ความน่าสนใจอีกประการ คือการที่โซน่าร์มีการวางกลยุทธ์การทำตลาดผ่านรูปแบบ Multi-platform เพื่อตอกย้ำความเป็น Lifestyle Brand ตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีการติดตามข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ ออนแอร์ และสิ่งพิมพ์ เพื่อสร้างประสบการณ์ในการช็อปปิ้งที่ให้ทั้งความสนุกสนาน ความรวดเร็ว และความน่าเชื่อถือ ซึ่งผู้บริโภคสามารถช็อปปิ้งได้ทุกที่ทุกเวลา ขณะเดียวกันยังจัดจำหน่ายผ่านร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย ห้างสรรพสินค้า และโมเดิร์นเทรดควบคู่กันไปด้วย โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับแบรนด์โซน่าร์ให้ก้าวสู่แบรนด์อันดับ 1 ของวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติไทยในประเทศไทยได้อย่างมั่นคง ที่สำคัญสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าคนไทยได้อย่างทั่วถึง
“วันนี้เราจึงมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย เป็นการผสมผสานความเป็น Multi-platform อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็น และสัมผัสผลิตภัณฑ์โซน่าร์ได้ทุกที่ทุกเวลา ครอบคลุมพันธมิตรทางการค้ามากมาย โดยปัจจุบันเรามีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ต และโมเดิร์นเทรด เช่น พาวเวอร์บาย โรบินสัน ท็อปส์ เทสโก้โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร และไทวัสดุ
ปีนี้เรายังให้ความสำคัญกับการทำตลาดบนช่องทาง E-commerce ผ่านเว็บไซต์ www.sonarshopping.com ที่มีบริการสั่งซื้อออนไลน์ เก็บเงินปลายทาง โอนเงิน ชำระค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส อีกทั้งยังเป็นพันธมิตรกับเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำอย่าง Lazada, 11Street, Wemall, Weloveshopping, Tarad, Shopee รวมถึงการขายผ่านทีวีโฮมช็อปปิ้ง เช่น ทีวีไดเร็ก โอช็อปปิ้ง ทรูซีเล็คท์ ไฮช็อปปิ้ง และทีวีดี1618 และยังมีการขายผ่านแคตตาล็อก เช่น Friday Catalog, 24 Catalog, TV Direct Catalog, His&Her Catalog, และ D Catalog เป็นต้น”
ที่สำคัญ โซน่าร์ ยังสร้างความแข็งแกร่งให้กับความเป็นไทยแบรนด์ด้วยการจับมือร่วมกับ “อมรศุนย์รวมอะไหล่อีเลคโทรนิคส์” ที่มีสาขากว่า 80 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเป็นเครือข่ายศูนย์บริการหลังการขายให้กับโซน่าร์ นอกเหนือจากการจัดตั้งศูนย์บริการของตนเอง 2 แห่ง คือ สำนักงานใหญ่ จรัญสนิทวงศ์ และโรงงานสามพราน นครปฐม