ประเด็นสุดท้าย เริ่นต้นชิมลาง ศึกษาตลาดดิลิเวอรี่
ต้องบอกเลยว่าตลาดดิลิเวอรี่เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างมากในปีที่ผ่านมา เนื่องจากการเกิดขึ้นของแอพพลิเคชั่นกลุ่ม Food Delivery ที่ทำตัวเป็นแพลตฟอร์ม ดึงเอาร้านอาหารต่างๆ เข้าไปอยู่ในระบบ ทำให้ธุรกิจนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจนสร้างมูลค่าตลาดได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
สำหรับฟู้ดแพชชั่นเองก็มองเห็นเทรนด์ตลาดในเรื่องนี้ แต่ด้วยสินค้า เมนูอาหารต่างๆ ภายในพอร์ตไม่ได้เอื้อต่อการขายในลักษณะนี้ จึงทำให้เราไม่เห็นภาพการขยับตัวในเรื่องนี้มากเท่าไหร่
ในขณะที่ RED SUN ได้รันธุรกิจดิลิเวอรี่มาปีกว่า มียอดขายอยู่ที่ 1% ของรายได้ทั้งหมด นพวินท์ อธิบายว่า เราได้ปรับรูปแบบของแพ็กเกจ และเมนูอาหารให้เหมาะสมกับช่องทางดิลิเวอรี่ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ ให้กับแบรนด์ อีกทั้งยังเป็นการตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่อยากรับประทานอาหารของเราแต่ไม่ต้องการเสียเวลาเดินทาง เสียเวลารอคิวนาน
แต่โจทย์ของเราก็คือ การทำให้เมนูมีความเหมาะสมกับการขายในช่องทางนี้ให้มากที่สุด ก่อนหน้านี้เราได้เรียนรู้ว่าไม่ใช่ทุกเมนูที่เราจะขายผ่านช่องทางนี้ได้ เราจึงกลับไปทำการบ้านและพัฒนารูปแบบการขายใหม่ ที่มีความพร้อมในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น
โดย นพวินท์ บอกว่า อยากเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก 1% เป็น 5% จากการเพิ่มเมนูสำหรับดิลิเวอรี่ มากกว่า 10 เมนู โดยคิดว่าในปี 2020 จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากดิลิเวอรี่ ประมาณ 10% ของยอดขายทั้งหมด
4 เรื่องนี้เป็นอะไรที่น่าจับตามองถึงทิศทางและก้าวต่อไปของฟู้ดแพชชั่นมากๆ สำหรับปีนี้ ชาตยา บอกว่า ภารกิจอยู่ที่การโฟกัสแบรนด์ใหม่ในเครือคือ Charna (ฌานา), SPACE Q (สเปซ คิว) และ RED SUN