ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะเป็นที่รู้กันว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตมาพร้อมกับการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก แต่วันนี้บริบทชีวิตคนไทยเปลี่ยนไป บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นทั้งที่ทำงาน ที่เรียน และพื้นที่ใช้ชีวิตดิจิทัล เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงของใช้ในบ้านอีกต่อไป กลายเป็นโครงสร้างสำคัญของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นทีวีที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบ้านอัจฉริยะ ตู้เย็นที่ช่วยจัดการอาหาร เครื่องซักผ้าที่ดูแลผ้าอัตโนมัติ หรือแอร์ที่ต้องทั้งเย็น ประหยัด และปลอดภัยต่อสุขภาพ
หลังโควิด-19 สนามแข่งขันเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนตามไปด้วย คนไทยเริ่มยอมจ่ายมากขึ้นเมื่อเห็นคุณค่าที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นทีวีจอใหญ่ที่ดูสวยจริง ตู้เย็นที่ช่วยจัดการอาหารและลดค่าไฟ เครื่องซักผ้าที่ถนอมผ้า หรือแอร์ที่เย็นเร็ว ประหยัดพลังงาน และดูแลสุขภาพ
การมาของ AI ทำให้ “คุณค่า” จับต้องได้มากขึ้น ฟังก์ชันต่าง ๆ เริ่มสร้างผลลัพธ์จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ การแจ้งเตือนของหมดอายุ ไปจนถึงการควบคุมอุปกรณ์ทั้งบ้านเพียงแค่แอปเดียว ทำให้ตลาดไทยค่อย ๆ เปลี่ยนจากสนาม Price War ไปสู่สนาม Value War อย่างชัดเจน คือการแข่งขันที่ไม่ได้วัดกันว่าใครถูกที่สุด แต่ใครสร้างคุณค่าให้ชีวิตผู้บริโภคได้มากที่สุด

เซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า จากการสำรวจ Consumer Insights & Behavior Trends เราพบว่าผู้บริโภคไทยตัดสินใจอัปเกรดเมื่อเทคโนโลยีใหม่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนว่าคนไทยมองหา ‘คุณค่า’ มากกว่าฟังก์ชันเพียงอย่างเดียว นี่คือเหตุผลที่ซัมซุงพัฒนา AI ให้เป็นมากกว่าฟีเจอร์บนอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่เป็นประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกันทั้งอีโคซิสเต็ม พร้อมกำหนดทิศทางการเดินเกมของซัมซุงประเทศไทยในปี 2026 ให้ชัดเจนผ่านโฟกัสหลัก 3 ด้าน
ประการแรกคือการตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของผลิตภัณฑ์ที่คนไทยไว้วางใจมากที่สุด จุดยืนสำคัญคือการผลักดันความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในสามหมวดหลัก ได้แก่ มือถือ ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เป้าหมายคือทำให้ผลิตภัณฑ์ของซัมซุงถูกเลือกเพราะคุณภาพ เทคโนโลยี และความน่าเชื่อถือในระยะยาว ไม่ใช่เพียงเพราะราคาที่แข่งขันได้
ประการที่สองคือการเป็นอันดับ 1 ด้าน Business Solutions ที่เข้าใจความต้องการของ Business Partners ไทยมากที่สุด เซยุน คิม วางบทบาทของซัมซุงเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ใช้ AI Technology พัฒนาโซลูชันร่วมกับคู่ค้าในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ค้าปลีก การศึกษา อาคารสำนักงาน ไปจนถึงโรงพยาบาล แนวทางนี้มุ่งใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
