ปัจจุบัน เจ้าสัวมีสินค้าอยู่ 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มสินค้าประเภทสแน็ค ทำสัดส่วนรายได้ให้กับบริษัท 50% ส่วนอีกกลุ่มคือสินค้าประเภทอาหารพร้อมทาน และอาหารพร้อมปรุงที่มีกุนเชียง หมูแผ่น หมูหยอง และแหนมทอด โดยมีสัดส่วนการขายรวมกัน 50%
ส่วนรายได้จากการขายจะมาจาก การขายผ่านร้านเจ้าสัว ร้านค้าปลีกโมเดิร์นเทรด ร้านค้าปลีกดั้งเดิม และส่งออกต่างประเทศ ในสัดส่วนอย่างละ 25% เท่านั้น
เจ้าสัว คือตัวอย่างของการผลักดันตัวเอง จากการทำตลาดในกลุ่มเล็กๆ มาสู่น่านน้ำที่ใหญ่มากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตให้ทะลุกรอบที่วางขวางอยู่ ซึ่งถ้าหากมองเข้ามาที่แต่ละตลาดที่เข้าไปแข่งขันด้วย ถือว่ามีโอกาสไม่ใช่น้อย อย่างในตลาดสแน็คที่มีมูลค่ารวมภึงกว่า 4 หมื่นล้านบาท ที่เจ้าสัวจะเข้าไปแข่งทั้งในตลาดไรซ์ แครกเกอร์ ที่มีตัวข้าวตัง เป็นตัวชูโรง ส่วนตลาด Meat Snack หรือสแน็คที่ทำจากเนื้อสัตว์ก็ยังมีขนาดของตลาดไม่ใหญ่นักแค่กว่า 100 ล้านบาท และมีคู่แข่งขันไม่มากเช่นกัน โอกาสในการเติบโตจึงมีค่อนข้างมาก การหา Unmet Demand ที่ซ่อนอยู่ จึงเป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อมองเข้ามาที่ตัวแบรนด์เจ้าสัวเอง การมีดีเอ็นเอของแบรนด์ที่ชัดเจนในการเป็นอาหารและสแน็คที่ทำจากเนื้อสัตว์ ทำให้มีโอกาสที่จะขยายไลน์ออกไปได้อีกค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการกระโจนเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเมื่อแบรนด์แข็งแกร่งมากขึ้น โอกาสดังกล่าวก็น่าจะเปิดกว้าง
ถือเป็นอีกสเตปที่น่าจับตามองของแบรนด์ของฝากมูลค่า “พันล้าน” รายนี้....