ความน่าสนใจของการทำตลาดเนื้อหมู – เนื้อไก่ ของเครือเบทาโกร 1 ในผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของบ้านเราก็คือ การทำให้สินค้าประเภทเนื้อไก่ และเนื้อหมู ก้าวข้ามจากแค่การเป็นสินค้าประเภท Commodity Product มาสู่แบรนด์ ผู้เล่นรายนี้มีการเข้าไปเปลี่ยน พร้อมสร้างพฤติกรรมให้ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านแบรนด์ในช่องทางขายสมัยใหม่ ซึ่งถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะตลาดที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแบรนด์ มีการเติบโตออกมาค่อนข้างดี
ทำให้ตลาดอาหารสดประเภทเนื้อหมู และไก่ที่เป็นพรีเมียมของบ้านเรามีมูลค่าตลาดรวมขยับมาที่ 3,000 กว่าล้านบาท และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 10% โดยผลิตภัณฑ์แบรนด์เอสเพียว (S-Pure) มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 30% ถือเป็นลีดเดอร์ในเซ็กเม้นต์พรีเมียมอย่างเหนียวแน่น
หากมองเข้ามาที่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น จะพบว่า แบรนด์เอสเพียว ถูกสร้างอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จนทำให้ผู้บริโภครับรู้ถึงความแตกต่างในแง่คุณภาพของการเป็นแบรนด์อาหารระดับพรีเมียม แม้สินค้าภายใต้แบรนด์เอสเพียวส่วนใหญ่จะเป็นหมู เนื้อ ไก่ และไข่ แต่ก็มีความชัดเจนในแง่ของการทำให้ผู้บริโภครู้สึกได้ถึงความแตกต่างด้านคุณภาพที่ถูกตอกย้ำมาตลอดในการสื่อสารกับผู้บริโภค
โดยเฉพาะในมุมของการนำเรื่องมาตรฐานปลอดภัยมาเน้นย้ำให้ผู้บริโภครับรู้ พร้อมกับมีการนำสถาบันชั้นนำอย่าง NSF จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาการันตีถึงการเป็นสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการเลี้ยงโดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ จากสถาบัน NSF ครบทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์
ไม่เพียงแค่เรื่องของฟังก์ชั่นนัลของสินค้า เบทาโกร ยังหยิบเอาเรื่องของอีโมชั่นนัล เข้ามาต่อยอดเพื่อสร้างความผูกพันด้านอารมณ์ให้เกิดขึ้น โดยมีแคมเปญการสื่อสารแบรนด์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับแคมเปญ “เลือกกิน ให้อนาคต” ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ ใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น