เช่นเดิม เราเริ่มต้นบทสนทนากับคุณณัฐ ด้วยคำถามที่ว่า ในปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในอุตสาหกรรมที่น่าสนใจบ้าง
A: การแข่งขันค่อนข้างที่จะสูงมากๆ ในปีที่ผ่านมา และผมเชื่อว่าในปีต่อๆ ไปการแข่งขันก็จะสูงขึ้นอีก เพราะการทานอาหารไม่ใช่แค่เพื่อจะกินอย่างเดียว มันเริ่มเป็นการทานอาหารเพื่อที่จะโชว์ด้วย เริ่มมีการแชร์มากขึ้น กลายเป็นการเติมเต็ม Need บางอย่างของผู้บริโภคที่ไปกินอาหาร ไม่ได้กินเพื่ออิ่มเพียงอย่างเดียว เป็นการกินเพื่อที่จะแชร์ กินเพื่อที่จะบอก Social กินเพื่อบอก Status บางอย่าง
รวมทั้งการแข่งขันสูงขึ้น คู่แข่งขันหน้าใหม่ๆ เข้ามาสู่สนามการแข่งขันได้ง่ายขึ้น เพราะการลงทุนในร้านอาหารไม่ได้สูงมาก ถ้ามีแนวคิดดีๆ ก็สามารถเปิดได้แล้ว ทุกคนเปิดร้านอาหารได้หมด มีร้านเดียวก็เปิดได้ มี 2 ร้านก็เปิดได้
สมัยก่อนย้อนไปสัก 5-6 ปี จะลงทุนร้านอาหารร้านหนึ่ง นอกเหนือจากการลงทุนแล้วยังมีเรื่องการตลาด การสื่อสารที่มีต้นทุนค่อนข้างสูง แต่ตอนนี้กำแพงเหล่านั้นค่อยๆ ลดลง ทำให้เกิดผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง
อีกเรื่องคือการเกิดขึ้นของกลยุทธ์ Co-Promotion ระหว่างแบรนด์ที่มีถี่มากขึ้น ในปีที่ผ่านมานับว่ามีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา มากไปกว่านั้นคือการซื้อ ควบรวมกิจการ จะเห็นว่าหลายธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในเเวดวงร้านอาหาร ก็มีการซื้อธุรกิจร้านอาหารเข้ามาไว้ในพอร์ต นั่นหมายความว่า มีการเอาเม็ดเงินของธุรกิจอื่นเข้ามาอยู่ในธุรกิจอาหารจำนวนมหาศาล
ส่วนเรื่อง Social Media นับว่าเป็นอีกเรื่องที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคโดยตรง สำหรับร้านอาหารเครื่องมือทาง Social Media สามารถช่วยทำให้ร้านเป็นที่รู้จักและเกิดการยอมรับได้ง่ายมากขึ้น สมัยก่อนกว่าที่คนจะหาเจอหรือรู้จักร้านเป็นอะไรที่ยากมาก
พฤติกรรมการใช้ Social Media กับพฤติกรรมการมาร้านอาหารของผู้บริโภคทุกวันนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เน้นในเรื่องของ Experience มากขึ้น นอกจากการทานแล้วอิ่มแต่ทานแล้วคนรับรู้นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น
ในส่วนของพฤติกรรมผู้บริโภคก็มี Segmentation ที่ละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม มีกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ กลุ่ม Aging หรือผู้สูงวัยที่มีสัดส่วนของประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือกลุ่มที่มองหาอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ในการรับประทาน เวลาทำร้านอาหารเราต้องมองให้ออกว่าเป็นลูกค้ากลุ่มไหน ร้านอาหารร้านหนึ่งไม่ได้จะ Match กับทุก Segment สมัยก่อนอาจจะเป็น One Pattern Fit All เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว ร้านสุขภาพก็โฟกัสสุขภาพ คนไม่รักสุขภาพก็ไม่กิน
อีกทั้งเริ่มจะมี 3rd Party มาทำการ Rating ร้านอาหารมากขึ้น สมัยก่อนมันจะมี วงในบ้างล่ะ หรือจะมี TripAdvisor แต่ตอนนี้เด่นชัดมากคือ Michelin Star มันทำให้ Value ของร้านอาหารที่เคยมีอยู่ปรับขึ้นเยอะ บางอันไม่ได้ Michelin Star แต่ก็ได้ Michelin Recommend ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวงการอาหารมันเปลี่ยนแล้ว