ชาร์ป คอร์ปอเรชั่น จับมือศูนย์วิจัยแห่งชาติเพื่อการควบคุมและการป้องกันโรคติดเชื้อ สถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เผยผลวิจัย “ประสิทธิผลในการลดเชื้อไวรัส โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ลอยอยู่ในอากาศ (SARS-CoV-2)” ซึ่งพบว่า เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ ช่วยลดจำนวนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในอากาศได้มากถึงร้อยละ 91.3 โดยการวิจัยนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ค้นพบว่าพลาสม่าคลัสเตอร์ไอออนสามารถช่วยลดจำนวนเชื้อไวรัสที่แพร่ผ่านละอองฝอยขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิผล
โรเบิร์ต อู๋ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน มีประชากรมากกว่า 25 ล้านรายทั่วโลกติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และกว่า 840,000 รายเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อดังกล่าว การแพร่ระบาดนี้จึงถือเป็นภัยคุกคามสำคัญที่คนทั่วโลกเผชิญ ดังนั้นการให้ความร่วมมือในการป้องกันการระบาดจึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ และพร้อมให้ความสนับสนุนทุกช่องทางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว” ซึ่งการวิจัยล่าสุดเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ ชาร์ป คอร์ปอเรชั่น และ มหาวิทยาลัยนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นองค์กรที่ทั่วโลกให้การยอมรับในด้านงานวิจัยเกี่ยวกับโรคติดต่อ โดยมีบุคลากรชั้นนำจากหลากหลายหน่วยงานอยู่เบื้องหลังการทำงาน ได้แก่ ศาสตราจารย์จิโร่ ยาซูดะ จากศูนย์วิจัยแห่งชาติเพื่อการควบคุมและการป้องกันโรคติดเชื้อ สถาบันเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยนางาซากิ ศาสตราจารย์อาซูกะ นันโบะ สมาชิกคณะกรรมการสมาคมไวรัสวิทยาแห่งประเทศญี่ปุ่น จากมหาวิทยาลัยนางาซากิ และ ศาสตราจารย์ฮิโระโนริ โยชิยามะ สมาชิกคณะกรรมการสมาคมไวรัสวิทยาแห่งประเทศญี่ปุ่น จากภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิมาเนะ งานวิจัยนี้จึงถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสได้ดียิ่งขึ้น