Q:นั่นคืองานใหญ่ที่เราต้องเปลี่ยน Perception ของผู้บริโภค
A: สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เราต้องเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในหัวลูกค้า ซึ่งหากเรายังคงใช้คำว่า บุฟเฟต์ ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของลูกค้าได้ ทำให้เรามานิยามคำใหม่ คือ OISHI EATERIUM (โออิชิ อีทเทอเรียม) ให้เกิดขึ้นมา คือการเปิดประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่นแนวใหม่ ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสาน 3 แนวคิด 3 หลัก คือ EAT, EXPLORE และ PREMIUM ซึ่ง EAT เป็นเรื่องของอาหาร และต้องมี EXPLORE ที่นำมาใส่ไว้ในร้าน เป็นการสร้างถนนขึ้นมาเส้นหนึ่ง และมีเรื่องราวของการตามหาร้านอาหารที่ชอบ และสุดท้ายคือ PREMIUM
จากเดิมบุฟเฟ่ต์คือการมีอาหารหลากหลาย แต่วันนี้เราไม่จำเป็นต้องหลากหลายแต่เราเน้นความเป็นพรีเมียม ด้วยการนำของดีๆ มาลง และตัดรายการที่ไม่ค่อยนิยมกันออกไป ใช้ของดีๆ ไปเลย โดยลูกค้าก็ยังมีความรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย ซึ่งในอนาคตเราก็จะพยายามสร้างแบรนด์ใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้มารองรับกับคนรุ่นใหม่ๆ มากชึ้น โดยมีอีทเทอเรียม เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราทำ และสอดคล้องกับเทรนด์ในการตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ เพราะหลังจากการเปิดอีทเทอเรียมขึ้นมาร้านแรก โดยที่เรายังไม่ได้ทำโฆษณาอะไรมาก แต่หลังจากเปิด และเมื่อเป็นสิ่งที่ใช่ ประกอบกับการใช้สื่อโซเชียลของคนไทย ทำให้ข้อมูลต่างๆ ไปได้อย่างรวดเร็วมาก เกิดการบอกต่อๆ กัน โดยที่ยังไม่ต้องโฆษณามาก แต่ลูกค้าก็มาต่อคิวจำนวนมาก เพราะว่าถ้ามันโดน ตอบโจทย์ผู้บริโภค เทรนด์ของผู้บริโภคก็จะเปลี่ยนตาม
Q : อีทเทอเรียม คือความแตกต่างจากที่เคยมีอยู่ในตลาด ???
A: สิ่งที่เราใส่รายละเอียดให้กับอีทเทอเรียม จะพบว่าโต๊ะ เก้าอี้ในแต่ละที่นั่งจะแตกต่างกันไป โดยเราจะมี 2-3 แบบ บางรูปแบบจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะมีอยู่ตามร้านกาแฟ เพื่อทำให้ผู้บริโภครู้สึกเหมือกินอยู่ที่บ้าน ไม่ได้กินข้างนอก โดยคอนเซ็ปต์ของอีทเทอเรียม คือ ยาไต (Yatai) เป็นถนนเส้นหนึ่งในญี่ปุ่นที่มีร้านอาหารรวมกันอยู่หลายๆ ร้าน เราเลยยกถนนเส้นนี้มาใส่ไว้ในอีทเทอเรียมให้เป็น Exploring คือ เมื่อเข้าไปในถนนเส้นนี้แล้วได้ช้อปร้านนู้นร้านนี้ ได้เข้าคิว ได้ต่อแถวซื้อ ไม่ใช่แค่การเข้าไปแล้วตักอาหารอย่างเดียว แต่ปัจจุบันนี้ยังมีส่วนที่ให้ตักอาหารอยู่เพราะว่า ตอนนี้เรายังต้องรองรับลูกค้าอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าเก่าที่ยังมีความคุ้นเคยกับบุฟเฟ่ต์ที่เราต้องค่อยๆ เอ็ดดูเคทเขา เพราะถ้าเราเปลี่ยนไปเลยลูกค้าเก่าจะงงมาก เราจึงยังต้องมีส่วนหนึ่งที่เป็นบุฟเฟ่ต์อยู่ ซึ่งต่อไปในอนาคตอาหารทุกอย่างจะเป็นการสั่งอย่างเดียว และมีการสั่งแบบใช้ทัชสกรีนเมนูเพื่อรองรับกับคนรุ่นใหม่
เมื่ออีทเทอเรียมเป็นถนนเส้นหนึ่ง และมีร้านค้าหลายๆ ร้าน แต่ในอนาคตเมื่อเรามีอีทเทอเรียมสาขาอื่นๆ เกิดขึ้น ร้านค้าที่อยู่บนถนนเส้นนี้ก็อาจเปลี่ยนไปไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิมแต่ยังเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่แตกต่างกันไป เช่น บางร้านอาจจะมีซูชิ เทปันยากิ บางสาขาก็อาจจะมีร้านโอโคโนมิยากิ หรือร้านอื่นๆ ที่แตกต่างกันไป เพื่อสร้างความเป็น Unique และ Individual มากขึ้น ไม่ใช่ว่าไปกินที่สาขาไหนก็เหมือนกันหมด เพราะอีทเทอเรียมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้รองรับกับเรื่องราวเหล่านี้ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยที่ให้ลูกค้ารู้สึกตื่นเต้น และต้องตามหาอยู่ตลอดเวลา หรืออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงร้านค้าต่างๆ ภายในสาขาเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกแปลกใหม่ ไม่จำเจ ทั้งร้านอาหารและร้านขนม