เมื่อแบรนด์ไม่ใช่แค่เจ้าของสินค้า และเอเจนซี่ไม่ใช่แค่คนคิดโฆษณา ชิ้นงานที่ออกมา คือผลลัพธ์ของ ‘งานกลุ่ม’
.
[การเดินทางของ “ทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด” สู่รางวัลระดับประเทศและสากล]
.
หนึ่งในไอเดียโฆษณาที่ทั้งอบอุ่น สนุก และกินใจจาก Bar B Q Plaza ที่เกิดจากการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมแบรนด์ Food Passion ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า และเอเจนซี่โฆษณา GREY Thailand จนคว้าหลายรางวัลใหญ่ทั้งในไทยและเวทีสากล
.
ในเวที DAATDAY 2025 คุณรัฐ ตระกูลไทย (Chief Marketing Officer, Food Passion Co., Ltd.) และคุณจิรเดช เพ่งเล็งผล (Executive Creative Director, GREY Thailand) ได้เปิดเบื้องหลังแนวคิด วิธีทำงานร่วมกัน และความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับเอเจนซี่ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ “ว่าจ้าง-ทำงาน” แต่คือการเป็น “ทีมเดียวกัน” อย่างแท้จริง
.
.
[จากบรีฟธุรกิจ สู่โฆษณาที่มีชีวิต]
.
คุณรัฐ ตระกูลไทย (Chief Marketing Officer, Food Passion Co., Ltd.) เล่าให้ฟังว่า “จริง ๆ เราไม่ได้บรีฟแค่ให้ขายของ เราบรีฟเพื่อย้ำดีเอ็นเอของแบรนด์ว่าเรา ‘ทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด’ ที่อยู่กับเรามา 10 ปีแล้ว และยังคงต้องทำให้ดีที่สุด ‘ในโลกยุคใหม่’ ด้วย”
.
โจทย์ของแคมเปญนี้ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการสื่อสารคุณค่าหลักของแบรนด์ให้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ผ่านโลกยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็ว มีคู่แข่งเยอะ และคนสนใจแต่สิ่งที่ “น่าจดจำ”
.
ทาง คุณจิรเดช เพ่งเล็งผล (Executive Creative Director, GREY Thailand) จึงรับหน้าที่ทำให้การรับประทานอาหารมื้อหนึ่งกลายเป็นสิ่งที่มีความหมาย ทั้งในแง่ Emotional และ Commercial
.
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของครีเอทีฟไอเดีย “พลิกให้ชีวิตอร่อย” ที่ไม่เพียงแต่พลิกบนเตาปิ้ง แต่ยังพลิกมุมมองของชีวิตว่า ไม่ว่าจะเจอเรื่องดีหรือร้าย มื้อนี้คือเวลาที่เรา “ยังอยู่” และควรให้คุณค่ากับมันที่สุด
.
.
[โฆษณาที่ดี ต้องวัดผลได้ และรู้สึกได้]
.
แคมเปญนี้ไม่เพียงสร้าง Awareness หรือ Content น่ารักๆ ไว้ดูเพลินๆ เท่านั้น แต่ทำหน้าที่ครบทั้ง Branding, Storytelling, Emotion, Sales Activation และ Experience ในทุกจุดของ Customer journey
.
“มันคือการเปลี่ยน Experience ให้ไปอยู่กลาง Purchase” คุณจิรเดช กล่าวเสริม
.
โฆษณาชุดนี้ใช้ตัวคาแร็กเตอร์ “คามะจัง” ซึ่งเป็นลูกชิ้นปลาที่อยู่ในเมนูต่างๆ ของร้าน Bar B Q Plaza ที่มี “หน้ายิ้ม” อยู่คู่มากับร้านอย่างยาวนาน ในครั้งนี้จึงถูกหยิบมาต่อยอดจากคีย์เวิร์ด “พลิกให้ชีวิตอร่อย”
.
โดยระหว่างที่แบรนด์และทีมต้องครีเอตแคมเปญถัดมา ช่วงนั้นอยู่ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด แฟนคลับอาจจะออกไปลองร้านใหม่ๆ บ้าง จึงเป็นที่มาของการดึงผู้บริโภคให้กลับมาใช้บริการที่ร้าน
.
ผ่านแคมเปญที่มีลูกอ้อนหน่อยๆ ปนความชวนสงสัย โดยการเปลี่ยน Corporate Identity ที่อยู่คู่กับบาร์บีคิวพลาซ่ามานานกว่า 30 ปี อย่างเจ้าคามะจังที่มีหน้ายิ้มให้กลายเป็นหน้าเศร้า “Sad Kama-Chan”
.
