เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เปิดตัว "House of Snackers" คอมมูนิตี้ครีเอเตอร์สายสแน็คภายใต้แบรนดิ้ง “Food. Drinks, Smiles” แห่งแรกของไทย ที่รวมพลคนรุ่นใหม่ผู้หลงรักการทำคอนเทนต์และมีสไตล์เป็นของตัวเอง ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) และบทบาทของโซเชียลมีเดียที่ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มเศรษฐกิจ
ไม่เพียงเท่านั้น การเปิดตัว "House of Snackers" ในครั้งนี้ ยังมาพร้อมกับการส่งมิชชั่นแรกสุดท้าทายตามหา "Friend of Doritos" คนแรกของประเทศไทย เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคเจนเนอเรชันใหม่ ผ่านการปั้นเวทีให้ครีเอเตอร์ Gen Z สร้างคอนเทนต์ เพิ่มมูลค่าตัวตน และเติบโตไปกับแบรนด์ระดับโลก
การเปิดตัว "House of Snackers" โดยเป๊ปซี่โค ประเทศไทย สะท้อนถึงการปรับตัวเข้าสู่ยุค Creator Economy อย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างระบบนิเวศของคอนเทนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชน หรือ Community-led Content แทนรูปแบบของการสื่อสารแบรนด์แบบเดิมๆ นั่นคือการโฆษณา
จากข้อมูลจากรายงานวิจัยระดับโลกหลายแหล่งสะท้อนว่ากว่า 60% ของคนรุ่น Gen Z ให้ความสนใจกับการทำงานอิสระ ขณะที่มากกว่า 70% มีพฤติกรรมเสพและมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ในชีวิตประจำวัน สะท้อนการเติบโตของ Creator Economy ที่มีมูลค่ากว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีการเติบโตของครีเอเตอร์อย่างต่อเนื่อง
การหยิบเอาเทรนด์นี้มาเล่นของเป๊ปซี่ โค ประเทศไทย มีการใช้กลยุทธ์ที่น่าจับตามอง นั่นคือการเปลี่ยนจาก "พรีเซ็นเตอร์" เป็น "พาร์ตเนอร์" ของแบรนด์แทน ซึ่งกลยุทธ์นี้เน้นการสร้างคอมมูนิตี้ครีเอเตอร์สายสแน็ค เพื่อผลิตคอนเทนต์ที่มีความจริงใจ (Authenticity) และเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของ Gen Z ได้มากกว่าโฆษณาแบบเดิม
ขณะเดียวกัน ยังมีการสร้าง Brand Involvement ผ่านกิจกรรมการตามหา "Friend of Doritos" คนแรกของไทย ที่เป็นการใช้ Gamification และการแข่งขันมาสร้างความตื่นเต้น ทำให้แบรนด์ไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่เป็นพื้นที่ให้ผู้บริโภคมาแสดงออกถึงตัวตน เรียกได้ว่าเป็นการผลักดันให้แบรนด์เข้าไปยืนเคียงข้างพวกเขา และพร้อมที่จะสนับสนุนการแสดงออกของพลังความคิดสร้างสรรค์ที่ซ่อนอยู่ในตัว

พรรณทิพา พงศ์ชัยฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด บอกกับเราว่า ในปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่ได้เพียงแค่เป็นผู้เสพคอนเทนต์ แต่ยังต้องการมีส่วนร่วมและสร้างตัวตน
House of Snackers จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของเป๊ปซี่โคในการเชื่อมต่อกับผู้บริโภคยุคดิจิทัล โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่มองหาพื้นที่ในการแสดงออก และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเอง
“เราจึงตั้งใจสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ ผ่านการทำคอนเทนต์ สร้างคอมมูนิตี้ และยังเป็นโอกาสทางธุรกิจในยุคเศรษฐกิจครีเอเตอร์ รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมที่มีความหมายระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคในระยะยาว”
