Blockchain Thailand Genesis งานมหรรมเทคโนโลยีบล็อกเชนงานแรกที่จัดโดยคนไทย เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับนักลงทุนรายย่อย ที่มองหาสินทรัพย์เพื่อการลงทุนรูปแบบใหม่ในยุคเริ่มต้น รวมไปถึงผู้ประกอบการที่ต้องการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ เช่น การระดมทุนรูปแบบใหม่เรียกว่า ICO ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งจำนวนเงินทั้งหมดที่ได้ทำผ่าน ICO ทั่วโลกระหว่างปี 2017-2018 มีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้การระดมทุนแบบ ICO เติบโตอย่างต่อเนื่องคงหนีไม่พ้น การทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ทั่วโลก ไม่จำกัดแค่เพียงในประเทศตนเอง ซึ่งการให้ความรู้ การส่งเสริมพัฒนาและสนับสนุนจากทั้งทางภาครัฐและเอกชนให้กับผู้ประกอบการ ก็จะช่วยทำให้มีเงินทุนนอกประเทศไหลเข้ามาภายในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีมากยิ่งขึ้น
ดร.ประเวทย์ ตันติสัจจธรรม เลขาธิการสมาคมไทยบล็อกเชน กล่าวถึงงาน Blockchain Thailand Genesis ว่า “งานนี้ถือเป็นงานครั้งแรกและใหญ่ที่สุด สำหรับคนไทยที่จัดโดยคนไทย โดยที่จะรวมผู้เชี่ยวชาญและคนในวงการเกี่ยวกับ Blockchain Cryptocurrency Fintech เข้าด้วยกัน โดยทางผู้ที่เข้ามาเป็นวิทยากรก็มาจากหลากหลายสายอาชีพ ซึ่งจะได้เห็นความคิดความอ่าน ที่จะได้รุ้ว่าตัว Blockchain จะทำงานได้อย่างไรบ้าง มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ในธุรกิจต่าง ๆ ไม่ใช่แค่ใน Fintech หรือ Cryptocurrency เท่านั้น โดยความรู้จากท่านวิทยากรที่มาในงานจะทำให้คนเข้าร่วมงานจะเห็นภาพมุมมองได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ถือว่างานนี้เป็นงานที่จัดได้ไม่แพ้ของต่างชาติที่มาจัดในไทยเลยทีเดียว จึงทำให้คนเข้ามาร่วมสัมมนาในงานนี้อย่างล้นหลาม”
บล็อกเชนและคริปโตจะเติบโตอย่างแน่นอน
กรณ์ จาติกวณิช ประธานสมาคมฟินเทคประเทศไทย กล่าวว่า “เงินคือนวัตกรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์ จุดบกพร่องของเงินทำให้เกิดจุดเริ่มต้นของ Cryptocurrency โดยมีเทคโนโลยี Blockchain มาแก้ไขปัญหาจุดบกพร่องดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น เงินในสกุลเงินดอลลาร์มีธนาคารกลางเป็นตัวกำหนดว่าจำนวนเงินดอลลาร์ในระบบจะมีเท่าไหร่ ซึ่งก็แล้วแต่จะกำหนด แต่เงินในคริปโตอย่างบิทคอยน์มีจำนวนที่ตายตัวและการโอนคริปโตจะมีต้นทุนต่ำกว่าสกุลเงินทั่วไปด้วย แต่ปัญหาของบิทคอยน์คือต้นทุนการผลิตสูงเพราะใช้ไฟฟ้าเยอะและขาดความสะดวกในการใช้ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบการทำธุรกรรม รวมไปถึงปัญหาที่บิทคอยน์โดนแฮค ซึ่งถ้าเป็นเงินที่หายไปจากธนาคาร เราสามารถเรียกร้องเงินคืนได้ แต่ในโลกของคริปโตยังทำไม่ได้ จึงถือเป็นข้อเสียเปรียบ แต่เชื่อว่าวันหนึ่งจะมีเทคโนโลยีที่เข้ามาแก้ไขจุดนี้ และผมเชื่อว่าในอนาคตบล็อกเชนและคริปโตจะเติบโตอย่างแน่นอน”