จากผลการสำรวจที่ร่วมมือกันระหว่างกูเกิ้ลและเทมาเส็กในประเด็นเศรษฐกิจดิจิตอลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ SEA พบว่า
- SEA เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของการใช้อินเตอร์เน็ตสูงสุดเฉลี่ย 14% ในรอบ 5 ปี มีจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 260 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 480 ล้านคนในปี 2020 (เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.8 ล้านคนต่อเดือน)
- มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิตอล SEA จะเติบโตและมีมูลค่าถึง 2 แสนล้านเหรียญในปี 2025 มีเป็นผลมาจากการผลักดันตลาดของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ตามด้วยโฆษณาออนไลน์ และธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์
- 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ SEA เติบโตเร็วมาจาก 70% ของจำนวนประชากรมีอายุต่ำกว่า 40 ปี, มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เปิดให้บริการไม่มากนัก (จำนวนร้านรีเทลต่อประชากรในภูมิภาค SEA เท่ากับ 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา) โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เต็มไปด้วยเกาะอันห่างไกลจากตัวเมือง และจำนวนชนชั้นกลางที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี
- การทำธุรกรรมออนไลน์จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการเติบโต หลังจากคนเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และสินค้าที่ขายผ่านออนไลน์มีจำนวนเพิ่มขึ้น
- ทุกประเทศใน SEA ตั้งเป้าว่าขนาดอีคอมเมิร์ซจะมีมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านเหรียญ
- ธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ (จองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน และการขนส่ง) จะมีตลาดรวม 90,000 ล้านเหรียญภายในปี 2025 โดยจองโรงแรม-ตั๋วเครื่องบินจะกินสัดส่วน 85% ของตลาดรวมท่องเที่ยวออนไลน์ หรือคิดเป็น 77,000 ล้านเหรียญ เนื่องจากความโดดเด่นในการทำตลาดของสายการบินโลว์คอสต์ใน SEA
- ธุรกิจขนส่ง เช่น UBER GRAB จะมีมูลค่าตลาด 13,000 ล้านเหรียญ จำนวนผู้ขับขี่จะเพิ่มขึ้นเป็น 29 ล้านคนในปี 2025 จากปี 2015 มี 7.3 ล้านคน
- โฆษณาออนไลน์ และเกมออนไลน์ จะมีตลาดรวม 20,000 ล้านเหรียญ ในปี 2025 แต่จะเป็นเซ็กเมนต์ที่ทำกำไรได้มากที่สุด
- การทำให้ SEA เป็นเศรษฐกิจดิจิตอลที่มีมูลค่า 2 แสนล้านเหรียญ นั่นหมายความว่าจะเกิดการลงทุน 40,000-50,000 ล้านเหรียญในอีก 10 ปีข้างหน้า