BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
39,129
VIEWS

เปิดเคล็ดลับ โออิชิ ปั้นคน สร้างทีมอย่างไรให้ปัง - ไพศาล อ่าวสถาพร

ก.ค. 03, 2561 R.Somboon

บุคลากร ถือเป็นหัวใจสำคัญที่เข้ามามีส่วนในการสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจประเภทร้านอาหารที่เรื่องของการบริการที่ดีมีส่วนอย่างมากในการเข้ามาช่วยสร้างฐานลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์ ยิ่งร้านอาหารประเภทเชนที่มีจำนวนสาขาอยู่เป็นจำนวนมาก ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาบุคลากร

เบื้องหลังของการบริหารจัดการเรื่องของบุคลากรที่ถูกถอดออกมาจากการสัมภาษณ์ “แซม” ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จึงกลายเป็นอีก 1 บทเรียนที่น่าสนใจ เพราะภายใต้ธุรกิจร้านอาหารของโออิชิที่ต้องบริหารจัดการที่ต้องทำให้คนกว่า 8,000 คนที่อยู่ในธุรกิจเดียวกัน มีทิศทางไปในทางเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากมาก

ไพศาล บอกกับเราว่า  สิ่งที่ทุกองค์กรกำลังประสบปัญหาก็คือ Gen Gap ซึ่งช่องว่างระหว่าง Gen จะมีวิธีการทำงานไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่าง เช่น Gen B หรือ Baby Boomer จะค่อนข้างทำงานหนัก เขาให้คุณค่าในการทำงาน เสียสละ มีความอดทน

พอมา Gen X ก็จะมีความแตกต่างเพราะเขาอยู่ในกลุ่ม Hybrid เป็นกลุ่มที่พ่อแม่เริ่มมีรายได้มีต้นทุนให้เขาแล้ว แต่ Gen X ก็จะอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีเพิ่งเกิด ซึ่งข้อดีของเขาคือยังมีความอดทนในการทำงาน และเข้าใจในเรื่องของเทคโนโลยี

 “ตอนนี้เราเริ่มมี Gap ในเรื่องของ Gen Y ซึ่งเกิดมาในยุคดิจิทัล บวกกับเขามีต้นแบบที่ว่าไม่ต้องเรียนหนังสือมากแต่ก็ประสบความสำเร็จได้อย่าง Mark Zuckerberg, Steve Jobs, Jack Ma พวกเขามองว่าคนพวกนี้ไม่ได้มีการศึกษาที่สูงมากนัก แต่ประสบความสำเร็จได้ เพราะฉะนั้น Gen Y เขาก็จะมีความเป็นตัวตนสูงมาก และเขาก็มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ชอบการทำงานที่ผูกมัด เขาต้องการผลลัพธ์อันรวดเร็ว เขาต้องการทำงานที่น้อย เร็ว และกระชับขึ้น ทำงานตรงไหนก็ได้โดยที่ไม่มีกฎระเบียบมากนัก”

โออิชิ ก็เหมือนกับหลาย ๆ องค์กร ที่มีคนในหลากหลาย Gen เข้ามาร่วมเป็นทีมงาน เพราะฉะนั้นแล้ว การสร้างรูปแบบในการพัฒนาคนแต่ละ Gen จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งไพศาล บอกว่า ถ้าเราเข้าใจ Gen แต่ละ Gen แล้วก็จะเห็นว่าความต้องการและวิธีการทำงานแตกต่างกัน

“เรื่องของ Generation ส่งผลกับการบริหารจัดการ เพราะว่าการบริหารจัดการของเราในปัจจุบัน ธุรกิจของเรารองรับ Mass Market บวกกับคนที่มาทำงานกับเราก็มีหลาย Gen เพราะฉะนั้น วิธีเดียวที่จะสื่อสารให้ถูก Gen เราต้องใช้คนใน Gen เดียวกันในการสื่อสาร เราเลยแบ่งวิธีการทำงานเป็นหลายขั้นตอนเพื่อให้เหมาะสม เพื่อลดการช่องว่างระหว่าง Gen ส่งผลให้การพัฒนาบุคลากรของเราให้ประสบความสำเร็จ”

