สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ชูธงสนองเทรนด์กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หลังไทยเข้าสู่การเป็น “Smart Food Nation” ประกอบกับตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารปี 61 มีแนวโน้มเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% พร้อมมุ่งเตรียม “คน” รองรับการพัฒนาเกษตรที่เป็นรากฐานขนาดใหญ่ การขยายตัวและการแข่งขันของตลาดโลกเศรษฐกิจเสรี พร้อมตอกย้ำความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำ ยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้จากมืออาชีพ พร้อมการเรียนทฤษฎีควบคู่การฝึกปฏิบัติงานจริง
ศ.ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายในงานเสวนา หัวข้อ “การพัฒนาเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารสู่ตลาดโลก” จัดโดยสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ว่า การพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่านมาถือว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยในปี 2560 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 8.8 ล้านล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 10 % ซึ่งอัตราการเติบโตในภาคธุรกิจอาหารและการเกษตรก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นตามสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่ดี รวมถึงตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตร – อาหารของไทยสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 พบว่า ข้าว เป็นสินค้าภาคการเกษตรและอาหารที่มีการส่งออกมากที่สุด มีมูลค่ากว่า 175,160.8 ล้านบาท และตัวเลขการส่งออกข้าวในรอบ 8 เดือนของปี 2561 (มกราคม - สิงหาคม 2561) มีมูลค่าสูงถึง 115,712.0 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 5.05% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ดี เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านยกระดับการผลิตภาคการเกษตรที่ไทยไม่ควรมองข้าม อาทิ การเทียบเชิงปริมาณคือเวียดนาม ในเชิงคุณภาพคือกัมพูชา ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเร่งพัฒนาบุคลากรในด้านการเกษตรที่มีคุณภาพมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโต การแข่งขันที่เป็นความท้าทายของตลาดสินค้าเกษตรและอาหารในปัจจุบัน ถือเป็นโจทย์สำคัญของประเทศในการพัฒนาภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ที่ไม่ได้มองแค่ตัวเลขการส่งออก การเพิ่มรายได้เข้าประเทศเท่านั้น แต่ควรมองถึงผลต่อเนื่องของการพัฒนาเกษตรซึ่งเป็นหัวใจของการแก้ปัญหารากฐานของรายได้ประชาชน การเหลื่อมล้ำที่เป็นปัญหาพื้นฐานทางสังคม ต้องมีการพัฒนาช่องทางตลาดใหม่ๆ ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล อีกทั้งการพัฒนาภาคการเกษตรให้ยั่งยืน นอกจากมองเรื่องรายได้ผลผลิต หัวใจสำคัญต้องมองว่าทำอย่างไรให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างผลตอบแทนในภาคการผลิตให้มีรายได้ที่เหมาะสม
ด้าน ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ได้จัดเสวนาใหญ่ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ในหัวข้อ “การพัฒนาเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารสู่ตลาดโลก” เพื่อเป็นการเผยทิศทางและแนวทางของการพัฒนาเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ
ก่อศักดิ์ยังกล่าวอีกว่า แนวทางการสร้างบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจเกษตรและอาหารที่สำคัญคือ “การจัดการ” ซึ่งองค์กรจะรุ่งหรือร่วงนั้นก็ขึ้นอยู่กับการจัดการที่ดี พีไอเอ็มจึงได้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างนักจัดการมืออาชีพทางการเกษตรและอาหารที่จะสามารถนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่มากมายมาบูรณาการเข้ากับองค์ความรู้ ที่จะสามารถสร้างสรรค์สังคมเกษตรได้อย่างยั่งยืน ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้
ทั้งนี้ภายในงานยังกล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจเกษตรเป็นธุรกิจที่เป็นปัจจุบันและอนาคตของไทย เทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ความสนใจอาหารเพื่อสุขภาพของคนยุค 4.0 ปรับเปลี่ยนเป็น “FoodTech”การผสานระหว่างธุรกิจและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ควรส่งเสริมความสะดวกต่อกันทั้งผู้ซื้อผู้ขาย รวมถึงการเตรียมพร้อมกับสังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) ดังนั้นผู้ประกอบการต้องปรับตัวก้าวทันเสมอ เมื่อเทคโนโลยีคือจุดแข็งของธุรกิจอาหารต้องกล้าลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มคุณภาพ โดยใช้นวัตกรรมที่สามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ดีนอกจากการผลิตอาหารที่มีคุณภาพได้มาตรฐานแล้ว ต้องศึกษากฎหมายของประเทศนั้นๆ และทำการวิจัยในกลุ่มประเทศเป้าหมาย เพื่อให้เกิดความถูกต้องในคุณภาพกับความต้องการและได้รับความเชื่อมั่นว่าธุรกิจมีศักยภาพในระดับสากล ซึ่งเกษตรยุคใหม่คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ สร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยการวิจัยและพัฒนา ดังนั้นสถานประกอบการต้องเตรียมคนในอนาคตที่มีทักษะที่เกี่ยวข้องสามารถพร้อมสำหรับการทำงานจริง