BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,297
VIEWS

เชียงใหม่เมืองหลวงกาแฟ เบื้องหลัง Slow Life สู่ธุรกิจพันล้าน
ไลฟ์สไตล์สุดชิล ที่ซ่อนโอกาสทางธุรกิจมหาศาล

ก.ย. 07, 2568 S.Vutikorn
เชื่อหรือไม่ว่า “ย่านนิมมานเหมินท์” ที่ครอบคลุมตั้งแต่หัวถนนนิมมานเหมินท์จากศูนย์การค้าเมญ่ามาจนถึงสวนสุขภาพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ระยะทางประมาณ 850 เมตร กับซอยย่อยอีกสิบกว่าซอยที่ไปเชื่อมต่อกับถนนศิริมังคลาจารย์ด้านหลัง

พื้นที่ไม่ถึง 1 ตารางกิโลเมตรนี้ มีร้านกาแฟขนาดเล็กและใหญ่เปิดให้บริการอยู่ถึง 74 ร้าน (สำรวจเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2025)

ใครที่เคยไปเที่ยวเชียงใหม่น่าจะรู้สึกเหมือนกันว่าเชียงใหม่มีร้านกาแฟเยอะ เยอะมากจนน่าทึ่ง 

ที่สำคัญคือ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีหลายปัจจัยที่ทำให้เชียงใหม่กลายเป็น "เมืองหลวงแห่งคาเฟ่" ของไทยได้แบบเต็มตัว เราลองมาดูกันที่ละประเด็น

Slow Life
อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเชียงใหม่สืบทอดมาจากวัฒนธรรมล้านนา ทำให้วัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนเชียงใหม่ค่อนข้างจะ Slow Life คือ ใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ ชอบนั่งคุย ชิล ๆ ร้านกาแฟดีๆ จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้

อีกหนึ่งเหตุผลก็คือ ขณะที่คนในเมืองใหญ่ต้องหมดเวลาไปกับรถติดบนท้องถนน แต่ที่เชียงใหม่ผู้คนสามารถเดินทางไปมาไหนในละแวกใกล้เคียงด้วยเวลาเฉลี่ย 10-15 นาที หมายความว่าเด็กมช. ที่เรียนเสร็จแล้วมีเวลา 1-2 ชั่วโมงก็สามารถขึ้นไปเที่ยวดอยสุเทพ ดอยปุย หรือจะออกมานั่งร้านกาแฟก็ทำได้สบายๆ

นอกเหนือจาก Slow Life แล้วก็ต้องยอมรับว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีแวดล้อมที่เอื้อกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพราะมีคนครีเอทีฟไม่ว่าจะเป็น ดีไซเนอร์, ศิลปิน, ช่างภาพ, ครีเอเตอร์ รวมตัวอยู่มากมาย และยังมีศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ มี Co-working Space มีแกลเลอรี่ กระจายอยู่ทั่วเมือง ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลบวกกับธุรกิจร้านกาแฟ

ธรรมชาติ + บรรยากาศ

เชียงใหม่ตั้งอยู่ในภาคเหนือของประเทศมีพื้นที่ 20,107.057 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 12,566,911 ไร่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาและป่าไม้ มียอดเขาสูงที่สุดในประเทศไทยคือ ดอยอินทนนท์ นอกจากนี้ยังมีดอยอื่นๆ เช่น ดอยผ้าห่มปก, ดอยหลวงเชียงดาว, ดอยสุเทพ ฯลฯ และยังมีพื้นที่ราบลุ่มและที่ราบเชิงเขากระจายอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขา

เชียงใหม่จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพราะมีธรรมชาติและบรรยากาศที่เอื้ออำนวย รวมถึงยังมีวัฒนธรรมล้านนาที่เป็นจุดเด่น ร้านกาแฟในเชียงใหม่จึงสามารถดึงเอาจุดขายเหล่านี้มาสร้างเป็นคาแร็กเตอร์เฉพาะตัวได้มากมาย

เชียงใหม่จึงมีร้านกาแฟที่หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่บ้านไม้เก่า โรงบ่มใบยาสูบ หรือแม้แต่คาเฟ่กลางทุ่งนาที่ขายประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

ย่านการค้า

ด้วยความที่เป็นเมืองเก่าแก่มีอายุถึง 729 ปี เชียงใหม่จึงมีย่านการค้าและชุมชนทั้งเก่าแก่และร่วมสมัย ซึ่งเป็นแม่เหล็กดึงคนเข้าไปในย่านเป็นจำนวนมาก เมื่อมีผู้คนหมุีนเวียนเข้ามาก็ย่อมหมายถึงมีโอกาสทางธุรกิจตามมา 

ทีมงานมีโอกาสได้ไปสำรวจย่านสำคัญๆ ทั้งเก่าและใหม่ของเมืองเชียงใหม่มาหลายย่านด้วยกัน

