การร่วมทุนในครั้งนี้ ไม่เพียงจะเป็นการเปิดโอกาสในการเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ นอกเหนือธุรกิจร้านอาหารของเอ็มเคเท่านั้น แต่ยังเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจร้านอาหารในเครือเอ็มเคได้เป็นอย่างดี เพราะโนว์ฮาวของพาร์ทเนอร์รายนี้จะเข้ามาช่วยสนับสนุนในเรื่องของการกระจายสินค้าเข้าสู่สาขาของร้านอาหารในเครือเอ็มเคที่มีรวมกันถึง 635 สาขาได้เป็นอย่างดี โดยจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้าน
1.การช่วยลดต้นทุน ซึ่งต้นทุนของการกระจายสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของคน โนว์ฮาวของเซนโคที่มีการนำโรบอทเข้ามาช่วยงานจะทำให้สามารถลดต้นทุนในเรื่องของคนลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง
2.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในแง่ของความรวดเร็วในการกระจายสินค้าจากระบบอัตโนมัติต่างๆ ซึ่งว่าไปแล้ว ในธุรกิจร้านอาหาร ความเร็วจะหมายถึงคุณภาพที่เพิ่มขึ้นของวัตถุดิบ ในภาพรวมทั้งหมดจึงสามารถเข้ามาช่วยลดต้นทุนตามคำบอกเล่าของ สมชาย หาญจิตต์เกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ 10 – 15%
“ส่วนการให้บริการกับธุรกิจในเครือเอ็มเค ช่วง 3 ปีแรก ร้านอาหารในเครือเอ็มเคจะเข้ามาเป็นลูกค้าในสัดส่วน 50% ของลูกค้าทั้งหมด หลังจากนั้นจะลดลงเหลือ 25% ที่เหลืออีก 75% จะเป็นลูกค้าจากนอกเครือเอ็มเค โดยในเฟสแรกของกาลงทุน จะสามารถรองรับการขยายสาขาของร้านอาหารในเครือเอ็มเคได้ 1,500 สาขา จากตัวเลขสาขาโดยรวมในปัจจุบันที่มีอยู่ 635 สาขา ทำให้เราสามารถขยายสาขาได้โดยไม่ต้องไปกังวลในเรื่องของการกระจายสินค้า ซึ่งการทำธุรกิจร้านอาหารที่เป็นเชนนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่เรื่องของการกระจายสินค้าด้วย ถ้าหากมีระบบโลจิสติกส์ที่ไม่ดีก็จะกลายเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่”
5 กลยุทธ์
สร้างการเติบโต
ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่โดน Disrupt โดยเทคโนโลยี เข้ามาเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กลุ่มเอ็มเค ต้องมีการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไป พวกเขามีทางเลือกมากขึ้น ขณะเดียวกันเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็เข้ามาช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงบริการของร้านอาหารต่างๆ ได้ง่ายขึ้น การเติบเต็มลูกเล่นในเรื่องนี้เข้าไปจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ทำให้เราได้เห็นการนำเครื่องมืออย่างแท็บเล็ตมาให้ลูกค้าสามารถเลือกเมนู พร้อมกับสั่งสินค้าได้เอง หรือการรับจองโต๊ะผ่านแอพพลิเคชั่นของเอ็มเค เป็นต้น
ส่วนการเติบโตของกลุ่มเอ็มเคจากการเปิดเผยของ สมชาย นั้นจะประกอบไปด้วย
1.กลยุทธ์ในเรื่องของแบรนด์ พอร์ตฟอลิโอ ยังเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากจะสามารถเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีหลากหลายกลุ่มได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำให้สามารถเลือกแบรนด์ให้เหมาะสมกับศูนย์การค้าที่แต่ละแบรนด์หรือแต่ละโลเกชั่นจะมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป
2.ขณะที่แบรนด์เอ็มเคที่ถือเป็น “พี่ใหญ่” ในพอร์ต ซึ่งเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งนั้น จะเพิ่มโอกาสจากการทลายกำแพงในการบริโภคอาหารประเภทสุกี้ที่รูปแบบการรับประทานส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่มทั้งกลุ่มครอบครัวที่มีความถี่ไม่มากนัก หรือกลุ่มเพื่อน การทลายกำแพงตรงนี้ก็คือ การเพิ่มโอกาส หรือความถี่ในการบริโภคให้มีมากขึ้น ทั้งจากการครีเอทเมนู หรือโปร์ดักท์ใหม่ รวมถึงการแตกแบรนด์ และรูปแบบของร้านเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