“กลยุทธ์ของความสำเร็จในครั้งนี้คือ “อาคารเขียว (Green Building)” เป็นการออกแบบอาคารแบบกระจายตัว พร้อมทั้งการกำหนดตำแหน่งการวางอาคาร ให้มีกระแสลมธรรมชาติไหลผ่านตัวอาคารและพื้นที่เปิดของศูนย์การค้า (Open-Air) ได้ตลอดทั้งปี และ นวัตกรรม (Innovation) คือการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการก่อสร้าง อย่างเช่น กระจก Low E++ ช่วยลดปริมาณการแผ่รังสีความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร ประกอบกับตัวอาคารสร้างด้วยอิฐก่อ 2 ชั้น เพื่อลดความร้อนจากด้านนอกช่วยให้ด้านในอาคารเย็นขึ้น และภายในตัวอาคารทั้งหมดจะถูกควบคุมและตรวจสอบด้วยนวัตกรรมการจัดการพลังงาน “Energy Management Control System” ที่จะคอยคำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลาของวัน เพื่อลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น”
นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมในการจัดการของเสียและบำบัดน้ำเพื่อการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี (Nano Technology) มาใช้ในโถปัสสาวะชายเพื่อลดการใช้น้ำแบบ 100% ประหยัดน้ำ 138,700 ลิตร/ปี รวมถึงการใช้นวัตกรรมการบำบัดน้ำเสียจากการล้างมือและการล้างจานในศูนย์อาหาร สามารถนำมาใช้รดน้ำต้นไม้ได้ถึง 70,000 ลิตร ต่อวัน และการสร้างบ่อกักเก็บน้ำฝนใช้แทนน้ำประปาได้ถึง 5.9% พร้อมด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยติดตั้งแผงโซล่าเซลเพื่อจ่ายไฟฟ้าให้แสงสว่างยามค่ำคืนหลังปิดให้บริการ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ถึง 9,865.8 kWh ต่อปี รวมไปถึงการนำระบบ Re Generate มาควบคุมการทำงานของลิฟท์ และระบบ Weight Sensor มาใช้ควบคุมบันไดเลื่อนโดยสาร ให้สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อการทำงานได้ในตัวเองสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 20%