Q : มีมุมมองยังไงกับธุรกิจร้านอาหารในทุกวันนี้?
A : มีคนมาปรึกษาพี่เยอะมาก เชิญพี่ไปเป็นวิทยากรมั่ง พี่เลยบอกว่า เกลียดใครให้แนะนำให้ทำร้านอาหาร (อมยิ้ม) เพราะการทำร้านอาหารเหนื่อยมาก แข่งขันสูงมาก เดินไป 1 ต้นเสาก็เจอร้านอาหารแล้ว และคนขายมันมีมากกว่าคนซื้อ ธุรกิจนี้เลยเสี่ยงมาก แล้วถามว่าทำไมพี่ถึงทำ ก็เพราะเราทำมาแล้วอะ เราถอยกลับไม่ได้ เพราะเรานึกถึงน้องๆ ของเราทุกคน ดังนั้นเดินแล้วจะถอยกลับไม่ได้ ถ้ามีคนมาถามเราว่าร้านอาหารควรทำมั้ยในวันนี้ เราจะตอบว่าเมื่อคนขายมันมีมากกว่าผู้ซื้อ มันก็ยากนะ
Q : ทำไมแหลมเกตุถึงแตกต่างและไม่เหมือนคนอื่น?
A : เพราะพี่ให้ความสำคัญกับทุกจุด ไม่ใช่แค่พนักงาน ทุกจุดต้องลงรายละเอียดหมด พี่เอาทั้งชีวิตของพี่ลงมาอยู่ที่นี่หมด พี่ทิ้งงานประจำมาอยู่กับธุรกิจนี้ ซึ่งไม่รู้เลยว่าจะได้เงินเมื่อไหร่ พี่ใส่ใจรายละเอียดทุกอย่าง แม้กระทั่งจานพี่ก็วาดลายเอง ที่สำคัญคือ อาหารแม้จะแต่งสวยแค่ไหนก็ต้องอร่อย อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของอาหารคือต้องอร่อย คนพยายามจัดร้านจัดจานให้สวย แต่ถ้ารสชาติ ต๊ะติ๊งโหน่ง ก็ไม่ใช่ เมื่อ 30 ปีที่แล้วรสชาติ เป็นยังไง วันนี้แหลมเกตุก็ยังเป็นแบบเดิมอยู่ แค่เปลี่ยน เวลาและสถานที่ แค่นั้น แม้กระทั่งเพลงในร้านเราก็จ้าง Warner Brother ทำซาวด์ดนตรีให้โดยเฉพาะ เพราะถ้าเปิดเพลงคนอื่นเดี๋ยวก็โดนลิขสิทธิ์อีก น่าเบื่อ! (ขำ) ซึ่งเพลงในร้านมีเฉพาะที่แหลมเกตุที่เดียว เป็นการออกแบบดนตรีที่ใช้จิตวิทยาผสมเข้าไปด้วย จะทำให้ลูกค้าทานอาหารได้มีความสุขที่สุด
พี่ว่าการเอาศิลปะมาผสมผสานกับอาหาร ไม่ได้เป็นเรื่องยาก ใครๆ ก็ทำได้ เพียงแค่คิด แล้วกล้าที่จะทำ และไม่ได้ส่งผลเสียกับใคร แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการรักษาคุณภาพ การที่พี่ทำพีอาร์ออกไปจนเป็นไวรัล ไม่ใช่ทำแค่ครั้งเดียวแล้ว บ๊าย แต่แหลมเกตุทำไวรัลทุกเดือน มีร้านอาหารอื่นบอกว่า ต้องทำขนาดนี้เลยหรอ แต่พี่รู้สึกว่าพี่ต้องทำ เพราะเราจะให้สื่อลืมเราไม่ได้ ลูกค้าด้วยเช่นกัน