1. นิมมานเหมินท์ / ถนนศิริมังคลาจารย์

แรกเริ่มเดิมทีย่านนี้เคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหรือบ้านจัดสรรมาก่อน จะมีก็เพียงนิมมานเหมินท์ ซอย 1 ที่เป็นแหล่งรวมผลงานศิลปะ มีทั้งแกลเลอรี่ มีร้านจำหน่ายของแต่งบ้าน, แฟชั่น, ร้านอาหาร อาทิ เผ่าทอง ทองเจือ, แมวใจดี, กองดีการ์เด้นท์, หอมปากหอมคอ ฯลฯ 

เมื่อมีชุมชนร้านค้าที่มีความสนใจเหมือนกันนิมมานฯ ซอย 1 จึงมีผู้คนหมุนเวียนมาเดินตลอดทั้งปี จนกระทั่งร้านค้าในย่านนั้นมีการจัดงาน NAP ขึ้นมา นิมมานฯ ซอย 1 จึงค่อยๆ ได้รับการยอมรับว่าเป็น Street Culture แห่งใหม่ของเชียงใหม่ ย่านนิมานฯ จึงกลายมาเป็นย่านฮิปของเชียงใหม่ ขวัญใจนักท่องเที่ยวกรุงเทพฯ และชาวต่างชาติในเวลาต่อมา

จากการสำรวจของทีมงาน แค่ย่านนี้ย่านเดียวมีร้านกาแฟเปิดให้บริการถึง 74 ร้าน

2. สันป่าข่อย 

สันป่าข่อยเป็นอีกย่านที่กำลังได้รับความนิยมในช่วง 3-4 ปีนี้ เดิมที่ย่านนี้เป็นย่านชุมชนค้าขายเก่า เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ และมีตลาดสดขนาดใหญ่

สันป่าข่อยในปัจจุบันมีร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่สมัยใหม่ ผับบาร์เข้ามาเปิดใหม่ แต่เป็นการเปิดร้านอยู่ในบ้าน หรืออาคารเก่า บ้างก็เอาโกดังเก่าที่เปิดมาตั้งแต่สมัยการค้าขายทางรถไฟยังได้รับความนิยมมาดัดแปลง 

จุดเช็คอินที่นักท่องเที่ยวจดจำในย่านนี้ก็คงหนีไม่พ้นอาคารอนุสาร อาคารเก่าอายุร่วม 100 ปี ที่ถูกนำมาเป็นคอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ มีร้านอาหารหลายร้านเปิดให้บริการอยู่

สันป่าข่อย ถือเป็นย่านเก่าที่บิวท์ใหม่ แต่ยังคงความเป็น Local แม้จะมีการปรุงแต่งแต่ไม่จัดจ้าน และเป็นย่านที่คนเชียงใหม่อยู่และใช้ชีวิตจริงๆ 

ย่านนี้มีคาเฟ่ที่อยู่ในตึกเก่าและโกดังวินเทจๆ ให้เดินถ่ายรูปและนั่งชิลอยู่ไม่น้อย

3. ช้างม่อย

ช้างม่อยเป็นย่านเก่าแก่ของชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวอินเดียที่กระจายมาจากถนนท่าแพ และตลาดวโรรส ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชุมชนการค้าดั้งเดิมที่ยังคงเสน่ห์จากการผสมผสานความหลากหลายของผู้คน วัฒนธรรมเก่าแก่เอาไว้ 

ปัจจุบันถนนช้างม่อยเริ่มกลับมามีสีสัน เพราะมีกลุ่มคนรุ่นใหม่พยายามที่จะเข้ามารื้อฟื้นถนนเส้นนี้ด้วยการพัฒนาร้านค้าเก่าแก่ หรือพื้นที่ร้างให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ใครที่มีโอกาสมาเดินถนนเส้นนี้ก็ยังคงได้สัมผัสบรรยากาศของร้านค้าดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า ร้านเครื่องจักสาน สลับกับร้านกาแฟที่มีทั้งสไตล์วินเทจตกแต่งจากโครงสร้างอาคารเดิม และร้านกาแฟดีไซน์สมัยใหม่ดูแปลกตาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

เชียงใหม่ยังมีย่านการค้าที่เป็น Cluster กระจายตัวอยู่อีกมากมาย เช่น ย่านสันติธรรม-ช้างเผือก, ย่าน ประตูท่าแพ – ถนนคนเดิน หรือจะเป็นย่านรอบนอกอย่าง แม่ริม, หางดง, สารภี, ดอยสะเก็ด, สันกำแพง ฯลฯ