การบริหารจัดการคนในรูปแบบที่ว่านี้ต้องอาศัยหลักการคือ

1.Communication & Collaboration การให้ความร่วมมือกัน คือการทำอย่างไรให้คนสื่อสารและทำงานร่วมกันได้วิธีการพัฒนาบุคลากรของโออิชิเรียกว่าเป็นแบบ Academic เพราะฉะนั้นพนักงานที่เข้ามาในบริษัท จะมีการฉายภาพให้เขาเห็นก่อนว่า ถ้าคุณเข้ามาในองค์กรของเรา จากนี้ไปอีกกี่ปีคุณจะเป็นอะไร คุณจะอยู่ตรงไหน ขึ้นอยู่กับตัวคุณเลือกเอง สมมติว่าพนักงาน 1 คน เข้ามาภายใน 6 เดือน – 1 ปี เขาสามารถพัฒนาขึ้นมาได้ว่าไปอยู่ในระดับไหนขององค์กร

2.ระหว่างที่คุณทำงาน จะมีพี่เลี้ยงที่จะเทรนด์คุณขึ้นมา เรียกว่าเป็น โค้ช เพราะเราเชื่อว่าการโค้ชมันดีกว่าการสอน ซึ่งการสอนสำหรับ Gen ใหม่ ๆ เขาจะมีความคิดเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นการโค้ชจะดีกว่าการสอน ซึ่งโออิชิจะให้เขาดึงศักยภาพในตัวเองออกมา และให้เขาแสดงศักยภาพ บวกกับสิ่งที่จะป้อนให้เขาไปจะเป็นนอะไรที่เฉพาะบุคคลมากขึ้น

เพราะฉะนั้น ในการพัฒนาในแต่ละระดับ ก็จะต้องมีทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี ซึ่งภาคทฤษฎีนั้น โออิชิจะสอนเขาว่าถ้าอยากไปอยู่ระดับนี้ควรต้องเรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง ถ้าไปถึงตรงนั้นแล้วคุณจะได้อะไรบ้าง จะมีรางวับตอบแทนให้เขา เพื่อให้เป็นแรงจูงใจว่า ไม่ใช่เขามาทำงานแล้วเขามองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากการมาทำงานทุกวัน ๆ แล้วรับเงินเดือน โออิชิ จะทำให้เขามาทำงานเหมือนกับมาโรงเรียน ต้องมีการเรียน การเลื่อนชั้น ต้องมีการสอบ แต่สิ่งที่แตกต่างของเราคือเวลาที่คุณสอบขึ้นไป ในระหว่างที่คุณเรียนคุณได้เงินด้วย และสามารถเอาไปต่อยอด ถ้าหากในอนาคตเขาคิดว่าอยากจะไปทำอาชีพอื่นเขาก็จะมีวิชาชีพติดตัว อันนี้ก็เป็นหนึ่งแรงจูงใจที่จะทำให้เขาพัฒนาตัวเอง

3. ถ้าเขาทำได้ สิ่งที่ตามมาคือ หน้าที่การงานเขาสูงขึ้น บวกกับเม็ดเงินที่สูงขึ้น จากระดับข้างล่างมาถึงผู้บริหารมันจะมีเป็นระบบการฝึกอบรมแต่ละระดับต้องเรียนกี่วิชา แล้วสอบ ทุกคนจะต้องมีโค้ช แม้แต่พนักงานล้างจาน แม่บ้าน ก็ต้องมีโค้ช เพราะถ้าเกิดว่าไม่ทำอย่างนั้นให้เขาเห็น เขาจะคิดว่ามาทำงานกับเราไปวันๆ เขาจะไม่เห็นอนาคตเขาเลย แต่ถ้าฉายภาพให้เขาเห็น เขาก็จะรู้ว่าการที่เข้ามาทำงานกับโออิชิแล้วได้อะไรบ้าง และตัวเขาถ้าจะไต่เต้าขึ้นไปถึงระดับผู้บริหารเขาต้องใช้เวลากี่ปี โออิชิ จะมีโครงสร้างที่จะชัดเจนมาก