มีลูกเล่นคือชวนให้ User มาร่วมถ่ายรูปและแชร์บนโซเชียล จะเป็นพลังที่สามารถทำให้คามะจังกลับมายิ้มได้อีกครั้ง จากไอเดียดังกล่าวส่งผลให้คามะจังหน้าเศร้ากลายเป็น Talk Of The Town ที่สำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภคที่สามารถวัดผลได้โดยที่ทั้งหมดลิงก์กลับมาที่ “Product Signature” ของร้าน และปลายทางคือ Conversion ที่วัดได้จริง
.
.
[ความลับของความสำเร็จ: Trust & Respect]
.
การทำงานร่วมกันของทีมแบรนด์และเอเจนซี่ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การส่ง Brief แล้วรอ Present แต่เป็นการเข้าใจ DNA ของกันและกันแบบลึกซึ้ง พร้อมเปิดใจและเคารพความเชี่ยวชาญของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง
.
คุณรัฐ อธิบายว่า “เราทำงานร่วมกันแบบงานกลุ่ม ฉะนั้นเราจะสามารถแชร์ไอเดียร่วมกันได้ แต่อยู่บน Criteria ที่เรามีร่วมกัน อย่างงาน Creative ก็ต้องเข้าใจฝั่ง Operation ไปพร้อมๆ กัน เพราะเราคือกลุ่มคนทำงานที่อยากให้ชิ้นงานออกมาดีที่สุดด้วยกัน”
.
ความสัมพันธ์แบบนี้ ทำให้ทุกคอมเมนต์ไม่ใช่ “Feedback” แต่เป็น “Feedback เพื่อผลักดัน” และทำให้ทุกคนในทีมอยากกลับไปพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น แล้วกลับมาแชร์สิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิมให้แก่กัน

[“รางวัล” ไม่ใช่ปลายทาง แต่คือผลลัพธ์ของ “ระหว่างทาง”]
.
แคมเปญนี้คว้ารางวัลจากหลายเวที ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ (Adman, Spikes Asia, AdFest, Cannes Lions) ซึ่งไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะทุกคน “ช่วยกัน” ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคิด คุย ถกเถียง ทดสอบ และเข้าใจความยากของการนำไอเดียมาสู่การปฏิบัติจริง
.
อย่าในเคสนี้ หลังบ้าน Bar B Q Plaza มีการเปลี่ยนหลายอย่าง แค่จะให้ “คามะจังหน้าเศร้า” ปรากฏในจาน ต้องปรับ Production ใช้ต้นทุนหลักแสน แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทุกคนรู้ว่า ทุกคนพร้อมช่วยให้ Idea นี้เกิด
.
.
[คาถาทำงานระหว่าง “แบรนด์ x เอเจนซี่” ให้เวิร์ก]
.
3 อย่างที่ทีมทั้ง 2 เห็นตรงกันว่าเป็นหัวใจของความร่วมมือ คือ:
1. เข้าใจ - ไม่ใช่แค่เข้าใจลูกค้า แต่เข้าใจ Consumer จริงๆ ว่าเขารู้สึกยังไง ต้องการอะไร
2. สร้างสรรค์ - ความคิดสร้างสรรค์ไม่จำกัดแค่ไอเดียสวยๆ แต่รวมไปถึงทุก Touchpoint เช่น Uniform, Service, หรือแม้แต่ Sales Promotion ก็ต้องมีความคิดสร้างสรรค์
3. วัดผลได้ - ทุกสิ่งที่ทำต้องสามารถพาไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Traffic, Engagement หรือยอดขาย
.
โฆษณาไม่ได้ดีแค่เพราะ “ไอเดียเจ๋ง” หรือ “ถ่ายสวย” แต่เพราะมันคือบทพิสูจน์ว่าการทำงานร่วมกันอย่าง “เข้าใจ + เคารพ + เปิดใจ” ระหว่างแบรนด์กับเอเจนซี่ สามารถเปลี่ยนไอเดียเล็กๆ ให้กลายเป็นแคมเปญใหญ่ ที่ส่งพลังทั้งในใจผู้บริโภคและในกระดานผลประกอบการได้จริง
.
“Creative ไม่จำเป็นต้อง Always Create บางครั้งแค่ ‘หยิบสิ่งที่มีอยู่แล้ว มามองให้ต่าง’ ก็เป็นพลังสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนทุกอย่างได้เหมือนกัน” คุณจิรเดช กล่าวทิ้งท้าย