ทำให้แคมเปญ “Friend of Doritos” ภายใต้ House of Snackers จึงไม่ใช่เพียงการสร้างคอมมูนิตี้ทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อคอนเทนต์ คอมมูนิตี้ และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อยกระดับและผลักดันครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่ต้องการเติบโตอย่างจริงจัง โดยเปิดรับครีเอเตอร์สัญชาติไทยอายุ 18-25 ปี ที่มีผู้ติดตามบน TikTok อย่างน้อย 1,000 คน และมีสไตล์การสร้างสรรค์ คอนเทนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

โดยครีเอเตอร์ที่ได้รับเลือกเป็น Friend of Doritos จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท ขึ้น Digital Billboard กลางสยามสแควร์ พร้อมการันตีงานจ้างรีวิวและร่วมแคมเปญกับแบรนด์ขนมในเครือเป๊ปซี่โค ประเทศไทย ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2569
รวมถึงการสนับสนุนด้านสื่อและการโปรโมตคอนเทนต์เพื่อเพิ่มการมองเห็นให้กับครีเอเตอร์ นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับครีเอเตอร์ที่ทำ Engagement สูงสุดและทำยอดขายโดริโทสได้มากที่สุด โดยรวมมูลค่ารางวัลและการสนับสนุนทั้งหมดกว่า 400,000 บาท ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของการร่วมกิจกรรม
ทั้งนี้ เป๊ปซี่โค ประเทศไทยเดินหน้าพัฒนา Ecosystem นี้ผ่านแคมเปญ House Of Snackers โดยร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ได้แก่ TikTok ประเทศไทย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักของการแข่งขันและการสร้างคอนเทนต์ ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่สนับสนุนพื้นที่การเรียนรู้สำหรับครีเอเตอร์ Publicis ที่มีความแข็งแกร่งด้านการสื่อสาร การโปรโมตคอนเทนต์ รวมถึงการจัดเวิร์กช็อปด้านสื่อ และ AnyMind ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการครีเอเตอร์ (KOL) และการพัฒนาศักยภาพเพื่อการเติบโตในระยะยาว
โดยแคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อการเติบโตของครีเอเตอร์อย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญ Influencer ทั่วไป แต่เป็นระบบนิเวศที่เชื่อมต่อโอกาสและการพัฒนาอย่างครบวงจร
การขยับตัวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เป๊ปซี่โคกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้เล่าเรื่อง" (Storyteller) มาเป็น "ผู้จัดเตรียมเวที" (Stage Setter) แล้วปล่อยให้ลูกค้าเป็นคนพูด หรือเล่าเรื่องของแบรนด์แทน ถือเป็นการทำ User-Generated Content (UGC) ขั้นสุดที่ยกระดับขึ้นไปเป็นการ Co-Creation
เป็นการมองเห็นถึงเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่เชื่อใจรีวิวจากผู้ใช้จริงหรือไมโครอินฟลูเอนเซอร์มากกว่าโฆษณาจากแบรนด์ การให้ลูกค้าเจนเนอเรทคอนเทนต์เองจึงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ หรือ Trust Brand ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้โฆษณาในรูปแบบเดิมๆ ที่เราคุ้นชินกันมานาน
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือเมื่อลูกค้าได้ร่วมสนุกจนกลายเป็น "Friend of Doritos" หรือเป็นส่วนหนึ่งของ House of Snackers เขาจะไม่ได้เป็นแค่คนซื้อ แต่เป็น "สาวกแบรนด์" ที่พร้อมจะปกป้องและโปรโมตแบรนด์ให้ฟรีในระยะยาว โดยเป๊ปซี่ โคเองจะได้คลังไอเดียใหม่จากการปรับเกมการตลาดในครั้งนี้ โดยเฉพาะการได้เห็นวิธีกินสแน็คหรือการเล่าเรื่องในมุมที่ทีมการตลาดอาจนึกไม่ถึง ซึ่งไอเดียเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาสินค้าใหม่ได้ในระยะยาวอีกด้วย....