สงครามชิงเงินในกระเป๋าคน 261 ล้านคนในอินโดนีเซียระเบิด เมื่อยักษ์ใหญ่ในธุรกิจช็อปปิ้งออนไลน์จากจีนอีกราย JD.com รุกขยายตลาดในอินโดนีเซีย JD.com Inc. กำลังขยายธุรกิจในอินโดนีเซีย ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ตามการเพิ่มขึ้นของเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
การใช้งานโทรศัพท์มือถือที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น จากการคาดการณ์ของ eMarketer ว่า ในปี 2019 จะมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในอินโดนีเซียประมาณ 92 ล้านคน หมายถึงผู้บริโภคจำนวนมากกำลังจะเริ่มต้นซื้อสินค้าออนไลน์ ดังนั้นบริษัทอีคอมเมิร์ซของจีนรายนี้ได้ติดตามการก่อสร้างเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่กำลังขยายออกไป เพื่อช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานที่ที่จะสร้างศูนย์จัดส่งสินค้า เพื่อตอบสนองการขยายตัวของตลาดช็อปปิ้งออนไลน์
JD มีคลังสินค้า 4 แห่งในประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ และมีแผนการสร้างอีก 3 แห่งภายในสิ้นปีนี้ ได้มีการจัางพนักงานเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าเป็นประมาณ 400 คนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ภายในห้าปี JD.com มีแผนจะมีรถบรรทุกที่มีตู้เย็นเพื่อจัดส่งอาหารสดและสินค้าแช่แข็งถึงบ้าน
การขยายธุรกิจของ JD.com ทำให้ Lazada ยักษ์ใหญ่ช็อปปิ้งออนไลน์ในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ปัจจุบันเป็นของ Alibaba (ถือหุ้น 83 เปอร์เซนต์ใน Lazada) ได้เผชิญคู่แข่งสำคัญรายใหญ่อีกรายอย่าง JD.com ก่อนหน้าที่ Amazon.com Inc. ยักษ์ใหญ่สหรัฐจะมาบุกอาเซียนซึ่ง Lazada มองเป็นคู่แข่งสำคัญเช่นกัน
เมื่อสถานการณ์เริ่มเข้มข้นเช่นนี้ ทำให้ JD และ Alibaba จะต้องเข้าสู่สงครามดุเดือดในตลาดช็อปปิ้งออนไลน์ในอินโดนีเซีย เพื่อยึดครองดีมานด์ในใจของผู้บริโภคในอินโดนีเซีย 261 ล้านคน ที่ชนชั้นกลางที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
การสร้างเครือข่ายการจัดส่งสินค้าในประเทศที่มีหมู่เกาะมากกว่า 13,000 แห่งนี้ แม้ต้องใช้เงินลงทุนไม่น้อย แต่มันคือโอกาสในการขยายตลาดให้ครอบคลุมและสนองตอบความตังการของคน 261 ล้าน
"ทุกคนกำลังมองมาที่นี่" Christian Winata นักวิเคราะห์จาก East Ventures กล่าว "แม้อินโดนีเซียยังตามหลังจีนประมาณห้าปีในเรื่องการช็อปปิ้งออนไลน์ แต่ในสามถึงห้าปีข้างหน้า ที่นี่จะเป็นหัวใจ เพราะโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดที่สร้างขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะเริ่มใช้งานได้"
แต่อุปสรรคสำคัญที่เป็นความท้าทายหลักของการทำตลาดช็อปปิ้งออนไลน์ในอินโดนีเซีย คือ ชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่นิยมจ่ายเป็นเงินสดในการซื้อสินค้า มีเพียง 36 เปอร์เซนต์ของประชากรวัยผู้ใหญ่ ที่มีบัญชีธนาคาร เมื่อเทียบกับ 69 เปอร์เซนต์ของประชาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและเอเชียตะวันออก จากข้อมูลของ World Bank’s Global Findex พฤติกรรมนี้จะส่งผลให้คนอินโดนีเซียสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ในมูลค่าน้อย นี่ทำให้ลดความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจช็อปปิ้งออนไลน์ในการจัดส่งแต่ละครั้ง
นี่คืออุปสรรคสำคัญ ที่ธุรกิจช็อปปิ้งออนไลน์ที่กำลังบุกอินโดนีเซียจะต้องสร้างกิจกรรม และเครื่องมือเพื่อช่วยในการเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ของคนอินโดนีเซีย สำหรับ JD ได้ทำงานร่วมกับธุรกิจท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น กำลังเจรจาเพื่อลงทุนในธุรกิจออนไลน์ท้องถิ่น, การร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ในธุรกิจเรียลเอสเตทของอินโดนีเซียเพื่อใช้ข้อมูลการก่อสร้างอาคารสูงเพื่อทำนายว่าเมืองใดจะมีการขยายเครือข่ายโทรศัพท์มือถือไปครอบคลุม และเช่าพื้นที่ในอาคารราว 100 แห่งเป็นจุดกระจายสินค้าย่อยเพื่อการลดต้นทุนในช่วงการจัดส่งสินค้าไมล์สุดท้ายเพื่อให้การจัดส่งสินค้าครอบคลุมทั่วประเทศ
ภูมิภาคอาเซียนกำลังเป็นสมรภูมิเดือดของธุรกิจช็อปปิ้งออนไลน์ Alibaba, JD.com เปิดศึกแล้ว รอแต่ Amazon อีกรายเท่านั้น
ภาพประกอบ พนักงานกำลังแพคสินค้าตามใบสั่งซื้อ ที่คลังสินค้า JD.com ใน Depok ประเทศอินโดนีเซีย
Cr : Bloomberg Technology