ในวันที่ข้อมูลอยู่ใกล้มือผู้คนมากกว่าที่เคย การตัดสินใจบริโภคจึงไม่ใช่เรื่องของการเลือกจากสิ่งที่คุ้นเคยเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเปรียบเทียบคุณภาพ ราคา และประสบการณ์บริการได้ในไม่กี่คลิก ภาพลักษณ์ขององค์กรจึงไม่ใช่เพียงเรื่องความน่าเชื่อถือ แต่กลายเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการบริหารอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะ “โรงพยาบาล” ที่ภาพลักษณ์ผูกโยงกับทั้งความเชี่ยวชาญในการรักษา การบริหารทรัพยากร ไปจนถึงบทบาทต่อสังคมในระยะยาว
เมื่อภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลในวันนี้ไม่ได้เกิดจากการสื่อสารเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่ถูกประเมินจากหลายมิติไปพร้อมกัน หนึ่งในโรงพยาบาลที่ถ่ายทอดภาพนี้ออกมาได้อย่างชัดเจนคือ “โรงพยาบาลพระรามเก้า” การันตีจากผลวิจัย2025-2026 Thailand’s Most Admired Company โดยโดดเด่นในปัจจัยภาพลักษณ์ (Corporate Image) ซึ่งไม่ใช่เพียงเครื่องหมายของความแข็งแกร่งขององค์กร แต่เป็นภาพสะท้อนของการดำเนินธุรกิจที่มีแนวคิดและทิศทางรองรับอย่างชัดเจน

หากพูดถึงภาพลักษณ์องค์กร นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้เล่าถึงการวาง Positioning ของโรงพยาบาลพระรามเก้าอย่างชัดเจนในฐานะโรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการทางการแพทย์ด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านโรคยากและซับซ้อน โดยอาศัยองค์ความรู้ของทีมแพทย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และประสบการณ์การรักษาที่พิสูจน์ได้จริง (Medical Excellence and Advanced Technology)
“โรงพยาบาลพระรามเก้ามี Success Case ด้านการรักษาโรคยากและซับซ้อน เช่น การผ่าตัดปลูกถ่ายไต การผ่าตัดโรคหัวใจ โรคทางสมอง กระดูกและข้อ รวมถึงการผ่าตัดแผลเล็ก และลงทุนด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ในปีที่ผ่านมาลงทุนกว่า 120 ล้านบาท ในเครื่องมือแพทย์ขั้นสูง และมีแผนลงทุนเพิ่มเติมกว่า 500 ล้านบาทในปีถัดไป เพื่อเสริมศักยภาพการวินิจฉัยและการรักษาให้แม่นยำยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยง และเพิ่มผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” นพ.เสถียร กล่าวถึงความเชี่ยวชาญของโรงพยาบาลพระรามเก้า ที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่า “ได้รับการดูแล” มากกว่าการ “เข้ารับการรักษา”
ในขณะเดียวกัน มาตรฐานการรักษาที่เชื่อถือได้ใช่ว่าจะวัดได้จากคุณภาพทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่าที่ผู้รับบริการสัมผัสได้จริง โรงพยาบาลพระรามเก้าจึงให้ความสำคัญกับ Value for Money ที่ไม่ใช่เพียงเรื่องของราคา แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพการรักษา ความเหมาะสมของต้นทุน และการเข้าถึงได้จริงของผู้รับบริการ เพื่อให้การดูแลสุขภาพที่มีมาตรฐานสูง ไม่กลายเป็นสิ่งที่ห่างไกลสำหรับผู้ป่วย
มาตรฐานการรักษาเป็นสิ่งที่หลายโรงพยาบาลทำได้ใกล้เคียงกัน สิ่งที่สร้างความแตกต่างจึงไม่ใช่แค่ผลการรักษา แต่คือประสบการณ์ของผู้ป่วย โรงพยาบาลพระรามเก้าจึงชู Patient Experience เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญด้วยยกระดับการให้บริการในทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่การเข้าถึงข้อมูล การนัดหมาย การรอผล การสื่อสาร ตลอดจนการดูแลต่อเนื่องหลังการรักษา
สิ่งที่น่าสนใจคือเทคโนโลยีไม่ได้ถูกนำมาใช้เฉพาะในห้องตรวจหรือห้องผ่าตัดเท่านั้น แต่ยังถูกต่อยอดสู่การยกระดับประสบการณ์ผู้ป่วย (Patient Experience) ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง 9Smart บน LINE Application ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างสะดวกและครบวงจร ผู้ใช้สามารถเปิดประวัติใหม่ นัดหมายล่วงหน้า และรับคิวออนไลน์ผ่านมือถือโดยไม่ต้องนั่งรอ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงคิว นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นผลตรวจเลือด ผล X-ray และข้อมูลยา 9Smart ยังรองรับการจัดการแพ็กเกจสุขภาพในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่การเลือกซื้อแพ็กเกจ การนัดหมาย ไปจนถึงการส่งต่อเป็นของขวัญ รวมถึงระบบสะสมแต้มและแลกพอยท์เพื่อรับส่วนลดพิเศษ อีกทั้ง โรงพยาบาลฯ ยังให้บริการ PR9V โรงพยาบาลออนไลน์ ที่เปิดให้คำปรึกษาผ่านระบบ Telemedicine ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแผนพัฒนาระบบ Hospital Information System เพื่อรองรับการเติบโตของการให้บริการทางการแพทย์ในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อก่อนภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลมักถูกจดจำจากชื่อเสียงของแพทย์ หรือความทันสมัยของอาคารสถานที่ แต่ตอนนี้ภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลกลับต้องยืนอยู่บนหลายมิติ โรงพยาบาลพระรามเก้าจึงวางรากฐานของภาพลักษณ์องค์กรไว้บนความเชื่อมั่น(Trust) ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และสหสาขา (Medical Excellence) การเปลี่ยนแปลงองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และการปรับกระบวนการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Healthcare with Purpose)
