จีรพล มัทวพันธุ์ Head of Project Deliveryบริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า การนำBlockchain มาประยุกต์ใช้ในแพลตฟอร์ม B.VER ครั้งนี้ ได้เลือกแพลตฟอร์มEthereum ซึ่งเป็น Public Blockchain มีคุณสมบัติในการเก็บข้อมูลสำคัญอย่างถาวรในลักษณะกระจายข้อมูล (Decentralized Ledger of Information) โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบได้เท่านั้นแต่ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ นอกจากนี้ในปัจจุบัน Ethereum มีการสร้าง Node มากกว่า 25,000 Nodes จากทั่วโลก ซึ่งหมายถึงศักยภาพด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ Ethereum เหมาะสมกับการนำมาพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการเก็บและตรวจสอบข้อมูลสำคัญนี้
ขั้นตอนการทำงานของ B.VERถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือการอัพโหลดไฟล์ต้นฉบับขึ้นสู่แพลตฟอร์มโดยมหาวิทยาลัยจากนั้นระบบจะดำเนินการเข้ารหัสและเก็บเอกสารไว้ใน Blockchain ในรูปแบบที่เรียกว่าFingerprint ซึ่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละเอกสาร เปรียบเสมือนลายนิ้วมือที่ไม่ซ้ำกันของคน ในขณะเดียวกัน เมื่อองค์กรต่างๆ ต้องการตรวจสอบ สามารถทำได้ทันทีด้วยการอัพโหลดเอกสารที่ต้องการตรวจสอบเข้าสู่แพลตฟอร์มจากนั้นระบบจะเข้ารหัสเอกสารนั้นในรูปแบบFingerprint เช่นกันเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับ Fingerprint ของเอกสารต้นฉบับที่ถูกเก็บไว้ใน Blockchain ว่าเหมือนกันหรือไม่ซึ่งสามารถแสดงผลการตรวจสอบได้ทันทีหากFingerprint ตรงกันแสดงว่าเอกสารนั้นถูกต้อง แต่หากไม่ตรงกัน แสดงว่าเอกสารที่นำมาตรวจสอบนั้นเป็นเอกสารปลอม ทั้งนี้ การเก็บและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Blockchain นี้ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความถูกต้องแม่นยำในการตรวจสอบนอกจากนี้ในอนาคตนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ยังสามารถขอเอกสารทางการศึกษาจากสถาบันต้นสังกัด หรือส่งต่อเอกสารให้กับผู้ว่าจ้างผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้โดยตรงอีกด้วย
ด้วยกระบวนการทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม B.VER นี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากสำรวจพบว่าในแต่ละปีมหาวิทยาลัยต่างๆ จะได้รับคำขอ Transcript ย้อนหลังจากศิษย์เก่าที่อาจทำเอกสารสูญหาย หรือต้องการเอกสารตัวจริงหลายฉบับเพื่อนำไปสมัครงานหลายแห่ง ในขณะเดียวกัน องค์กรธุรกิจก็จำเป็นต้องยื่นคำขอกับแต่ละมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของผู้สมัครงาน เพื่อให้ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสารทางการศึกษาของผู้สมัครงานเป็นจำนวนมากโดยในขั้นตอนต่างๆ นั้นต้องใช้ทั้งบุคลากรและเวลาในการดำเนินการเป็นอย่างมาก ล้วนเป็นภาระที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ในขณะที่แพลตฟอร์ม B.VER สามารถเข้ามาช่วยลดภาระให้กับทุกฝ่าย อาทิ การยืนยันเอกสารของมหาวิทยาลัย เพราะองค์กรสามารถตรวจสอบเอกสารโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มได้ทันที นอกจากนี้แพลตฟอร์ม B.VER ยังเปิดAPI ไว้ให้แต่ละองค์กรสามารถเชื่อมต่อให้สามารถใช้งาน B.VER ร่วมกับระบบ HR เดิมที่มีอยู่ได้ แพลตฟอร์ม B.VER จะเปิดให้บริการตรวจสอบเอกสารได้ตั้งแต่มกราคม 2562เป็นต้นไป ซึ่งในระหว่างนี้ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ จะทยอยอัพโหลดTranscript ของปีการศึกษา 2560 ไว้บนแพลตฟอร์มเพื่อเตรียมพร้อมในการให้บริการ
“การพัฒนา B.VER ในครั้งนี้นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับแวดวงการศึกษาและแรงงานของไทย จากก่อนหน้านี้ที่สังคมไทยต้องเผชิญกับปัญหาการปลอมแปลงวุฒิการศึกษาที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากบุคคลในทุกวงการ สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของสถาบันการศึกษา ด้านการจัดการทรัพยากรบุคคลขององค์กรธุรกิจรวมถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างประเมินมูลค่าไม่ได้ ซึ่งเราเชื่อว่าระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้องแม่นยำ ประกอบกับรูปแบบการใช้งานที่สะดวกนี้ จะเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาการปลอมแปลงเอกสารทางการศึกษาให้ลดน้อยลงไปได้”