“ในแต่ละระดับ เราจะใช้หลักสูตรให้เหมาะสมกับแต่ละ Gen และเหมาะสมกับหน้าที่การงานเขา เพราะการรับพนักงานหนึ่งคนเข้ามาทำงานกับเรา จะมีการดูทักษะและความสามารถของเขาก่อน เวลาที่เราสัมภาษณ์เข้ามาเราจะดูเลยว่าพนักงานนี้มีศักยภาพที่จะทำอะไร บางคนเหมาะที่จะทำอยู่ส่วนหน้าบ้าน หน้าบ้านหมายถึงส่วนที่จะต้องพบเจอลูกค้า บางคนเหมาะที่จะอยู่หลังบ้าน คือพนักงานปรุงอาหาร เพราะฉะนั้นเราจะมีการแยกมาก่อน ว่าใครเหมาะกับอะไร แต่ไม่ได้หมายความว่า จะไม่สามารถสลับหน้าที่กันได้  ส่วนวิธีการพัฒนาบุคลากรของโออิชิ เราใช้ระบบที่เรียกว่า One System หมายความว่า ไม่ว่าเราจะมีกี่แบรนด์ กี่รูปแบบ ก็ตาม หลักสูตร และวิธีการทำงานเหมือนกันหมด ซึ่งก็คือว่าพนักงานที่ทำงานในแบรนด์ที่ต่างกันสามารถสลับกันได้ โดยที่ไม่มีปัญหา แตกต่างกันเพียงผลิตภัณฑ์และวัตถุของสินค้าเท่านั้นเอง เราจึงพัฒนาระบบนี้มาเพื่อพัฒนาบุคลากรทั้งหมดที่เรามีกว่า 8,000 คนในปัจจุบัน”

Coaching

หัวใจสำคัญของการพัฒนา

อาจจะกล่าวได้ว่า รูปแบบการเทรนนิ่งในลักษณะของการ “โค้ชชิ่ง” (Coaching) คือหัวใจสำคัญในการรับมือกับคนในยุคปัจจุบันที่เป็นคน Gen Y ค่อนข้างมาก ซึ่งคนเจนนี้มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ถ้าหากใช้วิธีการสอนแบบเดิม ๆ ก็อาจจะไม่ได้ผล

“การสอนแบบเดิมๆ พวกเขาจะไม่ฟัง สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องถามเขา สมมติถ้าเขาพูดมาร้อยอย่างเราอาจจะโฟกัสในสิ่งที่สำคัญที่สุดและดีที่สุด เพราะฉะนั้นวิธีการเทรนในปัจจุบันเราใช้ Need ของเขามาเทรนเขาต่างหาก แต่ก็ยังคงมีหลักสูตรไว้เป็นกรอบ เราไม่ได้มาออกคำสั่งอีกต่อไป สิ่งที่เราทำคือ การชี้แนะ และการเป็นพี่เลี้ยงให้เท่านั้น เชื่อไหมว่าผมสอนพนักงานให้ยิ้มเป็นเรื่องที่ยากที่สุด ไม่มีทางทำได้เลย จากนี้ไปต้องให้เขายิ้มจากใจเขาเอง การโค้ชขิ่งจะต้องดึงศักยภาพในตัวของอีกคนออกมาใช้ให้ได้” ไพศาล กล่าว และเสริมอีกว่า

