เทรนด์ของตลาดค้าปลีกทั่วโลกรวมถึงบ้านเราในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป ไม่ใช่แค่ออนไลน์หรือออฟไลน์ที่แยกจากกัน แต่ต้องเป็นการ Seamless ทั้ง 2 ช่องทางเข้าด้วยกันเป็น ออฟไลน์ ทู ออนไลน์ หรือ ออนไลน์ ทู ออฟไลน์ ที่เรียกกันว่า O2O ทั้งนี้ก็เพื่อมอบประสบการณ์ในการช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อให้กับลูกค้าที่ปัจจุบันต้องการประสบการณ์ในการช้อปที่ยกระดับไปอีกขั้น
ทำให้เราได้เห็นผู้เล่นในตลาดค้าปลีกระดับโลก และในบ้านเรา ต่างก็มุ่งมาที่การทำตลาดแบบ O2O ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ ผู้เล่นที่เริ่มต้นจากการทำค้าปลีกแบบออฟไลน์ อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล และเดอะมอลล์ ต่างเน้นให้ความสำคัญกับการทำตลาดในรูปแบบดังกล่าวแทบทั้งสิ้น
เช่นเดียวผู้เล่นที่เป็นออนไลน์ หรือบรรดาอีคอมเมิร์ซชื่อดังของโลก ไม่ว่าจะเป็นอะเมซอน หรืออาลีบาบา ต่างก็มีการเข้ามาเทคโอเวอร์ร้านค้าปลีกที่เป็นฟิสิกคัล สโตร์ รวมถึงการลงทุนทำร้านค้าปลีกที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อที่จะทำให้การมอบประสบการณ์ในการช้อปปิ้งให้กับลูกค้าของตัวเองแบบไร้รอยต่อนั่นเอง
ขณะที่ในบ้านเรานั้น การขยับจัดอีเวนท์ใหญ่ของลาซาด้า คืองาน “Lazada Women’s Festival” อินสไตล์ได้ทุกเทรนด์ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2562 ณ ลานควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ คือภาพสะท้อนของการครีเอทอีเวนท์ของลาซาด้า ในการเข้ามาสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบ O2O ให้กับลูกค้าคนไทย
เป็นครั้งแรกที่ลาซาด้า มีการเข้าไปจัดอีเวนท์ในศูนย์การค้า ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ มีการเนรมิตโซนนิทรรศการที่ลาซาด้าได้นำนวัตกรรมของอาลีบาบามาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าสาวๆ โดยนำ Magic Mirror กระจกวิเศษเปลี่ยนลุคสุดล้ำครั้งแรกในประเทศไทยที่สามารถทดลองสีเครื่องสำอาง และลองเสื้อผ้าผ่านกระจกได้แบบไม่ต้องพึ่งห้องลอง เป็นการตอบโจทย์ Pain Point ของการช้อปปิ้งออนไลน์ที่ต้องการลองสินค้าก่อนสั่งซื้อ ขณะเดียวกันยังโชว์สินค้าจากกว่า 40 แบรนด์ทั้งจาก LazMallและ LazInStyle ให้ลูกค้าได้เลือกช้อปปิ้งกัน
ลูกเล่นที่ลาซาด้านำมาใช้ในงานนี้อีกอย่างก็คือ การทำในส่วนที่เป็น See Now, Buy Now ไลฟ์สตรีมแฟชั่นโชว์ ณ ลานควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์ที่อาลีบาบาใช้ได้ผลมาแล้วในการทำตลาดในประเทศจีน
กิจกรรมในลักษณะดังกล่าว เป็นการเดินแฟชั่นโชว์ที่จะมีการไลฟ์สตรีม และลูกค้าสามารถซื้อชุดที่นางแบบเดินแฟชั่นอยู่ก็สามารถกดสั่งสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นแบบเรียลไทม์ได้ทันที ซึ่งถือเป็นลูกเล่นทางการตลาดที่เข้ามาช่วยสร้างประสบการณ์การช้อปแบบ O2O ของยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซรายนี้