BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
15,494
VIEWS

เจาะเบื้องลึกแนวคิดร้าน UMI Restaurant การส่งมอบประสบการณ์แบบ "เชฟจัดให้" หรือ Omakase

มิ.ย. 25, 2560 S.Vutikorn

UMI ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บุกเบิกร้านอาหารญี่ปุ่นรูปแบบ Omakase หรือ Chef’s Choice ซึ่งเป็นเทรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เริ่มได้รับความนิยมในบ้านเราเมื่อ 2-3 ปีมานี้

ในวันที่คุณณัฐ พงศ์ธนากร, คุณศุภักษร จงศิริ, คุณทศพล ชัยชนะวิชชกิจ และเชฟบรรพต บุญกลม ตัดสินใจจะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นรูปแบบ "เชฟจัดให้" หรือ Omakase เมื่อ 4-5 ปีก่อนนั้น ต้องบอกว่าการทำร้านอาหารที่ล้ำในยุคนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนสมัยนี้

ทศพล ชัยชนะวิชชกิจ Co Founder ร้าน UMI เล่าถึงเบื้องหลังการทำงานให้ฟังว่า ทั้ง 3 คน ต้องบินไปเจรจากับซัพพลายเออร์ที่ญี่ปุ่นหลายต่อหลายครั้ง จากการแนะนำของเพื่อนชาวญี่ปุ่นกว่าที่ซัพพลายเออร์จะเห็นถึงความตั้งใจ

"ร้านเราเริ่มจากคน 3 คนที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นและมีความคิดที่จะเปิดร้านอาหารแบบ Omakase จนเราได้เชฟฝีมือดีมาร่วมงาน ความตั้งใจของเราคือ ต้องการเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ Upper Scale ขึ้นมาในประเทศไทย เรารู้ว่าหัวใจของ Omakase คือ คุณภาพของวัตถุดิบ ทำให้เราตัดสินใจบินไปเจรจาเพื่อหาวัตถุดิบด้วยตัวเอง"

กระทั่งระยะเวลาผ่านไปปีกว่า UMI ก็สามารถดีลกับซัพพลายเออร์ญี่ปุ่นเพื่อป้อนวัตถุดิบให้เป็นผลสำเร็จ ก่อนจะเริ่มทดลองขายด้วยการไปเช่าสตูดิโอ สอนทำอาหาร มาตกแต่งเป็นร้านอาหารในลักษณะ Private Chef

"เราทำเพื่อทดลองตลาด ดูอาหาร เราทำ 3 รอบ รอบแลกเราต้องทิ้งของเยอะมาก เพราะว่าแพ็กเกจจิ้งไม่ดีของเสียหาย การที่เราเลือกทำแบบ Private Chef ถือเป็นการทดลองกับลูกค้า และเชฟไปพร้อมๆ กัน เชฟเรามีประสบการณ์สูงแต่ก็ถือว่าใหม่สำหรับ Omakase เราต้องการให้อาหารเป็นรสชาติของเราเอง ไม่เหมือนใคร เราเอาวิธีการหั่น การดองมา แต่ไม่ได้เอาสูตรใครมา" ณัฐ พงศ์ธนากร Co Founder ร้าน UMI เล่าย้อนหลัง

นอกเหนือจากเรื่องของรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว วัตถุดิบที่สดใหม่ บรรยากาศร้านที่ลูกค้าและเชฟสามารถพูดคุยกันในระหว่างรับประทานอาหารอย่างเป็นกันเองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ร้าน UMI มีความแตกต่างกับร้าน Omakase ชื่อดังอื่นๆ ก็คือ การใช้เชฟคนไทยเป็นผู้ที่รังสรรค์เมนู

"UMI เปิดเมื่อ 3 ปีก่อน เราเป็นร้านแรกๆ ที่เสิร์ฟอาหารแบบ Omakase เราใช้เชฟที่เป็นคนไทย ช่วงที่เปิดร้านใหม่ๆ ลูกค้าที่มาร้านมีแต่คนถามว่าเราใช้เชฟญี่ปุ่นหรือเปล่า พอเราตอบว่าไม่ เราจะสังเกตสีหน้าลูกค้าออกเลยว่าตกใจ

 เราไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้คือจุดอ่อน เพราะสุดท้ายต้องวัดกันที่คุณภาพของอาหาร พิสูจน์ด้วยรสชาติ ซึ่งการพัฒนารสชาติในสไตล์ของ UMI เป็นเครื่องพิสูจน์จนคนยอมรับร้านเรา เราโชคดีที่เกิดในยุคที่ร้าน Omakase ยังไม่มีมากเท่านี้" ณัฐ อธิบาย

เชื่อหรือไม่ว่า ในช่วงแรกๆ ของการเปิดร้าน UMI พนักงานและเชฟต้องมาทำงานตั้งแต่เช้าทุกวัน ทั้งๆ ที่ร้านเปิดให้บริการในช่วงเย็น เหตุผลก็เพราะว่า ทางร้านต้องการเทรนเชฟและพนักงานทุกคนให้มีความสามารถและเข้าใจในเรื่องวัตถุดิบมากที่สุด

UMI ใช้เวลาในการฝึกฝนและพัฒนาเมนูอาหารเป็นปี กว่าจะเริ่มเปิดบริการเมนูอาหารกลางวัน

อีกเบื้องหลังความสำเร็จของ UMI ก็คือ การวางคอนเซ็ปต์ร้านและราคาที่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงได้ง่าย

"วันที่เราเปิดร้าน ยอมรับว่าเราก็ยังไม่มั่นใจเต็ม 100% แต่ว่าเราก็เชื่อว่ามันต้องมา เพราะมันมีองค์ประกอบหลายอย่าง คนไปญี่ปุ่นมากขึ้น, รัฐบาลญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่า, ภาพยนตร์ Jiro Dreams of Sushi เพิ่งออกฉายได้ไม่นาน หลายปัจจัยทำให้เรามั่นใจ

แต่เท่านั้นไม่พอ เราต้องวางแนวทางของร้านให้ดี ประการแรก เราคิดว่า UMI ต้องวางราคาที่ผู้บริโภคจ่ายได้ ถ้าคอร์สหนึ่งราคา 6,000 -7,000 บาทก็อาจจะแพงไป ถ้าร้านอาหารแนว Omakase มีระดับราคา 0-10 เราวางไว้ที่ประมาณ 5 ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับคุณภาพของอาหาร ประการที่สอง เราอยากทำร้านให้เทียบเท่าหรือว่าใกล้เคียงกับระดับ Upper Scale เราไม่อยากให้ร้านเป็น Fine Dinning ที่ต้องใส่สูทมานั่งกิน เราอยากให้บรรยากาศเป็นกันเอง ลูกค้ากับเชฟสามารถพูดคุยกันแบบสบายๆ"

ปัจจุบัน เมนูอาหารของ UMI นั้นเริ่มต้นที่ 1,800 บาท ในเมนูอาหารกลางวัน กับอาหาร 8 คำ ส่วน Course  Omakase ของร้านจะอยู่ที่ 5,000 บาท กับเมนูอาหาร 15-18 คำ

กลับมาที่หัวใจของ UMI ก็คือ เมนูอาหาร เนื่องจากร้านอาหารแนว Omakase นี้ผู้บริโภคจะค่อนข้างมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาหารญี่ปุ่นอยู่พอสมควร ดังนั้นการคัดสรรเมนูอาหารที่มาเสิร์ฟให้กับลูกค้าในร้านจึงเป็นสิ่งที่ต้องพิถีพิถันมากที่สุด

ทศพล อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า วัฒนธรรมการกินปลาของคนญี่ปุ่นจะมีความเชื่อว่าถ้าได้กินปลาที่ตรงตามฤดูกาล นอกจากจะได้รสชาติที่อร่อยในราคาที่ถูกกว่าแล้ว ยังจะส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ทำให้ร้าน UMI วางสัดส่วนของอาหารเมนูทั่วไปและเมนูที่เป็นฤดูกาลไว้ครึ่งต่อครึ่ง

"เรามองว่าไม่จำเป็นที่คนไทยต้องกินแบบเดิมๆ ตลอด ประกอบกับที่ญี่ปุ่นมีฤดูกาลเยอะ ซึ่งอาหารแต่ละฤดูอาหารก็แตกต่างกัน ตรงนี้ร้านอาหารบ้านเรายังขาดอยู่ อย่างปลาซาบะถ้ากินถูกฤดูกาลก็อร่อยไม่แพ้โอโทโร่แต่ว่าราคาถูกลงมาเยอะ ร้านเราจึงเน้นอาหารที่เป็นฤดูกาล บางรายการเราขายได้แค่สองเดือน คนก็อยากมารับประทาน"

โดยกลุ่มเป้าหมายของ UMI นั้น จะเน้นคนไทยเป็นหลัก เนื่องจากมีเชฟเป็นคนไทย ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของร้าน แต่ปัจุบันก็มีคนต่างชาติมารับประทานอาหารเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมาจากคำแนะนำของคนที่เคยมากินอาหารที่ร้าน

แต่สำหรับลูกค้าที่เป็นคนไทยแล้วกว่า 60% ของลูกค้าจะเป็นลูกค้าประจำเสียเป็นส่วนใหญ่ ในจำนวนนี้มีหลายคนที่มารับประทานอาหารที่ร้านเฉลี่ยมากกว่าสัปดาห์ละครั้ง

พบว่าในช่วงปีแรกๆ ของการเปิดร้านมีลูกค้าที่สนใจและอยากมาลองชิมอาหารเป็นจำนวนมาก บางช่วงเวลาลูกค้าต้องจองล่วงหน้าเป็นเวลามากกว่า 3 สัปดาห์ เนื่องจากร้าน UMI มีที่นั่งสำหรับลูกค้าเพียง 14 ที่เท่านั้น และจำนวนที่เหมาะสมกับการให้บริการในแต่ละช่วงเวลาของร้านจริงๆ ก็คือ 12 ที่

เนื่องจาก UMI เป็นร้านอาหารที่มีคนไทยเป็นเจ้าของและลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย ดังนั้นทางร้านจึงค่อนข้างจะมีความยืดหยุ่นในการรับจอง กล่าวคือ ทางร้านไม่ได้รับจองเป็นรอบๆ แต่ลูกค้าสามารถเลือกช่วงเวลาที่สะดวกได้ แม้ว่าการรับจองในลักษณะดังกล่าวจะยากกว่าในการทำงานก็ตาม

"การทำร้านอาหารไม่ใช่แค่อิ่มแล้วจบ แต่การที่ลูกค้าต้องพยายามโทรมาจอง นัดเวลา มานั่งรอเชฟทำอาหารที่ละคำ มันคือ ประสบการณ์ที่ร้านอาหารทั่วไปไม่มี ลูกค้าถามเราเสมอว่าทำไมไม่ขยายสาขา เรื่องนี้มีเงี่อนไขเยอะมาก เพราะว่าอาหารที่เราทำ คืองานศิลปะ การขยายสาขา เราต้องตอบตัวเองก่อนว่าคุณภาพเราจะตกหรือเปล่า ถ้าเรามีเชฟ 3 คน เราย้ายไปสาขาใหม่ 1 คน สาขาแรกคุณภาพเราจะตกไหม

เรื่องสาขา เราให้ความสำคัญน้อยกว่าเรารักษาคุณภาพ ถ้าทุกอย่างเราพร้อมทำไมเราจะไม่ขยายสาขา"

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของการสร้างแบรนด์ร้านอาหารคุณภาพอย่าง UMI ที่เกิดจากความหลงใหลในศิลปะการทำอาหารของผู้ก่อตั้ง ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้แรงบันดาลใจของทุกคนก็ยังไม่ได้หายไปไหน

เบทาโกรนำทัพนวัตกรรม Food Solutions สุดล้ำ! ชูวิสัยทัศน์ ‘Serving Better Food to the World’ ณ งาน THAIFEX–Anuga Asia 2026 ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม

อาหารสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่กินอิ่ม Royal Canin จึงเดินเกมปั้น Pet Health Ecosystem รับเทรนด์ Pet Parent ยุคดิจิทัล

อลาวรี่ สร้าง Food Innovation ตอกย้ำความเป็นที่ 1 ด้านยอดขาย และความเชื่อมั่นของคนไทย

ขาที่สองพร้อมแล้ว Seafood From Norway พาแซลมอนถึงฝั่ง ลุยปั้น “ซาบะ” ต่อ

“Not Just Ice Cream, It’s Your Creation” Swensen’s เปิดคอนเซ็ปต์ใหม่ The Creation ไอศกรีมผัด เลือกท็อปปิ้งได้เองกว่า 30 ชนิด เริ่มต้น 119 บาท

ถอด 3 วิธีคิดของการร่วมมือ ICS และ Lotus’s Eatery เบื้องหลังการปั้น Food Destination แห่งใหม่ฝั่งธนบุรี

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact