วิดีโอคอนเทนต์เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้และเริ่มชินกับมันมาสักพักแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ณ เวลานี้ วิดีโอคอนเทนต์แบบไหนที่ได้รับความสนใจจากคนดู และแบรนด์ต่างๆ นำเสนอออกมาในรูปแบบไหนบ้าง
ซึ่งเทรนด์ที่เกิดขึ้น Youtube ได้เผย 3 แทคติก ทำวิดีโอคอนเทนต์อย่างไรโดนใจคนดู โดยวิเคราะห์จาก 10 อันดับโฆษณายอดนิยมปี 2017 ที่ได้ประกาศไปไม่นานนี้ โดย 3 แทคติก ประกอบด้วย
1. Storytelling First ทำเรื่องที่คนอยากดู
ควรเน้นการเล่าเรื่องมากกว่าการขาย เพราะคนดูยุคนี้ฉลาดเป็นกรด ดูแว๊บเดียวก็รู้ว่าโฆษณานี้พยายามเล่าเรื่องที่น่าสนใจ หรือพยายามขายของกันแน่ สิ่งที่เชื่อมโยงโฆษณาเหล่านี้เข้ากับคนดูได้ดี คือการเล่าเรื่องที่แฝง Emotionalรูปแบบต่างๆ ยกตัวอย่าง เช่น ซันซิล เลือกการเล่าเรื่องแบบสนุกสนานเฮฮา
โดยปกติแล้วผู้ชมจะเข้า YouTube เพื่อรับความบันเทิง หรือเพื่อหาข้อมูล ซันซิลจึงทำโฆษณาเพื่อความบันเทิง ออกมาเป็นการเล่าเรื่องคล้ายๆ หนังสั้น และถึงซันซิลจะโชว์ผลิตภัณฑ์ของตัวเองอยู่ในโฆษณา แต่เรื่องราวการเล่าที่แฝงความสนุกสนานเฮฮานี้ ได้กลบการขายของซะสนิท ขนาดแอดมินดูครั้งแรกยังหลุดขำตอนที่แม่หมอวิ่งหนี เรียกได้ว่า ซันซิลทำวิดีโอคอนเทนต์ออกมาได้ถูกจริตกับความชอบคนไทย
ซึ่งสไตล์การเล่าเรื่องและความสั้นยาวของโฆษณาสามารถทำได้แตกต่างกันออกไป นั่นหมายความว่า ไม่ว่าโฆษณาจะสั้นหรือยาวแค่ไหน หากมีเนื้อหา (Content) ที่ดี น่าสนใจ ผู้ชมก็จะเลือกดู
2. Content with Music is Better คอนเทนต์เพลงเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
โฆษณาที่ไม่มีเพลงหรือดนตรีประกอบจะไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่นัก ดูจาก 10 อันดับโฆษณายอดนิยมปี 2017 สิ่งหนึ่งทีเหมือนกันของโฆษณาส่วนใหญ่ใน 10 อันดับนี้ก็คือมีการนำเพลงยอดนิยมมาใช้ เพื่อให้สามารถเล่าเรื่องราวได้ไหลลื่นและดึงความสนใจของผู้ชมได้ โดย 95% ของโฆษณาบน YouTube เป็นโฆษณาที่มีเสียง นั่นหมายความว่าแบรนด์ต่างๆ สามารถมั่นใจได้ว่าข้อความที่ต้องการสื่อสารออกไปจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแน่นอน
3. Celebrity or Influencer ใช้คนมีชื่อเสียงจะดึงความสนใจได้มากกว่า
ใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ถึงแม้ว่า YouTube เป็นสื่อใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าเทคนิคการทำโฆษณาแบบเก่าๆ จะไม่ได้ผล ซึ่ง 8 ใน 10 ของโฆษณาเหล่านี้เลือกใช้บุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะเป็น Celebrity หรือดาราที่คนทั่วไปรู้จัก หรือจะเป็น Influencer ที่มีบุคลิกตรงกับแบรนด์ก็ได้ เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจ นี่แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังคงให้ความสนใจบุคคลที่มีชื่อเสียงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ตาม ซึ่งเมื่อแบรนด์ดึงความสนใจจากคนดูได้แล้ว ก็จะสามารถสร้าง Engagement ต่อได้ในเวลาต่อมา หรืออาจพูดได้ว่า “สร้าง Awareness ได้ปุ๊ป ก็เตรียมสร้าง Engagement ต่อได้ทันที”
เทรนด์ที่เกิดวันนี้ เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ มันอาจเปลี่ยนไปอีกรูปแบบหนึ่งเลยก็ได้ สิ่งที่คนทำสื่อควรทำก็คือ พยายามทำตัวเองให้เหมือนคนดู คอยติดตามคอนเทนต์ โฆษณา รายการต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยุ่เสมอ ซึ่งนั่นจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้คนทำสื่อรู้ว่า ณ เวลานี้คนดูชอบและเลือกที่จะเสพสื่ออะไร และสื่อแบบไหนที่กำลังได้รับความสนใจจากคนดูมากที่สุด