ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตภายใต้การแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วย “สงครามราคา” ไม่ว่าจะเป็นคูปองส่วนลด ส่งฟรี หรือโปรโมชันแฟลชเซลล์ที่กลายเป็นอาวุธหลักในการแย่งชิงผู้บริโภค แต่เมื่อพฤติกรรมของนักช้อปออนไลน์เริ่มเปลี่ยนไป การแข่งขันก็เริ่มขยับเข้าสู่เฟสใหม่ที่ซับซ้อนกว่าเดิม
แนวโน้มดังกล่าวกำลังผลักดันให้ตลาดอีคอมเมิร์ซเปลี่ยนจาก Price War เข้าสู่ยุคของ Premium Commerce หรือการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านแบรนด์ คุณภาพ และประสบการณ์ มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว
ล่าสุด ลาซาด้า ประเทศไทย ตอกย้ำการเป็นจุดหมายแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ต้อนรับแคมเปญใหญ่กลางปี ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ระดับโลก และแบรนด์ไทยชั้นนำบน LazMall พร้อมสินค้าและคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อัปเกรดสิทธิพิเศษสมาชิกเอาใจนักช้อปสาย Beauty & Wellness และต่อยอดความสนุกสู่โลกออฟไลน์กับ ลาซาด้า 6.6 ตกดีลเด็ด
แคมเปญ 6.6 ปีนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำบทบาทของลาซาด้า ในฐานะเดสทิเนชันของสินค้าแบรนด์แท้ชั้นนำ โดยได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ทั้งไทยและระดับโลกให้เปิดตัวร้านค้าอย่างเป็นทางการบน LazMall นำโดยแบรนด์บิวตี้ระดับพรีเมียมอย่าง Kanebo ที่เข้ามาเสริมทัพแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟบนลาซาด้า อาทิ Drunk Elephant, Estée Lauder, IPSA, LA MER, NARS รวมถึง Helena Rubinstein ที่เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้
ขณะที่หมวดแฟชั่นรวบรวมสินค้าและคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่นไทย GENTLEWOMAN และคอลเลกชันพิเศษจาก O&B ที่คอลแลบฯ กับคาแรกเตอร์สุดคิวท์อย่าง Hello Kitty นอกจากนี้ ยังมีคอลเลกชันพิเศษเอาใจคอบอลต้อนรับศึกฟุตบอล FIFA World Cup 2026 จากหลากหลายแบรนด์ทุกหมวดหมู่ อาทิ Asics, LEGO, POP MART และอื่นๆ อีกมากมาย
ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านความเคลื่อนไหวของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดอย่างลาซาด้า ที่ใช้แคมเปญ 6.6 เป็นมากกว่าการกระตุ้นยอดขายระยะสั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางใหม่ของแพลตฟอร์มในฐานะ “Premium Shopping Destination” หรือจุดหมายปลายทางสำหรับการช้อปปิ้งสินค้าคุณภาพ

ข้อมูลจาก We Are Social ระบุว่า ประเทศไทยยังคงครองแชมป์นักช้อปออนไลน์สูงสุดอันดับ 1 ของโลก โดยมีผู้บริโภคกว่า 69.1% ซื้อสินค้าออนไลน์เป็นประจำทุกสัปดาห์ ขณะที่รายงาน The Rise of Authenticity-Driven E-Commerce in Thailand คาดการณ์ว่าสัดส่วนการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทางการ (Mall) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มจาก 30% เป็น 55% ภายในปี 2573
สอดคล้องกับสถิติจากแคมเปญวันเกิดของลาซาด้าที่มูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ยบนแพลตฟอร์ม (Average Order Value) เติบโตถึง 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนทิศทางของอีคอมเมิร์ซยุคใหม่ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์แท้ ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพมากขึ้น ส่งผลให้แพลตฟอร์มต้องยกระดับบทบาทสู่การเป็นจุดหมายของนักช้อปคุณภาพ ที่สามารถค้นพบทั้งสินค้าและบริการระดับพรีเมียม รวมถึงประสบการณ์ช้อปที่แตกต่าง
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือการผลักดัน LazMall ให้กลายเป็นพื้นที่รวมแบรนด์อย่างเป็นทางการมากขึ้น ทั้งในกลุ่ม Beauty, Wellness และ Fashion ผ่านการดึงแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ชั้นนำเข้ามาเปิดร้านบนแพลตฟอร์ม รวมถึงการนำเสนอคอลเลกชันพิเศษและสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่หาไม่ได้จากช่องทางทั่วไป
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือการขยายบทบาทของแพลตฟอร์มจากพื้นที่ซื้อขายสินค้าไปสู่การเป็น Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการหลากหลายเข้าด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมา โปรแกรมสมาชิกของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมักมุ่งเน้นการแจกคูปองหรือสิทธิพิเศษในการซื้อสินค้าเป็นหลัก แต่ปัจจุบันผู้เล่นหลายรายเริ่มพยายามสร้างคุณค่าในมิติที่กว้างขึ้น ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นบริการด้านสุขภาพ ความงาม ฟิตเนส การเดินทาง หรือบริการจัดส่งอาหาร

สำหรับแคมเปญ 6.6 ปีนี้ ลาซาด้า ยังคงเชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปสู่ไลฟ์สไตล์ ความสนุก และความบันเทิงครบวงจร โดยยกระดับ ‘Lazada Membership’ สู่ความคุ้มค่าที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์นักช้อปยุคใหม่ อัปเกรดสิทธิพิเศษด้าน Beauty และ Wellness สำหรับสมาชิก Lazada Membership พร้อมสร้างความสนุกผ่าน LazGames และ LazCoins Gamification ที่จะเป็นอีกหนึ่งสีสันของแคมเปญ และต่อยอดความสนุกสู่โลกออฟไลน์ กับกิจกรรม ลาซาด้า 6.6 ตกดีลเด็ด โดยเชื่อมต่อนักช้อปผ่านกิจกรรมออฟไลน์ในวันที่ 5 มิถุนายน ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้นักช้อปได้ร่วมลุ้นดีลพิเศษจากลาซาด้าได้แบบเรียลไทม์
นี่คือภาพของ Entertainment Commerce ที่ผสมผสานความบันเทิงเข้ากับการช้อปปิ้ง การนำเกม ระบบสะสมแต้ม ไลฟ์สตรีม หรือกิจกรรม Interactive ต่างๆ เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์ม กลายเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มระยะเวลาการใช้งาน กระตุ้นการมีส่วนร่วม และสร้างโอกาสในการซื้อซ้ำ
สิ่งเหล่านี้ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซทั่วโลก ที่เริ่มหลอมรวมเส้นแบ่งระหว่าง Retail, Media และ Entertainment เข้าด้วยกัน ผู้บริโภคไม่ได้เข้ามาเพื่อซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เข้ามาเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ รับชมคอนเทนต์ และมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ภายในแพลตฟอร์ม
ขณะที่การขยายกิจกรรมจากโลกออนไลน์สู่ประสบการณ์ออฟไลน์ยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้เล่นในตลาดกำลังให้ความสำคัญกับการสร้าง Brand Experience มากขึ้น แม้ธุรกิจจะดำเนินอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่การสร้างประสบการณ์จริงยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคในระยะยาว
เมื่อพิจารณาภาพรวมจะเห็นว่า การแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และระบบนิเวศทางธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกกลับมาใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะในยุคที่ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาได้ภายในไม่กี่วินาที ความได้เปรียบที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่ส่วนลด แต่คือความสามารถในการสร้างคุณค่าที่เหนือกว่าราคาสินค้า