เมื่อภาพลักษณ์องค์กรถูกสร้างจากหลายองค์ประกอบการทำงานของแต่ละมิติจึงต้องสนับสนุนกัน อย่างความเชื่อมั่นก็เกิดขึ้นจากผลลัพธ์การรักษาที่พิสูจน์ได้จริง ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่เกิดจากบุคลากรที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ การปรับวิธีคิด วิธีการทำงานภายในองค์กรให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งควบคู่กับวัฒนธรรมองค์กร “CAT CULTURE” ที่เน้นการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ความคล่องตัวในการปรับตัว (Agility) และความเชื่อมั่นระหว่างกัน (Trust) ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ได้สะท้อนถึงความพร้อมของโรงพยาบาลในการยกระดับการดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน
นพ.เสถียร กล่าวเพิ่มเติมไว้ว่า “โรงพยาบาลเป็นธุรกิจบริการที่มีจุดสัมผัสผู้ป่วยจำนวนมากตั้งแต่พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานต้อนรับ แผนกทะเบียน ห้องยา ห้องเจาะเลือด ไปจนถึงการเงินและประกัน ดังนั้นแนวคิด CAT จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดปัญหาและยกระดับ Patient Experience ซึ่งโรงพยาบาลพระรามเก้าได้ต่อยอดเป็นมาสคอตแมว เพื่อแสดงถึงความยึดมั่นในหลักการนี้ และเพิ่มความเป็นมิตรให้กับโรงพยาบาลไปในตัว”
เพราะการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลต้องก้าวหน้าไปพร้อมกับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรงพยาบาลพระรามเก้าจึงดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (ESG) อาทิ การจัดการพลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การใช้ระบบ Smart Energy Management การใช้พลังงานทดแทนจากโซลาร์เซลล์ การบริหารจัดการน้ำด้วยระบบบำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนค่าน้ำได้กว่า 20,000 บาทต่อปี และลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 360,000 บาทต่อปี แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่คำนึงถึงทั้งความคุ้มค่าและความยั่งยืน
นพ.เสถียร ได้กล่าวเสริมว่า “โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ใช้พลังงานต่างๆ ทั้งน้ำทั้งไฟตลอด 24 ชม. ยิ่งผู้ป่วยเยอะเท่าไหร่ ปริมาณพลังงานที่ใช้เยอะมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าปริมาณขยะก็มากขึ้นตาม ในโรงพยาบาลพระรามเก้าเองก็มีขยะหลายประเภท ยิ่งกำจัดยากก็ยิ่งมีค่าใช้จ่ายเยอะ เราจึงมีโครงการ Upcycling ขยะให้ออกมาเป็นสิ่งของที่ใช้ได้ เช่น เปลี่ยนแกลลอนน้ำยาล้างไตเป็นถุงพลาสติกรีไซเคิล”
ในอีกด้านหนึ่งบทบาทของโรงพยาบาลพระรามเก้าที่มีต่อสังคมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในรั้วสถานพยาบาล ยังมีการตรวจสุขภาพในชุมชน บริจาคเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือไม่เพียงพอ แบ่งปันองค์ความรู้ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลอื่นๆ อีกทั้งได้รับความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ด้วยการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสสุจริต ซึ่งสะท้อนผ่านรางวัลและการจัดอันดับด้าน ESG และบรรษัทภิบาลที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง
และเมื่อบทบาทของโรงพยาบาลขยายไปไกลกว่าการรักษา โรงพยาบาลพระรามเก้าจึงมุ่งสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม ผ่านการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ พร้อมโครงการ CSR และโครงการ HAPPY KIDNEY ไตดีมีสุข ที่ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านโรคไต สู่การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมในระยะยาว
จึงสามารถกล่าวได้ว่า ภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลพระรามเก้าในวันนี้ จึงไม่ได้เกิดจากองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานที่เชื่อมโยงกันของทุกมิติ ซึ่งเป็นบันไดที่ทำให้โรงพยาบาลพระรามเก้าก้าวขึ้นเป็น Top of Mind ด้านการดูแลสุขภาพ เป็น Excellent Center ของศูนย์การแพทย์ และเป็นศูนย์รวมการรักษาที่ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ากับการบริการที่รองรับทั้งผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ ภายใต้การดูแลที่ได้มาตรฐาน เข้าถึงได้ และคุ้มค่าอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด เป้าหมายของโรงพยาบาลพระรามเก้า ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นที่ผู้คนนึกถึงเป็นอันดับแรก แต่คือการเป็นศูนย์กลางการแพทย์ที่เป็นเลิศ เป็นพื้นที่ของความเชื่อมั่น และเป็นองค์กรสุขภาพที่เติบโตอย่างยั่งยืนบนหลัก Value for Money เพราะในโลกที่ความไว้วางใจมีค่ามากกว่าการรับรู้ ภาพลักษณ์ที่แข็งแรงที่สุดคือภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากการลงมือทำจริงในทุกวัน