Chanel, Dior และบรรดาแบรนด์แฟชั่นหรูชั้นนำจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ดึงดีไซเนอร์ใหม่ มาสร้างสรรค์คอลเลกชันใหม่ และเตรียมเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของบรรดาดีไซเนอร์ บนแคทวอล์ค (Catwalk - แฟชั่นโชว์) ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักช้อปในอุตสาหกรรมสินค้าหรูมูลค่า 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก และเพิ่งสูญเสียผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งอย่าง Giorgio Armani ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นี่เป็นเดิมพันสูงสำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่นหรูของโลก
บรรดาแบรนด์แฟชั่นหรู จะเริ่มการแสดงแฟชั่นเป็นเวลาหนึ่งเดือนใน นิวยอร์ก ลอนดอน มิลาน และ ปารีส ในวันพุธที่ 10 กันยายน 2025 ซึ่งเป็นความพยายามของแบรนด์ต่าง ๆ ที่กำลังดิ้นรนเพื่อพลิกฟื้นยอดขาย นับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจเฟื่องฟูหลังการระบาดใหญ่ ยุติลงเมื่อ 2 ปีก่อน
หลังจากเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% เป็นเวลาเกือบ 10 ปี ภาคส่วนอุตสาหกรรมนี้กลับซบเซาลงในปีที่แล้ว 2024 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในระดับผู้นำ และความคิดสร้างสรรค์
“อุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับปัญหา” Jonathan Siboni ซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษา Luxurynsight กล่าว
ปัญหาดังกล่าวเกิดจาก เศรษฐกิจจีนยังคงได้รับผลกระทบจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่สงครามการค้าของประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐอเมริกา กำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหรัฐ และคุกคามผลกำไรของแบรนด์ระดับไฮเอนด์ของยุโรป
ภาวะตกต่ำดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภาคส่วนต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมแฟชั่นหรู ได้แก่
1 มีซีอีโอคนใหม่เข้าทำงานในบริษัทต่าง ๆ เช่น ใน Kering เจ้าของ Gucci, ใน Valentino ที่เป็นแบรนด์อิตาลี รวมถึงการปรับโครงสร้าง ฝ่ายบริหารระดับสูง ของ LVMH กลุ่มบริษัทสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก
2 มีดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ปัจจุบันดีไซเนอร์รุ่นใหม่กำลังควบคุม 3 แบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ Chanel, Dior และ Gucci
ขณะที่การเสียชีวิตของ Giorgio Armani ตำนานแฟชั่นชาวอิตาลี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2025 ก็ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของแบรนด์อิตาลีแบรนด์นี้
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมดีไซเนอร์ ยังเกิดขึ้นกับแบรนด์อื่น ๆ เช่น แบรนด์ Celine, Loewe และ Givenchy ของ LVMH; แบรนด์ Bottega Veneta และ Alexander McQueen ของ Kering; แบรนด์ Versace ที่ Prada เพิ่งเข้าซื้อกิจการ; แบรนด์ Dries Van Noten และ Jean Paul Gaultier ของ Puig และแบรนด์ Maison Margiela ของ OTB
ฤดูกาลนี้ แรงกดดันต่อบรรดาครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่เป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ สูงเป็นพิเศษ
ภารกิจหลักของพวกเขา คือ การนำเสนอสไตล์ใหม่ ๆ ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแบรนด์เก่าแก่ โดยไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เสื่อมถอย แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต้องสร้างความสนใจให้มากพอที่จะดึงลูกค้าที่กำลังอ่อนล้ากับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งไม่สนใจที่จะซื้อกระเป๋าถืออีกต่อไป
"ฤดูกาลนี้จะเป็นตัวบ่งบอกว่า แบรนด์หรูจะสามารถกลับมาเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้หรือไม่" Christian Kurtzke ซีอีโอของ Together Group ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรึกษาด้านครีเอทีฟระดับโลก ที่เน้นในเรื่องความหรูหรา, เทคโนโลยีที่สร้างความดื่มด่ำให้กับผู้บริโภค, การตลาด และสตูดิโอการผลิต กล่าวว่า "การนำเสนอแบบแคทวอล์ก (Catwalk - แฟชั่นโชว์) ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดแสดงสินค้าเชิงอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่ยังทำหน้าที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแบรนด์อีกด้วย"
ขณะที่ Siboni ซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษา Luxurynsight กล่าวว่า "สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปน่าจะเป็นการปฏิวัติมากกว่าวิวัฒนาการ"
