อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ ผู้ก่อตั้งสามพรานโมเดล ในฐานะประธานกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนสุขใจออร์แกนิก กล่าวว่า การมีจุดจำหน่ายตลาดกลางสินค้าอินทรีย์นี้ ไม่เพียงจะทำให้เราสามารถบริหารจัดการผลผลิตให้มีคุณภาพ สดใหม่ ลดความสูญเสียการเน่าเสียของผัก ยังจะทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ในการกระจายผลผลิตอินทรีย์ไปสู่ผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น ซึ่งปัจจุบันจากการทำงานเชื่อมโยงและพัฒนาร่วมกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ การสนับสนุนของภาควิชาการทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนและเพิ่มผลผลิตอินทรีย์ได้มากขึ้นและต่อเนื่อง ทำอย่างไรที่จะสามารถรักษาผลผลิตเหล่านั้นให้มีความสดใหม่ ในส่วนผู้บริโภคที่มีจำนวนมากขึ้นที่ต้องการวัตถุดิบอินทรีย์ไปปรุงอาหารทุกวัน รวมไปถึงความตื่นตัวของร้านอาหาร โรงแรมที่อยากได้วัตถุดิบอินทรีย์ ทำอย่างไรเราจะสามารถจัดส่งผลผลิตเหล่านั้นไปถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นบ่อยขึ้น ดังนั้นการที่พาณิชย์จังหวัดนครปฐม เลือกตลาดสุขใจให้เป็นจุดจำหน่ายและตลาดกลางสินค้าอินทรีย์ รวมถึงสนับสนุนให้มีการตั้งห้องเย็น จะช่วยทำให้เราสามารถบริหารจัดการผลผลิตเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรักษาคุณภาพสดใหม่ด้วย
“สำหรับพื้นที่ตลาดสุขใจ ตลอด 8 ปี ที่ผ่านมา ภายใต้การดูแลของมูลนิธิสังคมสุขใจ มีการบริหารจัดการตลาดอย่างเป็นระบบ และมีการดึงการมีส่วนร่วมของเกษตรกรอินทรีย์และร้านค้า เปิดให้บริการทุกเสาร์อาทิตย์ จุดเด่นของที่นี่ คือ เป็นจุดเชื่อมผู้บริโภคกับเกษตรกรอินทรีย์ได้มารู้จักกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ โดยเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตเป็นผู้ขายเองด้วย แต่ละร้านยังมีการสื่อสารให้ผู้บริโภครู้ถึงราคาที่ชัดเจน การใช้วัตถุดิบในการปรุงอาหาร มีการสุ่มตรวจหาสารเคมีตกค้างในพืชผักที่นำมาจำหน่าย โดยเฉลี่ยมีผู้บริโภคมาจับจ่ายซื้อของวันละประมาณ 1,000 คน ดังนั้นจึงคาดหมายว่าจากการตั้งจุดจำหน่ายและตลาดกลางสินค้าอินทรีย์นี้ ตลาดสุขใจ จะเป็นจุดเชื่อมสังคมอินทรีย์ที่สำคัญ ซึ่งเราก็จะได้มีการพัฒนาการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเอื้อต่อการขยายจำนวนเกษตรกรอินทรีย์ และสัดส่วนการบริโภคเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยให้มากขึ้น” อรุษ กล่าว