นั่งเรือต่อไปที่เมืองเมืองมาร์กเซย์ (MARSEILLES) เป็นเมืองท่าที่ใหญ่อันดับ 2 ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญในการค้าขายระหว่างประเทศแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสในอดีต จึงได้ชื่อว่าเป็น เมืองท่าแห่งประวัติศาสตร์ เข้าชม มหาวิหารประจำเมือง (NOTRE –DAME DE LA GARDE) ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กของเมืองมาร์กเซย์สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 สมัยโรมัน-นีโอไบแซนไทน์ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา มีลักษณะโดดเด่น และสวยงามอย่างมาก โดยตัวมหาวิหารนั้นทำมาจากหินอ่อนสีขาวสลับสีเทา ขณะที่ด้านหน้ามีหอระฆังทรงสี่เหลี่ยมตั้งอยู่ ส่วนบนยอดมีรูปปั้นของพระแม่มารีอุ้มเด็กหันหน้าออกสู่ทะเล ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่าจะช่วยปกปักรักษานักเดินเรือ นอกจากนี้ระหว่างทางเดินขึ้นมหาวิหารยังมีลานกว้างเอาไว้สำหรับชมวิวทิวทัศน์อีกด้วย จากนั้นเดินชมบริเวณ ท่าเรือเก่า (VIEUX PORT) เป็นท่าเรือเก่าแก่ที่สุดของเมืองมาร์กเซย์ บริเวณท่าเรือเก่าแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในนามประตูสู่เมดิเตอร์เรเนียน เพราะเป็นพื้นที่ที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและในสมัยโบราณก็ยังเคยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญในการค้าขายระหว่างประเทศแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสอีกด้วย ปัจจุบันนี้ยังเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อตั๋วเรือท่องเที่ยวเพื่อเดินทางไปยังเกาะต่างๆ
หลังจากนั้นล่องเรือกลับมาที่ท่าเรือเมืองเจนัวเพื่อลงจากเรือ และพาเดินทางสู่ Serravalle Designer Outlet ตั้งอยู่ห่างจากเมืองมิลานเพียง 60 นาที เป็น outlet ที่มีพื้นที่มากที่สุดของยุโรป และบริหารงานโดย McArthurGlen Group เครือธุรกิจ Outlet ชั้นนำของยุโรป ซึ่งมี 13 แห่งในสหราชอาณาจักรฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ออสเตรียและอิตาลี ร้านค้าใน Serravalle มีทั้งหมดกว่า 180 ร้าน แหล่งช้อปปิ้งที่พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบหรูหรา ด้วยร้านค้าที่นำเสนอแฟชั่นแบรนด์อิตาลีและแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ อาทิ Gucci, Prada, Armani, Burberry, Nike, Adidas, Michael Kors, Calvin Klein, Benetton, Guess เป็นต้น ในราคาที่ลดลงสุงสุดถึง 70% นอกจากนั้นยังมีร้านอาหาร และคาเฟ่หลากหลายให้เลือกใช้บริการอีกด้วย และช้อปปิ้งอย่างจุใจตามอัธยาศัย
ไปต่อกันที่เมืองมิลาน (Milan) หนึ่งในเมืองหลักของประเทศอิตาลี เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการค้า ศิลปะ เศรษฐกิจ และการศึกษา และได้ชื่อว่าเป็น เมืองหลวงแห่งแฟชั่นและการออกแบบแวะเที่ยวชมแลนด์มาร์กของเมือง มหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral) มหาวิหารประจำเมืองขนาดใหญ่แห่งนี้คือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี เด่นด้วยศิลปะแบบโกธิคที่ตกแต่งด้านนอกด้วยยอดแหลมจำนวนมากถึง 135 ยอด พร้อมด้วยรูปแกะสลักจากหินอ่อนจำนวนมากที่ประดับอยู่โดยรอบปราสาทซฟอร์ซา (Sforza Castle) ก็เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนมิลาน ด้วยขนาดที่ใหญ่โตทำให้เป็นหนึ่งในป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 16-17 ปัจจุบันภายในเป็นพิพิธภัณฑ์และแกลลอรี่ศิลปะสวยๆ ให้เราเข้าชมได้ ไม่ไกลจากมหาวิหารมิลาน จะเห็นอาคารสีขาวที่ดูภายนอกแม้จะไม่สะดุดตาเท่าไรนัก แต่ภายในนั้นอลังการด้วยโรงละครขนาดใหญ่และตกแต่งอย่างหรูหรา โรงละครลาสกาล่า (La ScalaTheatre) เป็นโรงละครคู่เมืองมิลานมากว่า 230 ปี เป็นสถานที่แสดงโชว์ชื่อดังมากมาย และที่ด้านหน้าโรงละครสกาล่าบริเวณจัตุรัส พิอาซซ่า เดลล่า สกาล่า นี้เองที่เราจะได้เห็นรูปปั้น อนุสรณ์แห่งลีโอนาร์โด ดาวินซี (Statue of Leonardo Da Vinci) โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ลีโอนาร์โด ดาวินซี นักประดิษฐ์และนักวิทยาศาตร์คนสำคัญของโลก ก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