เมืองท่องเที่ยว

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เป็นลมใต้ปีกให้เชียงใหม่มีร้านกาแฟมากมายก็คือ นักท่องเที่ยว เพราะเชียงใหม่เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทั้งสายคอนเทนต์ สายฮิปสเตอร์ ไปจนถึงสายแบ็กแพ็กเกอร์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่าครองชีพของเชียงใหม่ถูกกว่าเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง กรุงเทพ พัทยา ภูเก็ตและเกาะสมุย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่า ในปีที่ผ่านมาเชียงใหม่เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 11,485,568 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 4.42 แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน  7,997,020 คน คิดเป็นสัดส่วน 69.6% และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน  3,488,548 คน คิดเป็นสัดส่วน 30.4% 

ตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือรายงานว่า 64% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาภาคเหนือ นิยมมาเที่ยวทจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน 30% เกาหลีใต้ 25% ไต้หวัน 15% และอื่น ๆ เช่น ฮ่องกง มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ทั้งนี้ นอกจากชาวเอเชียแล้ว ชาวยุโรปและอเมริกาก็นิยม มาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เช่นกันซึ่งกลุ่มนี้จะมีจำนวนวันเข้าพักที่นานกว่า

ปีที่ผ่านมาเชียงใหม่มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 1.2 แสนล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 1.6 แสนล้านบาท

แหล่งปลูกกาแฟ

ด้วยที่ตั้งและสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เป็นภูเขา อากาศเย็น มีความชื้น และความสูงที่เหมาะกับการปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้า เชียงใหม่จึงมีแหล่งปลูกกาแฟกระจายอยู่ทั่วจังหวัด เช่น

อำเภอดอยสะเก็ด มีกาแฟเทพเสด็จ, กาแฟแม่ตอนหลวง

อำเภอแม่ออน มีกาแฟแม่กำปอง

อำเภอแม่แตง มีกาแฟป่าแป๋

อำเภอจอมทอง มีกาแฟแม่กลางหลวง, ขุนแตะ, หนองหล่ม

อำเภอเวียงแหง มีกาแฟเลาวู

อำเภอเมืองเชียงใหม่ มีกาแฟขุนช่างเคี่ยน

ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ไม่เหมือนกันแม้จะอยู่ในจังหวัดเดียวกัน จึงทำให้เมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกมีความแตกต่างกัน ซึ่งในปัจจุบัน เกษตรกรหลายคนก็เริ่มมีการจับมือกับร้านกาแฟชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Roast8ry, The Baristro, Graph Coffee, Akha Ama ฯลฯ เพื่อหันมาชูจุดขายในเรื่องของเมล็ดกาแฟ Single Origin มากขึ้น ก็ยิ่งทำให้แหล่งปลูกกาแฟในเชียงใหม่ และเป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศมากขึ้นตามไปด้วย

เมืองปราบเซียน

เชียงใหม่มีร้านกาแฟเปิดเยอะก็จริง แต่ก็มีร้านที่ปิดตัวไปเยอะไม่แพ้กัน เหตุผลหลักก็มาจากเป็นสมรภูมิที่มีการแข่งขันสูงมาก ร้านกาแฟในบางย่านมีมากจนล้นตลาด หรือ Over Supply 

ถ้ามองแบบลงลึกไปในรายละเอียดก็ต้องบอกว่าเสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่นั้น ดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่ที่มองโอกาสแต่ไม่ได้มองปัญหาเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ

หลายคนที่ล้มเหลวส่วนหนึ่งก็เพราะอยากจะเป็นเจ้าของกิจการแต่ไม่รู้จะทำอะไรก็มองร้านกาแฟเป็นทางเลือกแรกๆ เนื่องจากเห็นคนอื่นทำแล้วประสบความสำเร็จก็ตัดสินใจลงทุนเปิดร้านกาแฟ เพราะอยากมีแต่ไม่ศึกษาตลาดให้ถ่องแท้ 

เรียกว่าอยากเดินตามความฝัน แต่ขาดแผนธุรกิจ และคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน

บางคนคิดแค่ว่าทำร้านสวยๆ แล้วจะดึงดูดลูกค้าสาย IG หรือ สายคอนเทนต์เข้าร้านได้ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ถ้าไม่คิดเผื่อถึงวิธีการดึงคนเข้าร้านซ้ำก็อาจะพังได้ในที่สุด เพราะร้านกาแฟเป็นอีกธุรกิจที่สร้างกระแสได้เร็ว แต่ตกเทรนด์ไว วันนี้มีอินฟลูเอนเซอร์มารีวิวร้าน พรุ่งนี้ลูกค้าก็เต็มร้านทันที แต่ผ่านไปสักพักหมดกระแสคนก็หาย

เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีช่วง High Season - Low Season ดังนั้นฤดูกาลท่องเที่ยวจึงส่งผลบวกและลบอย่างชัดเจนกับธุรกิจ

