สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของการใช้บริการร้านอาหารของผู้บริโภคก็คือ พวกเขาต้องการอะไรที่มากกว่าแค่ความอิ่มอร่อย จากอาหารที่รับประทาน
“อะไรที่มากกว่า” นี้จะหมายถึงประสบการณ์ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในตลาดร้านอาหารของบ้านเรา ซึ่ง “แซม” ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้ทัศนะว่า เป็นเพราะผู้บริโภครู้เรื่องอาหารมากขึ้น จากก่อนหน้าคนจะทานอาหารเท่าที่รู้จักหรือเท่าที่มี แต่ปัจจุบันดิจิทัลทำให้ทุกอย่างแคบลง รวมทั้งคนไทยมีการท่องเที่ยวมากขึ้น จึงมีประสบการณ์จากการท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในยุโรป และเอเชีย ทำให้เรื่องของอาหารการกินได้รับการรู้จักมากขึ้น แน่นอนว่า การรับประทานอาหารของคนในบ้านเราจึงเปลี่ยนไปมาก จากอาหารเป็นแค่โปรดักต์ ก็เปลี่ยนมาเป็นเรื่องของ Experience
“สิ่งที่เราจะต้องตอบโจทย์พวกเขามัน ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ในเรื่องของอาหาร แต่ต้องออกมาในรูปของ Total Experience ที่มันต้องเข้าไปในทุกส่วนของการใช้ชีวิตของผู้บริโภค คือต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพวกเขาให้ได้ เราจึงต้องมีการใช้ทุกเครื่องมือเข้ามาช่วย อย่างตัว CRM ในรูปของบัตรเมมเบอร์ ที่เรามีการทำออกมาแบบดิจิทัลในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นผ่านตัวบัตรโออิชิ พ้อยโตะ การ์ด ที่สามารถออฟเฟอร์สิทธิประโยชน์แบบ Tailor - made ได้ ซึ่งนอกจากสิทธิประโยชน์ในการใช้บริการในร้านอาหารในเครือโออิชิแล้ว เรายังมีการจับมือกับพันธมิตรเพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้อย่างลงตัว
กลยุทธ์นี้ ไม่เพียงแต่จะเข้ามาช่วยสร้างฐานลูกค้าประจำ แต่ยังเปลี่ยนพวกเขาเหล่านั้นให้เข้ามาเป็นแฟนคลับของโออิชิในระยะยาว เพราะ Experience เดี๋ยวนี้มันไม่ได้ Associate กับแค่ฟู้ด แต่มันจะเข้าไปในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของเขา ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำตลาดที่ต้องให้ความสำคัญแบบมองข้ามไม่ได้”
โออิชิเปิดตัว “โออิชิ พ้อยโตะ การ์ด ซึ่งเป็นบัตรสมาชิกในรูปแบบของดิจิทัลที่จะต่อยอดไปสู่การเป็นอีวอลเลตหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในระยะเวลาอันใกล้นี้ บัตรใบนี้มีจุดเด่นตรงนี้สามารถออฟเฟอร์ลูกค้าได้แบบ Tailor made ขณะเดียวกันยังเป็นตัวเชื่อมโยงไปสู่ในเรื่องของบิ๊กดาต้าที่จะเข้ามาช่วยทำให้โออิชิเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแบบลงลึกแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี เป็นการสร้างเครื่องมือเพื่อก้าวเข้าสู่ยุคของบิ๊กดาต้าได้อย่างลงตัว
“คำว่า Product มันไม่ใช่แค่ Product แต่มันเปลี่ยนเป็น Experience คำว่า Experience นี้ มันสามารถ Tailor - made ไปถึงว่าลูกค้าต้องการอะไรจาก Product ซึ่ง Experience ที่เปลี่ยนไปนี้มันคือความหลากหลาย แตกต่างกันอย่างไรในแต่ละคน บางคนเป็นแค่รสชาติ บางคนเป็นมากกว่านั้น อาจจะเป็นเรื่องของบรรยากาศ การดีไซน์ร้าน หรือบริการ”