ป้ายดิจิทัลยังสามารถเปลี่ยนเพื่อแสดงโปรโมชั่น
พนักงานของร้านค้าปลีกยังได้รับประโยชน์จากระบบใหม่ ป้ายดิจิทัลจะส่งแสงวาบเพื่อแสดงรายการสินค้าที่จะต้องรวบรวมสำหรับการส่งมอบของ Kroger และอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า มีกล้องระบบจดจำภาพที่ฝังอยู่ในเพดานของร้านค้า เพื่อตรวจสอบเมื่อสต๊อกสินค้าบนชั้นวางใกล้หมด เซ็นเซอร์ในตู้เย็นของร้านค้ายังช่วยแจ้งเตือนให้พนักงานให้ความสนใจ หากอุณหภูมิในตู้เย็นสูงขึ้นมากเกินไปเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าอาหารที่แช่ในตู้เย็นของพวกเขาเสีย
ร้านค้าต้นแบบทั้ง 2 แห่งตั้งอยู่ในเมืองมอนโร รัฐโอไฮโอ และเมืองเรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของ Kroger และ Microsoft ตามลำดับ มีรายงานว่าร้านค้าที่เมืองเรดมอนด์ได้เปลี่ยนชั้นวางสินค้าใหม่ครึ่งหนึ่งเพื่อใช้ระบบ Digital Signage ใหม่ ในระยะต่อไปร้านค้าอีก 92 แห่งของ Kroger ก็จะใช้ ระบบ Digital Signage ที่ปลายช่องทางเดินระหว่างแถวของชั้นวางสินค้าในร้านเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า Microsoft จะทำงานในเรื่องการทำระบบร้านค้าที่ไม่ต้องใช้แคชเชียร์ (Cashier-free) ด้วย ซึ่งระบบทำงานโดยใช้กล้องที่ติดตั้งในรถเข็นช้อปปิ้งแต่ละคันเพื่อติดตามรายการสินค้าที่ลูกค้าซื้อ
การร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Microsoft นี้ ไม่ใช่หุ้นส่วนด้านเทคโนโลยีรายแรกที่ Kroger ได้ประกาศร่วมมือกัน ย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน 2561 Kroger ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Nuro เพื่อเปิดตัวบริการจัดส่งสินค้าด้วยระบบ Self-driving (ยานพาหนะขับเคลื่อนตัวเอง) และยังได้ประกาศแผนการสร้างคลังสินค้าหุ่นยนต์ในโอไฮโอด้วยการร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ Ocado
ปัจจุบัน Amazon ครองตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ในสหรัฐอเมริกาประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ Kroger ก็กำลังต่อสู้กันอย่างหนักเพื่อหยุดยั้งการบรรลุเป้าหมายที่คล้ายคลึงกันของ Amazon ที่กำลังมุ่งเป้าในการครองตลาดร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (ร้านค้าปลีกทางกายภาพ - Physical Stores, Brick-and-Mortar) เช่นเดียวกับที่ครองตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ไว้แล้ว
Cr :ภาพ: Microsoft
Cr : THE VERGE