ภาพจำของร้านอาหารที่ทุกคนต้องเดินเข้าไปรับประสบการณ์แบบเดียวกัน กำลังกลายเป็นอดีต
วันนี้สมรภูมิธุรกิจ F&B แข่งขันกันดุเดือดในทุกวินาที พฤติกรรมผู้บริโภคแตกย่อยลงเรื่อย ๆ (Market Fragmentation) ความต้องการของพนักงานออฟฟิศช่วงพักเที่ยง แก๊งเพื่อนแฮงก์เอาต์วันหยุด และกลุ่มคนรักการสังสรรค์ยามค่ำคืนล้วนแตกต่างกันอย่างชัดเจน
โมเดล One Size Fits All เพื่อมัดใจคนทุกกลุ่ม จึงไม่ใช่คำตอบที่เวิร์กสำหรับยุคนี้อีกต่อไป
แบรนด์ใหญ่ในตลาดจึงต้องขยับตัว เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมกับมองหาโอกาสใหม่ไปพร้อมกัน อย่าง Sizzler ที่เดินเกมแตกโมเดลร้าน สร้างคอนเซปต์ใหม่เพื่อเสิร์ฟประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มมากขึ้น แทนการใช้มาตรฐานเดียวครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศเหมือนในอดีต
แล้ว 2 โมเดลใหม่ของ Sizzler มีหน้าตาหรือรายละเอียดเป็นอย่างไร BrandAge สรุปมาให้แล้ว

1. Sizzler Special
นำเสนอสลัดบาร์ในราคา 249 บาท Net (รวม VAT และไม่มี Service Charge) พร้อมขยายไลน์อาหารให้มีความหลากหลายมากกว่า 100 รายการ ผ่าน 6 โซนหลัก ได้แก่
- โซนผักพรีเมียม มีให้เลือกหลากหลายขึ้น ทั้งเบบี้แครอท มันหวาน แอสพารากัส เป็นต้น
- โซนพาสต้า เสิร์ฟทั้งแบบปรุงสำเร็จและมุม DIY ให้ลูกค้ารังสรรค์เมนูเอง
- โซนซุป ไม่น้อยกว่า 5 รายการ เช่น ซุปทรัฟเฟิล, ซุปเห็ด, ซุปผักรวม, ซุปข้าวโพด และซุปครีมสูตรเฉพาะของ Sizzler
- โซนส้มตำ เพิ่มโซนแซ่บ ส้มตำรสชาติไทย จัดจ้านแบบไม่อั้น
- โซนของหวาน มีแพนเค้กทำสด ชีสโทสต์ และไอศกรีมโยเกิร์ตซอฟต์เสิร์ฟ
- โซนเครื่องดื่ม ให้บริการเครื่องดื่มหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น โซดารีฟิล น้ำผลไม้ ชาและกาแฟ รวมถึงเมนูพิเศษเช่น ชาไทยปั่น
ปัจจุบัน Sizzler Special เปิดให้บริการแล้ว 14 สาขา ได้แก่
- เซ็นทรัลอีสต์วิลล์
- ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต
- เซ็นทรัล ชลบุรี
- เมกา บางนา
- เซ็นทรัล ศาลายา
- แฟชั่น ไอส์แลนด์
- ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
- เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
- ซีคอน บางแค
- เซ็นทรัล ลาดพร้าว
- เดอะมอลล์ บางกะปิ
- เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางแค

2. Sizzler Sun & Moon
เข้ามาตอบโจทย์ข้อจำกัดด้านช่วงเวลาให้บริการ โดยมีสาขานำร่อง 2 แห่ง คือ La Villa อารีย์ และ Charn at the Avenue โมเดลนี้แบ่งประสบการณ์ออกตามช่วงเวลา ได้แก่
- Sun Menu เวลา 10:00 – 16:59 น. ราคา 249 บาท
- Moon Menu เวลา 17:00 เป็นต้นไป ราคา 279 บาท
โมเดลนี้ยังสอดรับกับเทรนด์ Night Economy พร้อมขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนเมืองที่มองหาพื้นที่สังสรรค์หลังเลิกงาน
เบื้องหลังการขยับครั้งนี้คือกลยุทธ์ Premiumization ที่ Sizzler เลือกเพิ่มคุณค่ามากกว่าลงไปแข่งขันด้านราคา จากเดิม สลัดบาร์ Sizzler มีราคาเริ่มต้น 199 บาท ขณะที่โมเดลใหม่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 249 บาท พร้อมเพิ่มวัตถุดิบ เมนู และประสบการณ์ภายในร้านให้มีความหลากหลายมากขึ้น ลูกค้าจึงสัมผัสได้ถึงความคุ้มค่า และยินดีจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ พื้นที่กิจกรรมอย่างมุมทำแพนเค้ก หรือโซนพาสต้า ยังทำหน้าที่เป็น UGC ชั้นดี ช่วยกระตุ้นให้เกิดการถ่ายภาพ แชร์ลงโซเชียล และสร้างกระแสได้อีกทาง

ปัจจุบัน Sizzler มีทั้งหมด 66 สาขา การเปิดโมเดลใหม่หลายแห่งเป็นการปรับจากสาขาเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแต่ละทำเลให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้เฉพาะทางมากขึ้น สาขาในย่านครอบครัว อาจต้องการความคุ้มค่าและความหลากหลายของเมนู ขณะที่สาขาในย่านออฟฟิศ ต้องแข่งขันกับเวลาพักเที่ยงที่จำกัด โมเดลแบบเดียวกันทุกสาขาจึงเริ่มไม่ตอบโจทย์เท่าในอดีต
สำหรับแบรนด์ที่อยู่คู่ตลาดมานาน ความท้าทายสำคัญคือการรับมือกับ “ภาพจำเดิม” การสร้างคอนเซปต์ใหม่ เมนูใหม่ และโซนอาหารที่มีลูกเล่นมากขึ้น จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่ ทั้งวัยรุ่นและกลุ่มคนทำงาน พร้อมกับยังรักษาฐานลูกค้าครอบครัวเอาไว้ได้ในเวลาเดียวกัน
มูฟเมนต์ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่า Sizzler ไม่ยอมหยุดนิ่ง ยังพยายามทดลองโมเดลใหม่อย่างต่อเนื่อง ในวันที่ตลาด F&B เปลี่ยนเร็วกว่าเดิมทุกปี