ช่วงเวลาที่ผ่านมา แบรนด์อย่าง Chanel, Dior และ Louis Vuitton พึ่งพาการขึ้นราคาอย่างหนัก เพื่อกระตุ้นกำไรในช่วงที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูหลังการระบาดใหญ่ แต่เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น เหล่านักช้อปก็เริ่มหันหลังให้
บริษัทที่ปรึกษา Bain ระบุว่า ภาคธุรกิจนี้สูญเสียลูกค้าไป 50 ล้านคนในปีที่แล้ว 2024 เนื่องจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ และความอ่อนล้าทางใจของผู้บริโภคต่อราคาที่สูงขึ้น ทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินมากขึ้น ทำให้ความต้องการซื้อเสื้อผ้าและกระเป๋าถือดีไซเนอร์ลดลง
เพื่อให้เป็นที่รู้จัก แบรนด์แฟชั่นจำเป็นต้อง "สร้างความโดดเด่น ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาจากการตัดงบประมาณและวิกฤตเศรษฐกิจ แบรนด์ก็ต้อง 'เรียบหรูดูไม่แพง (Quiet)' มากขึ้นด้วย' Stephane Galienni ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ (Associate Creative Director) ของ Balistik Art กล่าว
ความท้าทายนี้รุนแรงเป็นพิเศษสำหรับ Gucci ซึ่งพลาดโอกาสในช่วงเศรษฐกิจบูมหลังการระบาดใหญ่ และประสบปัญหา

ตั้งแต่ดีไซเนอร์ Alessandro Michele ลาออกในปี 2024 สไตล์บาโรก (Baroque styles) ของดีไซเนอร์ ซึ่งไม่เป็นที่นิยมในหมู่นักช้อป ได้ถูกแทนที่ด้วยสไตล์มินิมอล (Minimalist) ที่ Sabato de Sarno ผู้สืบทอดตำแหน่งเป็นผู้ควบคุมดูแล แต่สไตล์เหล่านั้นก็ไม่สามารถกระตุ้นยอดขายได้อีกครั้ง
ตอนนี้ Demna (Demna Guasalia ดีไซเนอร์ผู้เคยดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ของ Balenciaga ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci) ผู้สร้างกระแสที่ทำให้ผู้บริโภคเป้าหมายให้ความสนใจกับแบรนด์ Balenciaga แบรนด์เล็ก ๆ ของ Kering และเป็นที่รู้จักจากการนำเทคนิคการตัดเย็บระดับไฮเอนด์มาใช้กับชุดสูทโอเวอร์ไซส์ เสื้อผ้าแนวสตรีท และเสื้อผ้าชั้นสูง จะต้องฟื้นฟูแบรนด์ Gucci แบรนด์สัญชาติอิตาลีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดดเด่นมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ซึ่งครองส่วนแบ่งยอดขายและกำไรส่วนใหญ่ของกลุ่มบริษัท โดยผลงานออกแบบเบื้องต้นของ Demna จะจัดแสดงในงานเปิดตัวที่มิลาน อิตาลี ในวันอังคารที่ 23 กันยายน 2025 แต่แฟชั่นโชว์ครั้งแรกของ Demna จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2026
Chanel ซึ่งมียอดขายลดลงอย่างไม่คาดฝันในปีที่แล้ว ได้ดึงตัว Matthieu Blazy มาปรับโฉม Tweed looks {ลุคผ้าทวีด - สไตล์การแต่งกายที่นำเอาผ้าทวีด (Tweed) มาใช้เป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อสร้างลุคที่ดูหรูหรา คลาสสิก มีเอกลักษณ์} ของแบรนด์แฟชั่นฝรั่งเศสแบรนด์นี้ ซึ่ง Karl Lagerfeld เป็นดีไซเนอร์มานานหลายทศวรรษ และต่อมา Virginie Viard ผู้ร่วมงานกันมายาวนานก็ได้เข้ามาสานต่อหลังจากที่ Lagerfeld เสียชีวิตในปี 2019
ส่วน Blazy ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ทำยอดขายที่พุ่งสูงขึ้นให้กับแบรนด์ Bottega Veneta ของ Kering จะเปิดตัวการแสดงแฟชั่นโชว์ในช่วงเย็นในวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2025 ณ Grand Palais สถานที่โปรดของ Lagerfeld ในกรุงปารีส
Dior แบรนด์ใหญ่อันดับ 2 ของ LVMH รองจาก Louis Vuitton ได้ดึงตัว Jonathan Anderson เข้ามาแทนที่ทั้ง Kim Jones ที่เป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าบุรุษ และ Maria Grazia Chiuri ดีไซเนอร์เสื้อผ้าสตรี Anderson ซึ่งเคยจัดแสดงเสื้อผ้าบุรุษในเดือนกรกฎาคม 2025 จะเปิดตัวเสื้อผ้าสตรีในวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2025.
แบรนด์หรูหลายแบรนด์ ได้นำชุดจากดีไซเนอร์หน้าใหม่มาอวดโฉมให้กับเหล่าคนดังบนพรมแดง ของเทศกาลภาพยนตร์เวนิส (Venice Film Festival) ยกตัวอย่างเช่น Dario Vitale ดีไซเนอร์คนใหม่ของ Versace ที่สวมชุดราตรีสีเข้มเพรียวยาวลากพื้น
แต่การเผยโฉมก่อนการเปิดตัวครั้งสำคัญที่ปารีส และมิลาน โดยไม่มีฉากพิเศษ ดนตรี และไลน์อัพมากมายของงานแฟชั่นโชว์ (Runway Event) นั้นมีความเสี่ยง Fabio Becheri ที่ปรึกษาด้านแบรนด์ กล่าว
“เมื่อคุณแค่หยิบชุดหนึ่งออกมาโชว์บนพรมแดง คุณจะสูญเสียสัมผัสแห่งเวทมนตร์ไป ซึ่งมันเสี่ยงมาก” Becheri กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า "สิ่งนี้ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความคิดเห็นเชิงลบบนโซเชียลมีเดีย"
“นั่นเป็นวิธีที่แย่ที่สุด ในการเริ่มต้นทิศทางใหม่ของความคิดสร้างสรรค์” Becheri สรุป
ภาพประกอบ หน้าต่างร้าน Chanel ที่ Bahnhofstrasse ในเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
Cr : REUTERS
Source