ประการที่สามคือการเป็นอันดับ 1 ในใจลูกค้าผ่านการสร้างความสบายใจ เพราะคุณค่าของแบรนด์ไม่ได้อยู่แค่ตัวสินค้า แต่อยู่ที่ประสบการณ์หลังการขาย จุดเริ่มต้นสำคัญคือบริการ One Day Service สำหรับการซ่อมแอร์ให้เสร็จภายใน 1 วัน พร้อมขยายระยะเวลารับประกันเป็น 5 ปี ครอบคลุมทั้งค่าเดินทาง ค่าแรง และค่าอะไหล่ และให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนฐานแนวคิดที่ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งใน Strategic Market ที่ซัมซุงให้ความสำคัญในระดับโลก บริษัทจึงพร้อมลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งด้านนวัตกรรม การวิจัย และการพัฒนา เพื่อยกระดับเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เป้าหมายคือการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย ทั้งในวันนี้และอนาคต

นิยามใหม่ของทีวีสู่การเป็น “AI Entertainment Companion”
ด้วยวิสัยทัศน์ Your Companion to AI Living กลยุทธ์ของซัมซุงถูกถ่ายทอดลงสู่แต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยเริ่มต้นจาก “ทีวี” ซึ่งเป็นหมวดที่สะท้อนการเปลี่ยนสนามแข่งขันได้ชัดที่สุด ในอดีต ทีวีถูกมองเป็นเพียงอุปกรณ์แสดงภาพและเสียง การแข่งขันจึงวนเวียนอยู่กับขนาดหน้าจอและราคา แต่วันนี้บทบาทของทีวีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้เป็นแค่จอภาพอีกต่อไป หากกลายเป็นศูนย์กลางของบ้านอัจฉริยะ จุดเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่าง ๆ และพื้นที่ที่ AI ทำงานร่วมกับผู้ใช้อย่างใกล้ชิด
ปี 2026 ซัมซุงกำหนดนิยามใหม่ของทีวีให้ก้าวข้ามบทบาทเดิม ไปสู่การเป็น AI Entertainment Companion หรือเพื่อนคู่คิดด้านความบันเทิง ที่เข้าใจทั้งเนื้อหา บริบท และพฤติกรรมการรับชมของผู้ใช้ พร้อมยกระดับประสบการณ์จากการรับชมแบบทางเดียว ไปสู่การโต้ตอบและปรับแต่งให้เหมาะกับแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง
ในมุมของผู้นำตลาดที่ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องกว่า 20 ปี ชวพจน์ เทียนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด สะท้อนแนวคิดนี้ไว้ว่า ในอดีต AI เป็นเพียงเครื่องมือทำตามคำสั่ง เช่น สั่งเปิด–ปิด หรือปรับภาพให้เหมาะสมอัตโนมัติ แต่ในปีนี้ AI ของซัมซุงพัฒนาไปอีกขั้น กลายเป็น AI ที่เข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดโดยเฉพาะทีวีที่ไม่ใช่แค่เครื่องรับชมความบันเทิงอีกต่อไป แต่ต้องเข้าใจว่าผู้ใช้กำลังดูอะไร ใครกำลังดู และบริบทของครอบครัวคืออะไร ทำให้เกิดการโต้ตอบมากขึ้น ผมมั่นใจว่าในปี 2026 ไม่มีแบรนด์ไหนมีระดับ Interactive AI บนทีวีเทียบเท่าซัมซุง
หัวใจของแนวทางนี้คือ Vision AI Companion (VAC) สามารถ “เข้าใจผู้ใช้” ได้จริง VAC ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย เป็นธรรมชาติ และตอบโจทย์เฉพาะบุคคล โดยถูกผสานเข้าไปในทีวีซัมซุงเกือบทุกซีรีส์ สามารถรับรู้สิ่งที่กำลังรับชม คาดการณ์ความต้องการ และนำเสนอข้อมูลหรือคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องแบบเรียลไทม์บนหน้าจอ เหมาะกับพฤติกรรมคนไทยที่ดูข่าว ดูบอล ดูซีรีส์ และเปิดทีวีตลอดทั้งวัน
เมื่อการใช้งานแอปฯบนทีวีเพิ่มขึ้น VAC จึงทำหน้าที่เป็นตัวช่วยแนะนำคอนเทนต์ให้เหมาะกับสมาชิกแต่ละคนในบ้าน พร้อมฟีเจอร์อย่าง AI Customization Mode ที่ปรับภาพและเสียงให้เหมาะกับประเภทคอนเทนต์อัตโนมัติ และ AI Soccer Mode ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คอบอลไทยโดยเฉพาะ ทำให้ทุกการรับชมเต็มอรรถรสและตรงกับความชอบมากขึ้น
นอกจากความฉลาดของซอฟต์แวร์ ทีวีของซัมซุงยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมบ้านผ่าน SmartThings ผู้ใช้สามารถเห็นแผนผังอุปกรณ์ในบ้านแบบ 3D Mapping ควบคุมแอร์ ไฟ เครื่องฟอกอากาศ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ ได้จากหน้าจอเดียว พร้อมยกระดับความปลอดภัยด้วยระบบป้องกันภัยไซเบอร์ในตัวทีวี ทำให้การเชื่อมต่อทั้งบ้านเกิดขึ้นอย่างไร้รอยต่อ
ด้านฮาร์ดแวร์ ปี 2026 ซัมซุงยกระดับเทคโนโลยีจอภาพไปอีกขั้น ด้วยการเตรียมเปิดตัว Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว ครั้งแรกของโลก ซึ่งขยายทั้งขนาดและคุณภาพการแสดงผลอย่างก้าวกระโดด และการทำงานของ AI ในบทบาทผู้ช่วยด้านความบันเทิง ช่วยขยายบทบาทของทีวีจากอุปกรณ์ดูหนัง ไปสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน
“โครงสร้างตลาดทีวีในประเทศไทยก็สอดรับกับการเปลี่ยนบทบาทนี้ แม้ปัจจุบันสัดส่วนหลักยังอยู่ที่ 55 นิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ แต่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างคงที่ ขณะที่ขนาดต่ำกว่า 50 นิ้วมีการหดตัวแบบตัวเลขสองหลัก แต่ขนาดที่เติบโตจริง ๆ คือ 65 นิ้วขึ้นไป ตั้งแต่ 65, 75, 85 ไปจนถึง 100 นิ้วขึ้นไป ดังนั้นภาพรวมตลาดไม่ได้หดตัว เพียงแต่การเติบโตย้ายไปอยู่ที่จอขนาดใหญ่” ชวพจน์ กล่าวเสริม
ทีวีซัมซุงจึงถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงของบ้านสำหรับทุกเจเนอเรชัน ด้วยคุณภาพภาพที่เหนือกว่า เทคโนโลยี Glare Free ลดแสงสะท้อนให้ดูสบายตาในทุกสภาพแสง การรองรับ AI TV ครบทุกเซกเมนต์ และความมั่นใจระยะยาวผ่านการอัปเดต Tizen OS ฟรี 7 ปี ทำให้ผู้ใช้ได้รับฟีเจอร์ใหม่และอัปเดตความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน

AI Home Living Companion ยกระดับชีวิตในบ้านที่ “คิดแทน” ได้จริง
แนวคิด Your Companion to AI Living ถูกขยายเข้าสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ AI เริ่มเข้ามาเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตประจำวัน ซัมซุงไม่ได้มองเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ทำงานตามคำสั่งอีกต่อไป แต่ยกระดับให้เป็น AI Home Living Companion ที่ช่วยคิด วางแผน และจัดการงานบ้านแทนผู้ใช้ได้จริง
ในมุมนี้ สารัช อักษราลิขิตสันติ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด อธิบายชัดเจนว่า “เราต่อยอดแนวคิด AI Home จากความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคไทยที่มองหา 3 เรื่องหลัก คือ ความสะดวก ประสิทธิภาพที่ดีกว่า และการประหยัดพลังงาน สู่การพัฒนา Bespoke AI Series ให้กลายเป็น Home Living Companion ที่ช่วยลดภาระงานบ้านในชีวิตจริง”
หัวใจของระบบบ้านอัจฉริยะคือ SmartThings สารัช เผยว่าวันนี้มีผู้ลงทะเบียนใช้งานในไทยมากกว่า 4.4 ล้านราย และมีผู้ใช้งานประจำราว 1 ใน 4 ของทั้งหมด เติบโตถึง 26% เมื่อเทียบปีต่อปี ทำให้ตู้เย็น เตาอบ เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น และระบบแอร์ สามารถทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว ผ่านหน้าจอ กล้อง และการสั่งงานด้วยเสียง ขณะที่ AI ในระบบจะช่วยคาดการณ์ความต้องการและจัดการงานต่าง ๆ ให้อัตโนมัติ
ในหมวดตู้เย็น Bespoke AI Refrigerator Family Hub ได้ยกระดับจากอุปกรณ์เก็บอาหาร ไปสู่ผู้ช่วยอัจฉริยะในครัว หน้าจอ Family Hub ใช้ AI Vision ที่พัฒนาร่วมกับ Google Gemini เพื่อจดจำวัตถุดิบ ติดตามรายการอาหาร แจ้งเตือนวันหมดอายุ และช่วยวางแผนเมนูเฉพาะบุคคลผ่าน Samsung Food ควบคู่กับ AI Inverter และ AI Energy Mode ที่เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งาน ปรับการทำงานของคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะสม และช่วยลดการใช้พลังงานได้สูงสุดราว 10% ทำให้ความคุ้มค่าไม่ได้อยู่แค่ราคาซื้อ แต่สะท้อนผ่านค่าไฟที่ลดลงและความทนทานระยะยาว
ถัดมาที่ เครื่องซักผ้า Bespoke AI Laundry Combo เปลี่ยนจากการซักให้สะอาด ไปสู่การดูแลผ้าอย่างชาญฉลาด ฟีเจอร์ AI Wash and Dry ใช้เซนเซอร์หลายจุดวัดน้ำหนักผ้า แยกประเภทเนื้อผ้า และตรวจระดับความสกปรก ก่อนคำนวณปริมาณน้ำและน้ำยาซักผ้าอัตโนมัติ ผสานกับ AI EcoBubble ที่เปลี่ยนน้ำยาเป็นฟองละเอียดเพื่อทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมถนอมเนื้อผ้า ทำให้เครื่องซักผ้าไม่ได้เป็นแค่เครื่องทำความสะอาด แต่เป็นผู้ช่วยที่ช่วยประหยัดน้ำ ไฟ และเวลาในชีวิตประจำวัน
ปีนี้ซัมซุงได้ขยายสู่ตลาดเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ มีมา 2 รุ่นได้แก่เครื่องซักขนาด 18 กิโลกรัม และ 64 กิโลกรัม จุดเด่นคือเวลาซักที่รวดเร็วมาก ใช้เวลาประมาณ 35–45 นาที ซึ่งตอบโจทย์ผู้ประกอบการในไทย โดยจะลุยตลาดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในปีนี้ พร้อมรับประกัน 3 ปี ทำให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้

ธุรกิจเครื่องปรับอากาศ ที่เย็นสบาย คุ้มค่า และมั่นใจเรื่องบริการ
อดีต การเลือกแอร์มักวนอยู่กับความเย็นเร็ว ค่าไฟ และราคาเป็นหลัก แต่ในปี 2026 บทบาทของแอร์ขยับไปไกลกว่านั้น ซัมซุงผลักดันให้แอร์ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ทำความเย็น หากต้องเป็นเครื่องมือที่ดูแลสุขภาพ ประหยัดพลังงาน และทำงานอัจฉริยะให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้
อภิรดี พหลเวชช์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศและกลุ่มลูกค้าองค์กรเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่าซัมซุงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครื่องปรับอากาศ ด้วยการผสานสมรรถนะการทำความเย็นที่ทรงพลัง ความทนทาน และการใช้งานที่ง่าย เข้ากับเทคโนโลยี AI ที่ช่วยบริหารการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด ลดค่าไฟ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมการรับประกันและบริการหลังการขายที่สร้างความอุ่นใจ ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคไทยในระยะยาว
“วันนี้ราว 90% ของไลน์เครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยของซัมซุงถูกติดตั้ง AI เข้ามาเป็นมาตรฐาน ตั้งแต่ AI Fast Cooling ที่ทำความเย็นให้ถึงอุณหภูมิเป้าหมายได้เร็วขึ้น ไปจนถึง AI Energy Mode ที่วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานและสภาพแวดล้อม เพื่อลดการใช้พลังงานโดยไม่ลดความสบายของผู้อยู่อาศัย”
ข้อมูลจากการใช้งานจริงผ่าน SmartThings สะท้อนว่าผู้ใช้เปิดใช้โหมด AI มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนการใช้งานราว 30–40% ซึ่งบ่งชี้ว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงฟีเจอร์เชิงภาพลักษณ์ แต่ถูกนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน
ผลิตภัณฑ์ปีนี้ไลน์อัปหลักนำโดย Bespoke AI WindFree PRO, Free Joint Multi และโซลูชันเชิงพาณิชย์ DVM AI Active ที่ออกแบบมาให้รองรับบ้านทุกขนาดและรูปแบบการใช้งาน WindFree PRO มาพร้อมดีไซน์ใหม่ตามแนวคิด Grid Design พื้นผิวแบบแมทที่กลมกลืนกับการตกแต่งบ้าน และ AI Integrated Blade Design ที่ควบคุมทิศทางลมได้แม่นยำรอบด้าน ผสานระบบกระจายลมแบบ 5 ทิศทางและโหมด Gentle Cooling ซึ่งลดการปะทะลมเย็นโดยตรง เหมาะกับครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
ด้าน Free Joint Multi ตอบโจทย์พื้นที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ โดยใช้คอยล์ร้อนเพียงตัวเดียวเชื่อมต่อคอยล์เย็นได้หลายเครื่อง ลดความแออัดของพื้นที่ระเบียง ประหยัดค่าไฟ และลดความยุ่งยากในการติดตั้ง พร้อมรักษาความสวยงามของอาคารและคอนโดมิเนียม
ฝั่งบริการหลังการขาย ซัมซุงยกระดับมาตรฐานใหม่ด้วย One Day Service ซ่อมแอร์ให้เสร็จภายใน 1 วัน พร้อมขยายการรับประกันเป็น 5 ปี ครอบคลุมค่าเดินทาง ค่าแรง และค่าอะไหล่ และให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อแค่เครื่องปรับอากาศ แต่ซื้อความสบายใจตลอดอายุการใช้งาน

ธุรกิจจอภาพเพื่อองค์กรที่ขับเคลื่อนประสบการณ์ใหม่ด้วย AI และนวัตกรรมระดับโลก
หากย้อนกลับไป จอภาพสำหรับองค์กรถูกมองเป็นต้นทุนด้านอุปกรณ์สำนักงานหรือสื่อโฆษณา แต่ในปี 2026 ซัมซุงนิยามบทบาทใหม่ของจอภาพให้เป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์และสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารแบรนด์ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร
อภิรดา พัวพรพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จอภาพ บริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ซัมซุงยกระดับบทบาทเทคโนโลยีจอภาพจาก ‘จอแสดงผล’ สู่การสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่สำหรับภาคธุรกิจ ด้วยการผสานนวัตกรรมฮาร์ดแวร์เข้ากับพลังของ AI เพื่อยกระดับคุณภาพการแสดงผลให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ควบคู่ซอฟต์แวร์อัจฉริยะอย่าง VXT ที่เสริมด้วย AI Enhancement และระบบแชตบอต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคอนเทนต์และการสื่อสารได้อย่างชาญฉลาด”
ด้านฮาร์ดแวร์ ซัมซุงพัฒนาเทคโนโลยีจอให้ตอบโจทย์การใช้งานเชิงธุรกิจอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงความคมชัด แต่รวมถึงความสบายตา ความทนทาน การใช้งานต่อเนื่อง และความปลอดภัยของข้อมูล ขณะที่ซอฟต์แวร์ สิ่งสำคัญคือ VXT (Virtual Experience Transformation) ทำหน้าที่เป็นระบบบริหารจัดการคอนเทนต์อัจฉริยะสำหรับองค์กร AI เข้ามาช่วยให้การสร้างและจัดการคอนเทนต์ง่ายขึ้น แม้ผู้ใช้งานไม่มีทักษะด้านการเขียนโค้ดหรือการออกแบบขั้นสูง ก็สามารถสร้างภาพอินโฟกราฟิก หรือวิดีโอสำหรับหน้าจอดิจิทัลได้ผ่านการป้อนข้อความหรือคำสั่งง่าย ๆ
ควบคู่กันนี้ ซัมซุงยังยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลองค์กร ด้วยการผ่านการรับรอง ISO 27001 และ ISO 27701 ซึ่งครอบคลุมทั้งความปลอดภัยของระบบและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ธุรกิจสามารถใช้โซลูชันจอภาพได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะในภาคการเงิน การศึกษา และการแพทย์