เพราะฉะนั้นร้านกาแฟที่วางกลุ่มเป้าหมายโดยหวังพึ่งพานักท่องเที่ยวมากกว่าคนท้องถิ่นก็มักจะเจอปัญหาคนน้อยในช่วง Low Season แต่จะสามารถกอบโกยได้ในช่วง High Season

ถ้าเราลองแบ่งกลุ่มเป้าหมายร้านกาแฟในเชียงใหม่จะสามารถซอยย่อยออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 

1. คนเชียงใหม่ หรือคนที่พำนักอาศัยในเชียงใหม่ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด แน่นอนว่าคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมซื้อกาแฟจากร้านประจำ นานๆ ถึงจะไปชิลที่ร้านอื่นที แต่ผู้บริโภคกลุ่มนี้แหละคือลูกค้าประจำที่ช่วยพยุงร้านให้อยู่รอดทั้งปี รวมถึงช่วง Low Season

2. นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นที่เดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักจะนิยมเลือกร้านกาแฟที่เป็นกระแสในโซเซียล หรือไม่ก็หาร้านที่มีจุดขายเฉพาะตามพฤติกรรม Cafe Hopping ที่ชอบเสาะหาร้านใหม่ ๆ ร้านสวยๆ เพื่อถ่ายรูปลงโซเชียล หรือหาร้านที่มีกาแฟพิเศษ 

ลูกค้ากลุ่มคอนเทนต์นี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ซื้อสินค้าจาก Emotional Benefit แต่จะ Explore ไปเรื่อยๆ ไม่นิยมกลับมาซ้ำถ้าร้านไม่มีจุดเด่น หรือประทับใจจริงๆ

3. นักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นกลุ่มที่มาเติมเต็มในช่วง High Season ซึ่งถ้าเป็นนักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรปก็จะเน้นร้านกาแฟแนว Specialty Coffee, หรือ Co-working cafe ที่ไม่พลุกพล่าน แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวจีน เกาหลีก็จะเน้นดื่มด่ำไปพร้อมกับการทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย

ปัจจุบันเราจึงเห็นร้านกาแฟในเชียงใหม่เริ่มปรับตัวจากแค่ร้านสวยเพียงอย่างเดียวมาให้ความสำคัญกับตัวเมนูอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หันมาเน้นกาแฟ Specialty, Cold brew หรือขายเมล็ด Single Origin มากขึ้นเพื่อพยายามบาลานซ์ลูกค้าในร้าน

ถือเป็นความโชคดีที่วันนี้เทคโนโลยีสื่อสารพัฒนารุดหน้าไปไกลมาก ผู้บริโภคสามารถสืบค้นร้านอาหารและเครื่องดื่มได้จากระบบค้นหามากมาย ทั้งจาก Traditional Search (Google), Google Map, Social Search ไปจนถึง Generative AI Search (ChatGPT)

เทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยร้านกาแฟที่อยู่ตามตรอกซอกซอยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นได้ ถ้าใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดอย่างถูกวิธี ซึ่งหนทางนี้ก็เป็นหนึ่งในวิธีเอาตัวรอดของร้านกาแฟในเชียงใหม่ที่ได้ผล

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เชียงใหม่ก็ยังคงเป็นเมืองที่เหมาะกับการเปิดร้านกาแฟเหมือนเช่นที่ผ่านมา เพราะมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย

เพียงแต่ว่าสมรภูมิร้านกาแฟในเชียงใหม่นี้ ตัวจริงที่จะอยู่รอดได้ตลอดรอดฝั่งได้จะต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ และเข้าใจบริบทของตัวเองไปพร้อมๆ กัน

กาแฟพันธุ์ไทย จับมือ ม.หอการค้าไทย เปิดเวทีให้ทำงานกับโจทย์แบรนด์จริง ผ่านโปรเจกต์ออกแบบ Coffee Truck

ไขปริศนา! ทำไม "สินค้าชนิดเดียวกัน" ถึงขายราคาไม่เท่ากันในแต่ละช่องทาง

“BONCAFE” จาก Supplier สู่ Coffee Ecosystem ในวันที่ร้านกาแฟเปิดใหม่แทบทุกวัน

Sensodyne ชี้อินไซต์คนไทย ติดกินแซ่บ-คอกาแฟ ทำให้ฟันมีคราบ เดินหน้าปรับกลยุทธ์รุกตลาดไวท์เทนนิ่ง

รู้จัก ZUS COFFEE แบรนด์กาแฟจากมาเลเซีย กับแนวคิด App-first ที่ต้องการให้ 9 ใน 10 แก้วเกิดผ่านแอปฯ

ไม่ต้องไปร้าน สาวกเงือกเขียวเฮ! Starbucks วางขายเมล็ดกาแฟใน 7-Eleven และ Lotus’s

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact