ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงาน Thailand Marketing Day 2025 งานใหญ่ประจำปีของสมาคม ภายใต้แนวคิด Prompt the Future with the Power of Marketing ซึ่งสะท้อนบทบาทอันทรงพลังของการตลาดในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับโลกอนาคตปี 2026 ที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน
ดร.บุรณินอธิบายว่า คำว่า Prompt เป็นคำพ้องเสียงที่ออกคล้ายคำไทยว่า “พร้อม” สื่อถึงการเตรียมตัว และยังเชื่อมโยงกับคำว่า “Prompt” ในโลก AI ที่หมายถึงการสั่งงานเพื่อให้ได้คำตอบที่มีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับการตลาด หากเริ่มต้นด้วยโจทย์ที่ดี ย่อมนำไปสู่คำตอบที่แม่นยำและเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและประเทศ
“โลกทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บทบาทของการตลาดไม่จำกัดอยู่แค่เพียงการขายหรือสร้างแบรนด์อีกต่อไป แต่ต้องขยายขอบเขตไปสู่การเป็นพลังที่ช่วยขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน โดยการตลาดยุคใหม่กำลังเคลื่อนเข้าสู่โลกที่ “แตกย่อย” หรือ “fragmented” แต่แม้จะเป็นตลาดขนาดเล็ก ก็สามารถสร้างพลังและการเติบโตได้ นักการตลาดต้องเข้าใจและใช้ประโยชน์จากจุดเล็ก ๆ เหล่านั้นให้ถูกทาง”
หน้าที่ของนักการตลาดในวันนี้ไม่ใช่แค่การขายสินค้าอีกต่อไป แต่คือการเป็นผู้นำในการสร้างความไว้วางใจ สร้างความเปลี่ยนแปลง และเป็นผู้ส่งมอบความหมายที่แท้จริงให้กับสังคม บูรณาการความคิด ประสบการณ์ เชิง Wisdom และ In Action บนพื้นฐานของโลกที่เล็กลง และการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น ประกอบด้วยกลยุทธ์การตลาด
1. มองตลาดแบบ Fragmented (Fragmented Marketing): ยุคของการสื่อสารแบบ Mass Media ได้จบลงแล้ว เราต้องเข้าใจว่าผู้บริโภคถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ๆ นับไม่ถ้วน (Fragmented Segments) ที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงสูง แบรนด์ต้องสื่อสารและสร้างประสบการณ์ที่ปรับให้เข้ากับแต่ละส่วนย่อยได้อย่างแท้จริง (Hyper Personalization) ทั้งนี้เราสามารถใช้ความเก่งและความฉลาดของเทคโนโลยี เช่น AI มา เป็นเพื่อนคู่คิด เพื่อนร่วมงาน (Teammates)
2. เข้าใจความยืดหยุ่นทางจิตใจและธุรกิจ (Resiliency): ความสามารถในการล้ม แล้วลุกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว คือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของแบรนด์ เราต้องสร้างโมเดลธุรกิจและแบรนด์ที่สามารถทนทานต่อแรงกระแทกจากภายนอกได้ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตซัพพลายเชนหรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ภาวะที่สังคมเปราะบาง แบรนด์ที่ดีจะต้องบริหาร Supply chain ที่ยืดหยุ่น สร้าง ความหวัง สร้างโอกาส และเป็นกำลังใจที่ดีให้กับสังคม (Chaotic Advantage และ Brand Movement)
3. ร่วมสร้างมูลค่าร่วมให้สังคม (Value Creation and Inclusiveness): การสร้างแบรนด์ที่แตกต่าง (Differentiated Brand) จะเกิดขึ้นได้เมื่อเราสร้าง "มูลค่า" ที่มากกว่าแค่ กำไร เราต้องมองหาโมเดล Value Creation ที่สร้างประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด (Stakeholders) ตั้งแต่ลูกค้า พนักงาน ชุมชน ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้ง ส่งเสริมแนวคิด Inclusiveness หรือความเท่าเทียม
4.กำหนดจรรยาบรรณและจริยธรรมให้อยู่ในใจของนักการตลาด ถึงแม้นยังไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับที่ชัดเจน การทำตลาดไวรัลและใช้Influencer ยุคใหม่ต้องมี ความหมาย ไม่ใช่แค่สร้างดราม่า และยอดขาย (Drama Quality และ Influencer Guidance)
5. ให้ความสำคัญกับบริหารการเงินและกระแสเงินสด (Cash Flow Management): ในโลกที่เปราะบาง การเติบโตอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจพื้นฐานทางการเงินนั้นอันตราย นักการตลาดต้องทำงานร่วมกับฝ่ายการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ แน่ใจว่าทุกการลงทุนทางการตลาดนั้น คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และไม่สร้างภาระด้าน Cashflow