บุญเรืองกล่าวถึงวิธีการปลูกทุเรียนให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพว่า “การปลูกทุเรียนให้ได้คุณภาพดีนั้น ต้องเริ่มจากการดูแลบำรุงดิน การให้ปุ๋ย การตัดดอก การคัดลูกติดต้น ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญมากและต้องใช้ประสบการณ์ดูว่าลูกไหนควรตัดทิ้ง ลูกไหนควรเก็บไว้ จะเก็บไว้มากน้อยแค่ไหนจึงจะให้ได้ผลที่พอดีและสมบูรณ์ จากนั้นเป็นการแต่งกิ่ง ผูกโยงเชือกเพื่อรับน้ำหนักเมื่อผลทุเรียนโตเต็มที่ และขั้นตอนสุดท้าย คือ การเฝ้ารอให้ทุเรียนแก่จัดพร้อมตัดจากต้น ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาราว 120 วัน” และกล่าวเสริมว่า “การตัดทุเรียนจากต้น ก็ต้องใช้คนงานที่มีประสบการณ์ในการคัดผลที่แก่จัดก่อนตัด การโยน การรับ ซึ่งต้องทำได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว และเสียหายน้อยที่สุด”
หลังจากได้ชมวิธีการเก็บทุเรียนจากต้นจนถึงการขนส่งออกจากสวนแล้ว คณะสื่อมวลชนได้เดินทางไปยัง ศูนย์กลางรับซื้อผลไม้ ซูเปอร์ฟรุต ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดส่งทุเรียนหมอนทองให้กับ Tmall ที่ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนอย่างอบอุ่น พร้อมนำชมและอธิบายวิธีการ และขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่การชั่งน้ำหนัก คัดเกรด บรรจุลงกล่อง และจัดเรียงใส่ตู้คอนเทนเนอร์พร้อมส่งออกไปประเทศจีน ซึ่งขั้นตอนที่สื่อมวลชนให้ความสนใจมากที่สุดคือ การเคาะทุเรียนเพื่อตรวจดูคุณภาพของทุเรียน หากเคาะแล้วมีเสียงโปร่งๆ กลวงๆ แสดงว่าทุเรียนแก่จัด ได้คุณภาพเหมาะกับการส่งออก
จรินทร์ ศิริการ เจ้าของศูนย์ฯ เล่าให้ฟังว่า “เราจะเลือกตัดทุเรียนที่สุกราว 70-80% เพื่อให้ทุเรียนสุกพร้อมรับประทานพอดีเมื่อส่งถึงประเทศจีน เมื่อคัดเกรดทุเรียนออกเป็น เอ บี และซี แล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการบรรจุลงกล่องๆ ละ 5 – 6 ลูก หรือกล่องละ 18.5 กิโลกรัม จากนั้นจะลำเลียงขึ้นรถตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งบรรจุได้ตู้ละ ประมาณ 900 กล่อง ในแต่ละวันจะมีรถตู้คอนเทนนอร์ขนส่งทุเรียนจากที่ศูนย์รับซื้อแห่งนี้ประมาณวันละ 2- 4 คัน ผ่านไปตามเส้นทางสู่ภาคอีสานสิ้นสุดที่จังหวัดนครพนม ข้ามแดนผ่านไปยังประเทศลาว เวียดนาม ก่อนเข้าสู่ชายแดนประเทศจีน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5 วันจากจังหวัดจันทบุรีถึงประเทศจีน”
“ความต้องการผลไม้ไทยที่มากขึ้นจากตลาดจีนจะส่งผลดีให้กับธุรกิจส่งออกของเราในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นหรือโอกาสการทำงานที่เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับแรงงานในพื้นที่ ชาวสวนเองก็สามารถขายผลผลิตได้ราคาดี รู้ถึงความต้องการของตลาด ทำให้สามารถบริหารจัดการกับผลผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” จรินทร์ กล่าวเสริม
ความร่วมมือของอาลีบาบา กรุ๊ป กับภาครัฐในการผลักดันสินค้าเกษตรของไทยเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนที่เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ โดยขายผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ TMall นั้น จะทำให้เกษตรกรมีช่องทางการตลาดการขายเพิ่มขึ้น และด้วยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคของอาลีบาบา เกษตรกรสามารถนำข้อมูลมาวางแผนการเพาะปลูก คาดการณ์ปริมาณผลผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จัดการระบบขนส่ง และโลจิสติกส์ให้รวดเร็วและทันกับความต้องการของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น ผู้ค้าข้าว ได้นำข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคไปพัฒนาสแน็คที่ทำจากข้าวทำให้ได้รสชาติที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ ประโยชน์ต่างๆ ที่ได้จากความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพของเกษตรรายย่อยและผู้ประกอบการในท้องถิ่นให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เนื่องจากโอกาสทางการค้าที่เปิดกว้างมากขึ้นในตลาดโลก อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นตามไปด้ว