalty และข้อเสนอสุดพิเศษผ่านการทำ CRM ทำให้พันธุ์ไทยกลายเป็นมากกว่าร้านกาแฟ แต่เป็นแบรนด์ที่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าในทุกๆ วัน
คุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เผยถึงความสำเร็จของพันธุ์ไทยว่า มาจากความเข้าใจลึกซึ้งในความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ได้มองแค่รสชาติของเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเรื่องราว ความหมาย และการมีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างแท้จริง การทำให้พันธุ์ไทยกลายเป็นมากกว่าร้านขายเครื่องดื่มนี้เอง คือหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น

“ที่พันธุ์ไทยเราให้ความสำคัญกับการบริการและประสบการณ์ของลูกค้าเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ พนักงานทุกคนของเราต้องผ่านการอบรมอย่างละเอียดและต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนเข้าใจถึงมาตรฐานการบริการที่เราต้องการถ่ายทอด ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้ม การดูแลเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ไปจนถึงการให้คำแนะนำเกี่ยวกับเมนูอย่างมืออาชีพ
ในด้านคุณภาพของวัตถุดิบ เราใส่ใจตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการคัดเลือกเมล็ดกาแฟและวัตถุดิบอื่นๆ จากแหล่งที่เชื่อถือได้และมีคุณภาพสูง พร้อมทั้งมีการตรวจสอบคุณภาพอย่างสม่ำเสมอในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การจัดเก็บ การขนส่ง ไปจนถึงกระบวนการชง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกแก้วที่เสิร์ฟถึงมือลูกค้าจะมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
เราเชื่อว่าความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการอบรมพนักงานอย่างจริงจัง หรือการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบอย่างเข้มงวด คือหัวใจสำคัญที่ทำให้พันธุ์ไทยสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง เพราะสำหรับเรา ‘คุณภาพ’ ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือการลงมือทำในทุกขั้นตอน ทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในร้านไปจนถึงตอนก้าวออกไป”
ในแง่ของผลิตภัณฑ์ พันธุ์ไทยไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ โดยเฉพาะการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาปรับใช้และเพิ่มคุณค่าอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้ตาลโตนด จากอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา มานำเสนอให้แก่ผู้บริโภคในเมนู “กาแฟโตนด” ที่กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยม ที่สะท้อนให้เห็นว่านอกจากความหวานละมุนที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ทุกเมนูของพันธุ์ไทยมีเรื่องเล่า มีที่มา และเป็นการผสมผสานระหว่างรสชาติ ความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญเป็นการสนับสนุนชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย

มากไปกว่านั้น เมนูที่น่าสนใจของพันธุ์ไทยมาจากการเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งสูตรเครื่องดื่มตามใจชอบ (DIY) ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกผูกพันและอยากบอกต่อประสบการณ์นี้กับเพื่อนๆ และครอบครัว จนนำมาซึ่งกระแสการแชร์ใน Social Media อย่างกว้างขวาง ซึ่งนับเป็นการสร้างสรรค์ UGC (User Generated Content) ที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นธรรมชาติมากๆ เนื่องจากเป็นคอนเทนต์ที่มาจากผู้บริโภคจริงและประทับใจจนเกิดการบอกต่อ

ไม่เพียงเท่านั้น พันธุ์ไทยยังเป็นตัวอย่างของการสร้าง “ระบบนิเวศธุรกิจ” ที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ด้วยการทำงานร่วมกับเกษตรกรท้องถิ่นโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ปลูกเมล็ดกาแฟอาราบิก้าภายใต้ร่มเงาของป่าไม้ตามแนวทางการเกษตรยั่งยืน ซึ่งเป็นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติพร้อมกับสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร โดยพันธุ์ไทยทำสัญญารับซื้อในราคายุติธรรม ทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต และสามารถวางแผนชีวิตได้ระยะยาว
สิ่งนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพของกาแฟพันธุ์ไทย และเป็นจุดขายที่สำคัญในตลาดที่ผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงเรื่องความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น
“เรามีเป้าหมายต้องการสนับสนุนการใช้ของไทย การใช้เมล็ดกาแฟไทย เพื่อให้เกษตรกรไทยอยู่ดีมีสุขเราจึงส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้าในพื้นที่ภาคเหนือโดยเริ่มจากเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน มีเป้าการขยาย 30,000 ไร่ ภายใน 5 ปี จัดตั้งทีมส่งเสริมของเราเอง ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์กับชาวบ้านในพื้นที่ ประเมินพื้นที่ ประเมินความพร้อมของเกษตรกร จัดเตรียมต้นพันธุ์ ให้ความรู้เรื่องการเตรียมแปลงปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว จนไปถึงการแปรรูปเบื้องต้น เพื่อให้เกษตรกรได้มีผลผลิต มีรายได้อย่างยั่งยืน” คุณสุขวสา ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาและวางรากฐานธุรกิจให้มั่นคง

