ในยุคที่ห้างสรรพสินค้ากระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง ความแตกต่างไม่ได้วัดกันที่ขนาดหรือจำนวนสินค้าอีกต่อไป แต่คือ “ประสบการณ์” ที่ผู้บริโภคได้รับ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมาเยือนประเทศไทยมากขึ้น และกำลังกลายเป็นตลาดเป้าหมายหลักของผู้เล่นค้าปลีกหลายราย
หนึ่งในนั้นคือ โลตัส ห้างสรรพสินค้าภายใต้การบริหารของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ที่เดินเกมเชิงรุกเพื่อชิงส่วนแบ่งนักท่องเที่ยว หลังพบว่ายอดขายจากกลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 20–30% ในบางสาขา โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา สมุย รวมถึงกรุงเทพฯ ย่านสุขุมวิทและพระราม 1 ซึ่งมีทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า และระบบขนส่งที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
ปัจจุบัน โลตัสมีสาขาที่เป็นสาขาท่องเที่ยว (Tourist Stores) จำนวน 19 สาขาทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างชาติ พร้อมจัดโซนพิเศษที่รวบรวมสินค้ายอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น ขนม ของฝาก สมุนไพรไทย เสื้อผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า
พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเองก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะชาวจีนรุ่นใหม่ที่นิยมเดินทางด้วยตัวเองมากกว่าการมากับทัวร์ พวกเขามักค้นหาข้อมูลก่อนเดินทาง และชอบการช้อปปิ้งที่สะดวก รวดเร็ว และสามารถจัดส่งสินค้าไปยังโรงแรม หรือแม้แต่ส่งตรงกลับประเทศได้
โลตัสจึงปรับตัวด้วยการทำตลาดเชิงรุกบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพราะพฤติกรรมการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวแต่ละชาติแตกต่างกัน เช่น นักท่องเที่ยวจีนและญี่ปุ่นนิยมซื้อของฝาก ขณะที่ชาวอินเดียมักเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อนำกลับประเทศ เนื่องจากราคาคุ้มค่ากว่าประเทศต้นทาง
นางสาววรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงาน Transformation กล่าวว่า “กลุ่มนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะแฟนคลับศิลปิน มีอิทธิพลในการมีส่วนร่วมผ่านสื่อดิจิทัล หรือ digital engagement เราเชื่อว่าการสร้างความผูกพันกับลูกค้ากลุ่มนี้ จะทำให้แบรนด์โลตัสถูกพูดถึงมากขึ้นบนแพลตฟอร์มโซเชียล สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าถึงง่าย และเป็นเพื่อนใกล้ชิดในชีวิตประจำวันของลูกค้า”
นอกจากนี้ โลตัสยังเดินหน้าขยายบริการ Omni-channel เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการขนของกลับเอง โดยสามารถจัดส่งสินค้าไปยังโรงแรม หรือส่งกลับประเทศได้โดยตรง พร้อมเปิดให้สมัคร Lotus’s Tourist Card ซึ่งมอบสิทธิพิเศษจากพันธมิตรหลากหลายแบรนด์ ทั้งร้านอาหาร ความบันเทิง และบริการด้านสุขภาพ
หนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือ โลตัสยังไม่หยุดแค่การขายสินค้า แต่ขยายไปสู่การเป็น “เวทีทางวัฒนธรรม” ด้วยการเปิดตัวแคมเปญร่วมกับบอยกรุ๊ปไทย–จีน “NexT1DE” ที่มีฐานแฟนหนาแน่นในเอเชีย โดยเฉพาะจีนและอินโดนีเซีย ทำให้ห้างไม่เพียงเป็นที่ช้อป แต่กลายเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ร่วมกับกลุ่ม Gen Z และแฟนคลับต่างชาติ ซึ่งมีอิทธิพลสูงในการขับเคลื่อนกระแสบนโซเชียลมีเดีย
โลตัสยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการ Tourist Card ร่วมกับพันธมิตรมากกว่า 20 แบรนด์ ทั้งร้านอาหาร ความบันเทิง ทัวร์ และบริการสุขภาพ เพื่อมอบสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งด้วยการจัดโซนพิเศษในสาขาท่องเที่ยว รวมถึงเพิ่มฟีเจอร์ในแอป MyLotus’s เช่น การสะสมแต้มและคูปองพิเศษ
แม้สภาวะเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกจะท้าทาย แต่โลตัสเชื่อว่าตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในครึ่งปีหลัง โดยยังคงยึดแนวทางการกระจายความเสี่ยง ไม่พึ่งพานักท่องเที่ยวเพียงชาติเดียว แต่เน้นสร้างฐานลูกค้าที่หลากหลาย เพื่อผลักดันให้โลตัสเติบโตอย่างมั่นคง และก้าวสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งอาหารและไลฟ์สไตล์สำหรับคนทุกเจเนอเรชั่น” ที่ใครๆ ก็สามารถ “รู้สึกดีๆ ได้ทุกวันที่โลตัส”