ปัญหา COVID-19 และฝุ่น PM 2.5 ทำให้พฤติกรรมของคนไทยในรอบปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนหลายด้าน โดยทางแอลจี ประเทศไทย มองว่าคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นจนเกิดเป็นเทรนด์ผู้บริโภคใหม่ 4C’s คือ
1. Cocooning พฤติกรรมที่คนอยากอยู่บ้านมากขึ้นกว่าสมัยก่อน
2. Caring ผู้บริโภคมีความกังวลในเรื่องสุขภาพ และเรื่องสุขอนามัย หรือ Hypiene
3. Connecting แม้จะใช้เวลาอยู่ในที่พักอาศัยมากขึ้น แต่ผู้บริโภคก็ยังมีการการเชื่อมต่อสื่อสารกันผ่านช่องทางสื่อสารในโลกออนไลน์มากขึ้น
4. Conserving เนื่องจากปัญหา COVID-19 นั้นส่งผลกับภาคธุรกิจอย่างมาก จึงทำให้คนส่วนใหญ่ใช้เงินด้วยความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ทางบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงมองว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสามารถหยิบยกมาเป็นโอกาสทางการตลาดได้ โดยอาศัยสินค้าที่มีนวัตกรรมเป็นตัวชูโรง
ล่าสุดแอลจีได้มีการเปิดตัวไลน์อัพสินค้าในกลุ่มเครื่อปรับอากาศใหม่ที่มีเทคโนโลยี UVnano มาเสริมทัพสินค้าในปีนี้ โดยทางแอลจีการันตีว่า UVnano เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกำจัดเชื้อโรคที่เกิดจากความชื้นภายในตัวเครื่องบริเวณใบพัด โดยสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสได้ถึง 99.99% นอกจากนี้ยังสามารถฟอกอากาศที่มีอนุภาคขนาดเล็กถึง 1.0 ไมครอน (PM1.0)
อำนาจ สิงหจันทร์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า ปีที่ผ่านมาเทรนด์ของตลาดเครื่องปรับอากาศหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยดูได้จากทั้งตลาดเริ่มมีการใส่ฟังก์ชั่นฟอกอากาศเข้าไป ซึ่งเครื่องปรับอากาศแอลจีสามารถฟอกอากาศ ที่มีอนุภาคเล็กถึง 1.0 ไมครอน และปีนี้แอลจีก็มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเครื่องภายในด้วยการติดระบบแสง UVC ไว้ที่บริเวณใกล้ใบพัดถึง 4 หลอดด้วยกัน เพื่อเน้นฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่มักจะจับตัวอยู่ที่ใบพัดของเครื่อง
“Line-up สินค้าเครื่องปรับอากาศในปี 2021 จะมีทั้งหมด 7 ซีรีส์ 23 รุ่น โดยทุกรุ่นจะสามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ และปีนี้เรามีการเพิ่มฟังก์ชั่น UVnano ใน 2 ซีรีส์ คือ IVQ ในตัวเริ่มต้น และ IPQ ในตัว Hi-End”
ตลาดเครื่องปรับอากาศในปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องปรับอากาศมียอดขายรวมลดลง เนื่องจากปีที่แล้วในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นไฮซีซั่นของตลาดเครื่องปรับ อากาศผู้ผลิตต้องเผชิญกับปัญหาการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ จึงเสียโอกาสในการขายไปเป็นจำนวนมาก จนทำให้มูลค่าของตลาดตกลงมาเหลือ 20,930 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2019 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 23,242 ล้านบาท