ด้านประสบการณ์ ซัมซุงผลักดันให้จอภาพเพื่อองค์กรก้าวไปไกลกว่าป้ายดิจิทัลแบบเดิม ผ่าน Virtual 3D Content และเอฟเฟกต์ความลึกบนวิดีโอวอลล์ ทำให้การเล่าเรื่องของแบรนด์มีพลังมากขึ้น ดึงดูดสายตาผู้ชม และเพิ่มอัตราการมีส่วนร่วม
ไฮไลต์ของไลน์อัปปีนี้คือ Spatial Signage จอ 3 มิติแบบไม่ต้องสวมแว่น ที่สามารถแปลงภาพ 2 มิติให้ดูมีมิติความลึกเหมือนวัตถุโผล่ออกมาจากหน้าจอ เทคโนโลยีนี้ได้รับรางวัล CES Innovation Awards และถูกนำไปใช้ในงานศิลปะ นิทรรศการ และแคมเปญการตลาดเชิงประสบการณ์
อีกผลิตภัณฑ์สำคัญคือ E-Paper Digital Signage ซึ่งใช้พลังงานต่ำมาก กินไฟเฉพาะตอนเปลี่ยนคอนเทนต์ เหมาะกับร้านค้าปลีก โรงเรียน และอาคารสำนักงาน นอกจากช่วยลดค่าไฟแล้ว ยังช่วยลดการใช้กระดาษและของเสียจากสื่อสิ่งพิมพ์ ทำให้ธุรกิจสามารถสื่อสารข้อมูลได้อย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

และวันนี้กลับมาที่คำถามสำคัญของตลาดปี 2026 เมื่อทุกแบรนด์เริ่มพูดเรื่อง AI เหมือนกันแล้ว เกมการแข่งขันจะวนกลับไปสู่ Price War อีกครั้งหรือไม่ ชวพจน์ ให้มุมมองที่น่าสนใจ เพราะประวัติศาสตร์ตลาดทีวีให้บทเรียนที่ชัดเจน ช่วงหลายปีก่อน ผู้ผลิตส่วนใหญ่ผลักสเปกจอ ความละเอียด และฟีเจอร์พื้นฐานจนใกล้เคียงกัน ทำให้ความแตกต่างลดลง และการแข่งขันไหลกลับไปสู่เรื่องราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในรอบนี้แตกต่างจากอดีต เพราะ AI ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันเสริม หากเป็นซอฟต์แวร์ โครงสร้างข้อมูล และระบบต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ฝั่งทีวี แม้คู่แข่งจะมี AI เช่นกัน แต่สิ่งที่แยกผู้นำออกจากผู้ตามไม่ใช่การมี AI เท่านั้น หากเป็นความสามารถในการเข้าใจบริบทผู้ใช้ การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นในบ้าน ความสม่ำเสมอของประสบการณ์ผ่าน SmartThings และความสามารถในการอัปเดตซอฟต์แวร์ระยะยาว ยกตัวอย่าง Tizen OS 7 ปี ซึ่งสิ่งนี้ซัมซุงเป็นรายเดียวที่ให้นานที่สุด การแข่งขันจึงไม่ได้กลับไปสู่ราคา แต่เป็นการแข่งขันด้านคุณภาพของประสบการณ์และความเชื่อถือได้มากกว่า

เรียกได้ว่าตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ราคาที่เคยเป็นตัวตัดสินใจซื้อในวันนั้นกำลังเปลี่ยน ปี 2026 จะวัดกันที่คุณภาพของ AI Ecosystem ที่เชื่อมโยงทั้งบ้าน และบริการที่สร้างความสบายใจในระยะยาว เส้นทางของซัมซุงสะท้อนการเปลี่ยนเกมนี้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ทีวีที่ก้าวสู่ AI Entertainment Companion เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เป็น Home Living Companion แอร์ที่เป็นผู้ช่วยจัดการพลังงาน ไปจนถึงโซลูชัน B2B และจอภาพองค์กรที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง ทั้งหมดผูกเข้าด้วยกันด้วย SmartThings และ AI แม้บางเซกเมนต์อาจยังมีช่วงที่ราคาเป็นปัจจัยแข่งขัน แต่แกนหลักของตลาดได้ขยับไปสู่ value ด้านประสบการณ์ เทคโนโลยี และความเชื่อมั่นในแบรนด์แล้ว
ในบริบทนี้ ประเทศไทยไม่ใช่แค่ตลาดขายสินค้า แต่เป็น Strategic Market ที่ซัมซุงพร้อมลงทุนระยะยาวด้านนวัตกรรม เพื่อเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย หรือพูดง่าย ๆ คือ เกมรอบใหม่ไม่ได้อยู่ที่ “ใครถูกกว่า” แต่คือ “ใครสร้างคุณค่าให้ชีวิตคนได้มากกว่า” และนี่คือสนามที่ซัมซุงเลือกยืนอย่างชัดเจนในปี 2026 นี้