“บางคนเข้าใจผิดคิดว่าการโค้ชชิ่งจะต้องรู้เรื่องของอีกคนมากที่สุด ไม่จำเป็นเลย การโค้ชชิ่งที่ดีคือ การดึงศักยภาพของคนๆ นั้นออกมาให้ได้ มันเป็นเทคนิคที่โค้ชพวกนี้ได้รับการสอนมา ให้ถามความคิดเห็นของคนที่ตอบ แล้วโฟกัสประเด็นที่เราอยากจะสอน ตบทุกอย่างที่มันฟุ้งให้เหลือเพียงประเด็นที่เราอยากจะโค้ชเขา เรายังเชื่อว่าการโค้ชชิ่งดีกว่าการสอน เพราะในปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่เขาไม่ได้เชื่อเรา เขาไม่ได้เชื่อในสิ่งที่อยู่ในตำราอีกต่อไป เพราะว่าโลกของเขากว้างมาก เขาหาข้อมูลจากที่ไหนก็ได้ แต่สิ่งที่เขาเชื่อมากที่สุดคือตัวตนของเขา การโค้ชชิ่งจะใช้เยอะในทีม Management และพนักงานระดับล่าง เราก็สอนเขาแต่ก็ไม่ได้ Intense มากนัก การโค้ชต้องขึ้นอยู่กับแต่ละระดับ แต่ที่สำคัญเราต้องใช้คน Gen เดียวกันในการคุยกัน”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ โออิชิมีการพัฒนาหลักสูตร เรียกว่า Customer Centric ซึ่งสมัยก่อนมักจะได้ยินคำว่า Customer Service คือการบริการเหมือน ๆ กัน อย่างเช่นเข้าในร้านสะดวกซื้อ มักจะได้ยินพนักงานมักพูดว่า “สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ” มันเป็นบทพูดที่คุ้นเคยมาก

แต่สำหรับโปรแกรม Customer Centric จะต่างกันมาก ซึ่งมันจะเป็นโปรแอคทิฟ ที่เน้นความต้องการของลูกค้ามากกว่า โดยมีองค์ประกอบอยู่ 3 ส่วน คือ หัวใจ สมอง และสองมือ ดังนี้

1.เริ่มจาก Heart  “หัวใจ” บริการด้วยหัวใจ กล่าวคือ พนักงานแต่ละคนไม่เหมือนกัน ตัวเขาเองต้องฝึกให้มีปฏิกิริยาตอบสนองเรื่องนี้เยอะขึ้นในเรื่องของการทำงาน ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ต้องฝึกเขาว่าถ้าเกิดลูกค้าทำช้อนหล่น มันมีปฏิกิริยาอยู่ 2 อย่าง คือเดินผ่านไป กับรีบวิ่งเข้ามาเก็บช้อน

2.ตามด้วย Head  “สมอง” แบ่งเป็น 3 ส่วน 1.ให้ความรู้ เพื่อเป็นฐานเบื้องต้น 2.ต้องฝึกฝนให้มีความชำนาญ 3.โค้ชชิ่ง เขาเพื่อให้เขาสามารถทำงานชิ้นหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.และสุดท้าย Hand “สองมือ” ลงมือทำ อันนี้เราต้องฝึกให้พนักงานรู้ว่า คุณมีหัวใจในการทำงาน คุณมีความรู้ความเข้าใจในการทำงานแล้ว คุณต้องลงมือทำ เพราะถ้าคุณไม่ลงมือทำ คุณไม่มีทางประสบความสำเร็จ

ทั้งหมดที่กล่าวมา คือส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลากร ที่เข้ามามีส่วนทำให้โออิชิประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากการทำตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

“Not Just Ice Cream, It’s Your Creation” Swensen’s เปิดคอนเซ็ปต์ใหม่ The Creation ไอศกรีมผัด เลือกท็อปปิ้งได้เองกว่า 30 ชนิด เริ่มต้น 119 บาท

ถอด 3 วิธีคิดของการร่วมมือ ICS และ Lotus’s Eatery เบื้องหลังการปั้น Food Destination แห่งใหม่ฝั่งธนบุรี

Unilever ประกาศรวมกิจการ Unilever Foods เข้ากับ McCormick เพื่อเป็นผู้นำตลาดเครื่องปรุงรส

16 ปีที่รอคอย! เมื่อ Minor Food ส่ง “The Stone” อุด้งหม้อหินร้อนเขย่าตลาดอาหารญี่ปุ่น เริ่มต้น 139 บาท พร้อมเครื่องเคียงเติมไม่อั้น

อายิโนะโมะโต๊ะ ยกระดับแคมเปญ ‘กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’ ปีที่ 2 เนรมิตพื้นที่ Comfort Eating ฮีลใจ กลางสยามสแควร์ ในงาน “Eating is a Miracle Self-Love Food

MINT ปรับพอร์ตสู่ Asset-Light จากเจ้าของสินทรัพย์ สู่เกมบริหารจัดการ Luxury Hotel โตสองหลัก Food เดินหน้า Regional Play

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact