การก้าวขึ้นเป็น “บริษัทประกันวินาศภัยที่คนไทยชื่นชมมากที่สุด” จากการจัดอันดับ 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company กลุ่มธุรกิจประกันภัย มิใช่เพียงรางวัลเชิงคุณภาพที่สะท้อนภาพลักษณ์เชิงบวกขององค์กร แต่ถือเป็นการตอกย้ำตัวตนของ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ครองใจคนไทยมายาวนานกว่า 78 ปี ในฐานะบริษัทที่สร้างมาตรฐาน “บริการด้วยหัวใจ” และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลจนกลายเป็นองค์กรที่ผู้บริโภคเชื่อถือมากที่สุดในอุตสาหกรรมประกันภัย

คุณอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความหมายของรางวัลในมุมของผู้บริหารว่า “เรายืนหนึ่งในธุรกิจประกันภัยได้ยาวนานเพราะเราใส่หัวใจลงไปในงานบริการ ไม่ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปอย่างไร เราปรับเพื่อให้บริการดีที่สุดเสมอ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้คนไทยยังเชื่อมั่นในวิริยะประกันภัยอย่างต่อเนื่องตลอด 78 ปีที่ผ่านมา” ความเชื่อที่ยึดถือร่วมกันขององค์กรจึงไม่ใช่การแข่งกันด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำงานบริการที่ลงรายละเอียด ตั้งแต่บุคลากร กระบวนการ เทคโนโลยี ไปจนถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับวิถีผู้บริโภคยุคใหม่อย่างรอบด้าน
ในมิติของความแข็งแรงทางธุรกิจ วิริยะประกันภัยยังคงเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินมั่นคงและมีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ส่งผลให้สามารถรับมือสถานการณ์ผันผวนทั้งเศรษฐกิจและภัยพิบัติได้ดี องค์กรมีส่วนแบ่งตลาดล่าสุดอยู่ที่ 14.5% ของเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งระบบ โดยตั้งเป้าจะขยับกลับไปที่ระดับ 15% ภายใน 2 ปี ซึ่งเป็นระดับที่เคยทำได้เมื่อสิบปีก่อน ขณะที่ปีนี้คาดการณ์มูลค่าเบี้ยประกันภัยรวมจะปิดที่ประมาณ 42,500 ล้านบาท เติบโต 3.7% ในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของตลาด ซึ่งหากสามารถรักษาการเติบโตแบบนี้ได้ต่อเนื่อง บริษัทจะกลับสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ตามแผน

“กว่า 78 ปีของวิริยะประกันภัย เรายืนหยัดบนรากฐานของความรับผิดชอบและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพื่อการเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น แต่เพื่อสร้างความมั่นคงให้ผู้เอาประกันและสังคมโดยรวม” ซึ่งแนวคิดนี้ยังสะท้อนในบทบาทของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับคู่ค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน การสร้างวินัยจราจร และการสนับสนุนเยาวชนผ่านโครงการต่างๆ ที่ทำต่อเนื่องหลายสิบปี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม

โดยเน้นกลยุทธ์ Customer Centric เป็นแกนกลางของการบริหารจัดการองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล Big Data จากฐานลูกค้ามากกว่า 8 ล้านกรมธรรม์ ซึ่งสะสมมานานกว่า 78 ปี ทำให้องค์กรมีข้อมูลเชิงลึกมหาศาลที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารสินไหม การออกแบบพื้นที่บริการ ไปจนถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ เช่น การวิเคราะห์พื้นที่อุบัติเหตุเพื่อปรับจุดรอตรวจสอบอุบัติเหตุใหม่ให้เหมาะสม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามพฤติกรรมผู้ขับขี่ อาทิ “2+ Good Drive” หรือโปรแกรม “ขับดีมีคืน” รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ผ่านบริการ V-Inspection ที่ใช้ AI ตรวจสภาพรถก่อนทำประกัน หรือ VClaim on VCall ที่ช่วยให้ลูกค้าเคลมผ่านวิดีโอคอลได้อย่างสะดวก ลดเวลารอเจ้าหน้าที่ภาคสนามลงอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในยุคดิจิทัลยังมาจากโครงสร้างการบริการที่ครอบคลุมทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบ Omni-channel ที่พร้อมตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย วิริยะประกันภัยมีจุดบริการมากกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ ทั้งสาขา ศูนย์บริการสินไหม V-Station ในห้างสรรพสินค้า และสำนักงานตัวแทน/นายหน้า
ขณะเดียวกัน ช่องทางออนไลน์อย่างเว็บไซต์หลัก และ Line Official Account ก็ถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางบริการครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การซื้อประกัน การชำระเงิน ไปจนถึงการรับบริการหลังการขายแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ บริษัทยังขยายเครือข่ายพันธมิตรในโปรแกรม Viriyah Privileges กว่า 80 แบรนด์ ครอบคลุมร้านค้ามากกว่า 2,800 สาขา เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้ลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์

อีกหนึ่งมิติสำคัญที่เป็นรากฐานของความน่าเชื่อถือ คือระบบการบริหารคนและการทำงานที่ยึดหลักคุณธรรมและความเป็นมืออาชีพ การพัฒนาบุคลากรทั้งกว่า 7,000 คน ของบริษัททำอย่างเป็นระบบผ่าน Roadmap รายตำแหน่ง แผน IDP การอบรมทักษะใหม่ด้านเทคโนโลยี เช่น AI รถยนต์ไฟฟ้า และระบบ Online Training เพื่อให้ทุกคนเรียนรู้ได้ตลอดเวลา องค์กรให้ความสำคัญกับความรู้ด้านมอเตอร์และนอนมอเตอร์ การทำสินไหม การประเมินความเสี่ยง ตลอดจนการพัฒนาทักษะบริการ เพื่อรักษาคุณภาพของประสบการณ์ลูกค้าทุกจุดสัมผัส
คุณอมรกล่าวถึงทิศทางบริหารคนว่า “คนคือองค์กร และเป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กร ถ้าคนเก่งและดี ธุรกิจจึงจะเติบโตได้อย่างมั่นคงยั่งยืน” หลักคิดนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้วิริยะประกันภัยมีโครงสร้างองค์กรที่แข็งแรง ตั้งแต่ทีมงานหน้าเคาน์เตอร์ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ทุกคนขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางเดียวกัน คือการสร้างคุณค่าให้ลูกค้าอย่างเป็นธรรมและตรวจสอบได้

การทำงานอีกด้านที่วิริยะประกันภัยให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือบทบาทขององค์กรในฐานะผู้สร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืน ภายใต้ปณิธานของผู้ก่อตั้งคือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ที่ว่า “ทำธุรกิจเพื่อสังคมที่ดีกว่า ไม่ใช่เพื่อหวังหาประโยชน์ส่วนตน โดยไม่สนใจผลกระทบต่อสังคม ธุรกิจที่ดีต้องมีกำไร แต่ต้องมีขอบเขต มีคุณธรรม เกิดประโยชน์ และไม่เอารัดเอาเปรียบกัน” จากปณิธานข้างต้น ประกอบกับธุรกิจประกันวินาศภัยที่วิริยะประกันภัย ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 78 ปี การขับเคลื่อนโครงการหรือแนวคิดในการสร้างสังคมที่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการลดอุบัติภัยบนท้องถนน เป็นเรื่องที่วิริยะประกันภัยดำเนินงานมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ด้วยเหตุที่ว่าผลกระทบของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งนั้น ไม่เพียงทำให้เกิดความสูญเสียต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับครัวเรือนเท่านั้น แต่เรายังสูญเสียบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เช่น กรณีคุณหมอกระต่ายถูกชนบนทางข้ามม้าลายจนถึงแก่ชีวิต
ดังนั้น องค์กรจึงขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนนมาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ “หมวกนิรภัยวัยใส” การส่งเสริมวินัยจราจร การร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบกเพื่ออบรมผู้ขอใบขับขี่ การรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ และการแก้ไขจุดเสี่ยงทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของบริษัทที่มองเห็นผลกระทบของอุบัติเหตุในระดับเศรษฐกิจ ครอบครัว และสังคม จึงพยายามลดความสูญเสียผ่านการรณรงค์เชิงระบบอย่างจริงจัง
ทิศทางขององค์กรใน 3–5 ปีข้างหน้า วิริยะประกันภัยมองว่าความเป็นผู้นำไม่ใช่ปลายทาง แต่คือความรับผิดชอบที่ต้องรักษาและต่อยอดให้เกิดคุณค่ามากขึ้นทั้งต่อผู้บริโภค พันธมิตร และสังคมไทย “เป้าหมายของเราชัดเจนมาก คือทำให้คนในองค์กรเป็นคนเก่งและดี เพิ่มความแข็งแรงของเครือข่าย ช่องทางบริการ โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี เพื่อให้วิริยะประกันภัยเป็นหนึ่งในกลไกบริหารความเสี่ยงของประเทศ พร้อมรับมือความไม่แน่นอนและการแข่งขันที่ยากขึ้นในอนาคต”

ในบริบทที่อุตสาหกรรมประกันภัยต้องรับมือทั้งความเสี่ยงใหม่ การแข่งขันจากผู้เล่นหน้าใหม่ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว และความคาดหวังที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ต่อแบรนด์ที่ตนไว้วางใจ วิริยะประกันภัยจึงเป็นตัวอย่างขององค์กรที่ไม่ได้พึ่งแค่ชื่อเสียงในอดีต แต่ยังลงทุนกับอนาคตในทุกมิติทั้งเทคโนโลยี กระบวนการ บริการ และคน ทำให้รางวัล 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเครื่องหมายการันตีความสำเร็จ แต่คือบทพิสูจน์ของสมการ “ความเป็นธรรม บริการ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” ที่ทำให้วิริยะประกันภัยยังคงเป็นบริษัทที่คนไทยชื่นชมมากที่สุด