ดร.อานนท์ ยังกล่าวเสริมว่า “ผู้ใช้จำนวนมากจะเข้าถึงระบบจากผู้กำหนดนโยบายกับผู้ใช้ท้องถิ่น และธีออส 2 จะถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาทักษะระดับประเทศของประเทศไทยในด้านอวกาศโดยรวม”
“แอร์บัสได้รับเลือกจากจิสด้าให้มีส่วนร่วมในโครงการธีออส 2 แอร์บัสจึงเดินหน้าสานความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จซึ่งต่อยอดมาจากดาวเทียมธีออส 1 และเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จิสด้ามีความเชื่อมั่นในตัวเราอย่างต่อเนื่อง” นิโคลัส ชามัซซี หัวหน้าส่วนงานระบบอวกาศบริษัท แอร์บัส กล่าวและเพิ่มเติมอีกว่า “ด้วยควำมเชี่ยวชาญที่ยอดเยี่ยมของเราในเรื่องเครือข่ายการสังเกตการณ์โลกทั้งหมด เรามีศักยภาพที่จะให้การสนับสนุนองค์กรที่มีความมุ่งมั่นเช่นจิสด้าในการสร้างระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ครบวงจรเพื่อประโยชน์แห่งราชอาณาจักรไทย”
ตั้งแต่ขั้นตอนในช่วงแรกของโครงการจิสด้าจะให้ข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ด้วยภาพถ่ายดาวเทียมที่เก็บรวบรวมโดยกลุ่มดาวเทียมสังเกตการณ์โลกของแอร์บัสที่เป็นดาวเทียมสังเกตการณ์โลกแบบออพติคอลและแบบเรดาร์ ซึ่งได้แก่ ดาวเทียมเปลอยาด (Plé iades) ดาวเทียมสปอต (SPOT) ดำวเทียมเทอร์ราซาร์-เอ็กซ์ (TerraSAR-X) และดาวเทียมแทนเดม-เอ็กซ์ (TanDEM-X) รวมถึงการใช้แหล่งข้อมูลอื่นๆ อีกด้วย
ดาวเทียมธีออส 2 เป็นระบบดาวเทียมถ่ายภาพแบบออพติคอล ซึ่งให้รายละเอียดภาพพื้นดินที่ความละเอียด 0.5 เมตร และดาวเทียมธีออส 2 ตั้งอยู่บนดาวเทียมแอสโตรบัส-เอส (AstroBus-S) ซึ่งเป็นนวัตกรรมได้รับการพิสูจน์เรื่องการใช้งานแล้วของแอร์บัส สำหรับดาวเทียมธีออส 2 นั้น มีกำหนดที่จะขึ้นสู่อวกาศในปี 2563 เพื่อช่วยรับประกันความต่อเนื่องในการให้บริการของธีออส 1 ซึ่งเป็นดาวเทียมแอร์บัสผลิตและขึ้นสู่วงโคจรในปี 2551 และยังคงให้ภาพถ่ายคุณภาพสูง แม้จะหมดอายุการใช้งานตามที่คาดไว้มา 4 ปีแล้ว ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีสิทธิ์เข้ำถึงข้อมูลภูมิสารสนเทศเชิงกลยุทธ์ความละเอียดสูงมากด้วยดาวเทียมแอสโตรบัส-เอส