พันธุ์ไทยยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ ESG โดยนำมาใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการทุกด้าน ตั้งแต่การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้จริง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มกาแฟดริปรักษ์โลก การร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชนในโครงการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่าไม้ การทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างแท้จริง ทุกขั้นตอนล้วนสะท้อนความตั้งใจที่จะไม่สร้างภาระให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคม นับเป็นโมเดลธุรกิจที่หลายแบรนด์ยังต้องเรียนรู้และพัฒนา

ในส่วนของการขยายธุรกิจ พันธุ์ไทยไม่ได้จำกัดแค่ร้านกาแฟแบบเดิม แต่ยังสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่หลากหลาย เช่น ร้านขนาดใหญ่ในทำเลสำคัญ ร้าน Kiosk ในสถานีบริการน้ำมัน ร้านกาแฟเคลื่อนที่ Food Truck ที่สามารถไปถึงลูกค้าในงานอีเวนต์หรือจุดต่างๆ รวมถึงการทดลองขยายไปยังธุรกิจอาหารไทยร่วมสมัย เช่น ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย ที่สร้างความแปลกใหม่และตอบโจทย์ตลาดคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบอาหารไทยในบรรยากาศสบายๆ
นอกจากนี้ยังมีการขยายตลาด Home Coffee ผ่านกาแฟแคปซูลและกาแฟดริปที่ใช้บรรจุภัณฑ์ Compostable ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเทรนด์การบริโภคอย่างรับผิดชอบในยุคปัจจุบัน
พันธุ์ไทยยังได้สร้างความร่วมมือกับแบรนด์ใหญ่ๆ อย่างเช่น การร่วมมือกับกระทิงแดงในแคมเปญ “ดีดศาสตร์” ซึ่งนำเสนอเครื่องดื่มกาแฟผสมพลังงานที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และความเป็นไทยแท้ แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จสูง โดยยอดผู้เข้าร้านเพิ่มขึ้นถึง 20% พร้อมกับขยายฐานลูกค้าทั้ง 2 แบรนด์อย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นตัวอย่างของการทำ Co-Branding ที่ลงตัวและแตกต่างในตลาดที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด
ในแง่ของการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ พันธุ์ไทยดึงระบบบริการเดลิเวอรี่เข้ามาช่วยลดระยะห่างระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้ใกล้กันมากขึ้น รวมไปถึงยังพัฒนาระบบสมาชิก Max Card Plus เพื่อสร้างความผูกพันและเพิ่มมูลค่าการซื้อขาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้รับสิทธิพิเศษและใส่ใจในแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งช่วยเสริมสร้างความจงรักภักดีและเพิ่มความถี่ในการมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
“พันธุ์ไทยไม่ใช่แค่ธุรกิจกาแฟ แต่เป็นเรื่องราวของการสร้างสรรค์ที่ผสมผสานความเป็นไทยกับนวัตกรรมและความรับผิดชอบอย่างลงตัว การทำงานอย่างจริงจังและมีวิสัยทัศน์ยาวไกลนี้เองที่ทำให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นแบรนด์ไทยล้ำหน้าทัดเทียมกับแบรนด์ต่างชาติ” คุณสุขวสา กล่าวทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ นี่คือพลังที่ทำให้พันธุ์ไทย “อะไรก็เป็นไปได้” อย่างแท้จริง