การที่ MK ตัดสินใจรีโนเวตสาขาเมเจอร์ รัชโยธิน ให้กลายเป็น MK Premium Buffet และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กันยายน เป็นเรื่องที่ถูกคิดมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว และนี่คือ 5 เหตุผลที่ BrandAge Online ชวนวิเคราะห์ว่าทำไม MK ต้องลงมาเล่นในเกมนี้
1. รักษาฐานลูกค้า และสู้กับกระแสใหม่ที่มาแรง
ตลาดบุฟเฟต์สุกี้เรียกว่าดุเดือดมาตั้งแต่ต้นปียังไม่ทีท่าว่าจะแผ่ว โดยเฉพาะผู้ท้าชิงอย่างสุกี้ตี๋น้อยที่สามารถสร้างฐานแฟนเหนียวแน่นด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย และเมื่อไม่นานมานี้ได้เปิดตัว Teenoi Gold ที่ยกระดับด้วยวัตถุดิบพรีเมียมในราคา 599 บาท ก็ยิ่งทำให้การแข่งขันเดือดยิ่งขึ้นไปอีก
MK ในฐานะผู้นำตลาดไม่อาจนิ่งเฉยได้ เมื่อกลางปี ได้มีการเปิดตัวแคมเปญ “คุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น 299 บาท” เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้แบรนด์ดูเข้าถึงง่าย พร้อมแข่งขันในตลาดสุกี้บุฟเฟต์ จัดโปรยาวไปจนถึงสิ้นปีแล้ว พร้อมเปลี่ยนชื่อแคมเปญเป็น “คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” ล่าสุด เปิดตัว MK Premium Buffet ที่พร้อมจะรีเซ็ตประสบการณ์ของลูกค้าทั้งรักษากลุ่มเดิม และดึงดูดลูกค้าใหม่ที่มองหาความคุ้มค่าและคุณภาพที่เหนือกว่า

2. ใช้ “เป็ดย่าง” เป็นหมัดเด็ด
แม้ Teenoi Gold จะดึงดูดด้วยเนื้อวากิวและติ่มซำ แต่ MK มีอาวุธลับนั่นคือ “เป็ดย่าง” เมนูซิกเนเจอร์ที่อยู่คู่กับแบรนด์มายาวนาน เรียกว่าเป็นหมัดเด็ดในการนำเป็ดย่างมาเสิร์ฟแบบบุฟเฟต์ไม่เพียงทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่า แต่ยังเป็นการใช้ Brand Asset ที่สั่งสมมาเป็นจุดตัดสินใจสำคัญ เพราะอย่าลืมว่าโปรบุฟเฟต์ในราคา 299 บาทที่ MK จัดก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเมนูเป็ดย่างรวมอยู่ในโปรบุฟเฟต์ด้วย และนี่อาจกลายเป็นจุดที่พลิกเกมการเลือกของผู้บริโภค
3. ขยายเวลา โอกาสสร้างรายได้ช่องทางใหม่
อีกหนึ่งดีลที่น่าสนใจคือการขยายเวลาเปิด-ปิดร้าน จากเดิมปิด 22.00 น. ตามเวลาของเมเจอร์ แต่อาศัยทำเลที่อยู่ติดกับประตูทางเข้า-ออก ขยายเวลาไปถึงเที่ยงคืน เรียกว่าใช้ประโยชน์จากทำเลเมเจอร์ รัชโยธินที่เต็มไปด้วยคนดูหนังและกลุ่มลูกค้ามื้อดึก ทำให้ MK สามารถจับดีมานด์ที่คู่แข่งบุฟเฟต์หลายรายที่ยังไม่เข้าถึงได้

4. พร้อมประลองสนามใกล้คู่แข่ง
การเปิดสาขา MK Premium Buffet ที่เมเจอร์ รัชโยธิน ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือตั้งใจชน เพราะทำเลอยู่ไม่ไกลจาก Teenoi Gold
MK Premium Buffet มี 3 ระดับราคา ไล่ตั้งแต่
- MK LOVER (499 บาท) เป็นราคาเริ่มต้นสำหรับลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่า มีเมนูให้เลือกถึง 80 รายการ แค่เริ่มต้นสามารถทานข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ หรือบะหมี่หมูแดงและบะหมี่หมูกรอบได้แล้ว
- PREMIUM BUFFET (699 บาท) ทานได้ไม่อั้น 100 รายการ โดยมีอาหารที่พรีเมียมมากขึ้น ราคานี้ที่เพิ่มเข้ามาสามารถทานข้าวหน้าเป็ดย่างเอ็มเค และบะหมี่หยกเป็ดย่าง
- ULTIMATE BUFFET (899 บาท) เป็นราคาที่พรีเมียมที่สุด มีเมนู 130 รายการ และที่สำคัญที่สุดคือ “เป็ดย่าง” ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของ MK ที่สามารถสั่งได้ไม่อั้น รวมถึงสามารถสั่งหมูแดง และหมูกรอบไม่อั้นได้ด้วย
นอกจากนี้ สามารถมีโซน Sauce Bar กับ 5 สูตรน้ำจิ้ม รวมถึงสามารถครีเอตน้ำจิ้มได้เองด้วย ไม่ว่าจะเป็น น้ำจิ้มเอ็มเค, น้ำจิ้มซีฟู้ดสไตล์ไต้หวัน, น้ำจิ้มพอนสึ, น้ำจิ้มงาขาว และน้ำจิ้มไต้หวัน
5. ทำเลและลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
สิ่งที่ทำให้การปรับโฉมครั้งนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือบริบททำเลของพื้นที่โดยรอบเมเจอร์ รัชโยธิน นั้นอยู่ใกล้ย่านมหาวิทยาลัย เช่น เกษตรศาสตร์, ศรีปทุม ฯลฯ ทำให้กลุ่มนักศึกษาเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญของร้านบุฟเฟต์ โดยเฉพาะการกินเป็นกลุ่ม รวมถึงย่านออฟฟิศทำให้มีกลุ่มคนทำงานที่มีกำลังซื้อ และมองหาบุฟเฟต์พรีเมียม
ตอนนี้ MK Premium Buffet มีทั้งหมด 8 สาขา คือ เมเจอร์ รัชโยธิน, ศาลาแดง, เอสพลานาด รัชดา, เอสพลานาด รัตนาธิเบศ, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, ซีคอน บางแค และฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
MK กำลังพิสูจน์ว่าผู้นำตลาดก็สามารถปรับตัวได้ทันเกม ใช้จุดแข็งที่มีอยู่ เลือกทำเลและราคาที่เหมาะสม เพื่อไม่เพียงยืนระยะแต่ยังชิงพื้นที่ในตลาดบุฟเฟต์ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด
แต่สุดท้ายแล้ว ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือผู้บริโภค เพราะการแข่งขันที่ดุเดือดจะทำให้ร้านค้าต้องพัฒนาคุณภาพและบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างความประทับใจ การตลาดแบบนี้จึงเป็นสงครามที่น่าสนใจและน่าติดตามต่อไป ว่าท้ายที่สุดใครจะเป็นผู้ชนะในศึกครั้งนี้