วอลล์กับพลังของ
“จิงเกิ้ล” รถไอศกรีม
ด้วยเหตุผลที่ว่า การซื้อสินค้าประเภทไอศกรีมจะมีรูปแบบการซื้อที่เป็น Impulse Buying คือคนซื้อไม่ได้วางแผน หรือตั้งใจจะซื้อไอศกรีมกินเสียทีเดียว แต่เป็นการซื้อที่เกิดจากการกระตุ้นด้วยสิ่งเร้า การทำตลาดสินค้าประเภทนี้ หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งจึงเป็นเรื่องของการจัดจำหน่าย
โดยเฉพาะกับ Saleforce ในรูปแบบของหน่วยรถขายที่เป็นรถสามล้อที่ในอดีตเป็นรถสามล้อถีบ แต่ปัจจุบันกลายเป็นสามล้อแบบพ่วงข้างที่บางทีอยากจะกินไอศกรีม แต่วิ่งไม่ทันรถสักที
การมีหน่วยรถขายที่แข็งแกร่งของไอศกรีมวอลล์ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่เรียกว่าคอนเซสชั่นแนร์ หรือที่เข้าใจกันแบบง่ายๆ ก็คือตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่นั่นแหล่ะ จะทำให้สามารถทะลุทะลวงเข้าถึงลูกค้าตามย่านชุมชนต่างๆ ได้แบบลงลึก ซึ่งเป็นสไตล์การทำตลาดของยูนิลีเวอร์เจ้าของแบรนด์ที่นอกจากจะมีแบรนด์ที่ทรงพลัง การตลาดที่เข้มข้นแล้ว ยังต้องมีระบบการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง สามารถทะลุทะลวงการขายได้ครอบคลุมทุกพื้นที่
อย่างที่บอกตั้งแต่แรกว่า สินค้าประเภทไอศกรีม เป็นสินค้าที่นึกอยากจะกินต้องมีสิ่งเร้าหรือสิ่งยั่วใจเข้ามาเป็นส่วนประกอบด้วย การสร้าง Brand Identity เพื่อให้เกิดการรับรู้ว่ารถไอศกรีมวอลล์มาจอดรอท่านถึงหน้าบ้านแล้ว จึงกลายเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ และต้องทำแบบเน้นย้ำเพื่อฝังเข้าไปในการรับรู้ของลูกค้าด้วย
นอกจากสีแดง ซึ่งเป็นสีของแบรนด์วอลล์แล้ว จิงเกิ้ลรถไอศกรีมวอลล์ “ตือ ดื๊อ ดือ ตือ ดื๊อ ดือ”คือเสียงที่เราคุ้นหู และรับรู้ได้ทันทีว่า ไอศกรีมวอลล์มาแล้วนะ เตรียมตัววิ่งไล่รถไอศกรีมได้
ว่าไปแล้ว การใช้ “จิงเกิ้ล” ก็คือการทำตลาดด้วยมิวสิค มาร์เก็ตติ้ง เป็นการใช้ท่อนเพลงที่สร้าง Branding เพื่อให้เกิดการจดจำแบรนด์นั้นๆ ได้เมื่อได้ยิน มีเนื้อร้องหรือไม่มีก็ได้ ส่วนใหญ่จะมีความยาวสั้นๆ ไม่เกิน 1 นาที ซึ่งจิงเกิ้ลของรถไอศกรีมวอลล์ที่มีความยาวไม่มากนัก แต่ทรงพลังอย่างมาก เพราะได้ยินทีไร อยากซื้อไอศกรีมทุกที
ตลาดไอศกรีมของบ้านเรามีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท วอลล์เป็นเบอร์ 1 มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 40% ตามมาด้วยเนสท์แล่ และแม็กโนเลียจากค่าย F&N ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์ต่างก็ให้ความสำคัญกับการทำ Brand Identity ไม่แพ้กัน เพราะเมื่อเห็นสีฟ้า จะนึกถึงแบรนด์เนสท์เล่ เช่นเดียวกับสีเหลือง จะเป็นของแบรนด์แม็กโนเลีย
เช่นเดียวกับเรื่องของเสียงจิงเกิ้ลของรถไอศกรีม ที่ต่างก็มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มิวสิค มาร์เก็ตติ้ง ในรูปแบบของจิงเกิ้ล จึงถูกใช้เต็มที่เพื่อเป็น Brand Identity ทรงพลังที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่แบรนด์ได้อย่างลงตัว
ว่าแต่ว่า เมื่อได้ยินเสียง “ตือ ดื๊อ ดือ ตือ ดื๊อ ดือ” แล้ว อยากกินไอศกรีมคอนเนคโต้ขึ้นมาทันที....