ปรมินทร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “องค์กรของเราถือเป็นองค์กรที่ได้รับมาตรฐานการฝึกฝน และดูแลพนักงานในระดับสากล ทำให้มีผู้สนใจอยากจะร่วมงานกับเราเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่มองหางานพิเศษที่สามารถทำในระหว่างเรียนได้ และเราก็เปิดโอกาสตรงนี้สำหรับนักศึกษาด้วย เราจึงได้จัดกิจกรรมเพื่อรับสมัครพนักงานเพิ่มเติมขึ้น เพื่อที่จะได้มองหา และคัดเลือกพนักงานใหม่ ๆ ที่มีความสนใจที่จะร่วมงานและเติบโตไปกับองค์กรของเรา”
ในแง่ของการตลาด โดมิโน่ส์ (ประเทศไทย) ถือเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีการเติบโตทางการตลาดค่อนข้างรวดเร็ว ฝ่ากระแสการแข่งขันอันรุนแรงของกลุ่มธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ด ที่มีตัวเลือกในการบริโภคมากมายในปัจจุบัน โดยภายในระยะเวลาประมาณ 5 ปีนับตั้งแต่เปิดดำเนินการในประเทศไทย สามารถขยายสาขาได้มากกว่า 34 สาขา และมีผลประกอบการที่เติบโตมากขึ้นทุกปี
“ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในตลาดกลุ่มอาหารฟาสต์ฟู้ดถือว่ามีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้าเทียบกันเฉพาะร้านพิซซ่า โดมิโน่ส์ (ประเทศไทย) ยังถือว่ามีฐานลูกค้าชาวต่างชาติที่เชื่อมั่นในคุณภาพ และตอนนี้โดมิโน่ส์ (ประเทศไทย) ต้องการขยายกลุ่มลูกค้าคนไทยที่ต้องการลองอะไรที่แปลกใหม่ ทำให้ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาค่อนข้างเป็นที่น่าพึงพอใจ และคาดว่าในปี 2561 เรามีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมอีก กว่า 20 สาขาอีกด้วย และเป็นปีที่โดมิโน่ส์ (ประเทศไทย) จะฉลองครบรอบ 5 ปี” ดังนั้นเราจะมีพิซซ่าหน้าที่หลายหลากขึ้น รวมถึงเพิ่มอาหารเรียกน้ำย่อยที่จะถูกปากผู้บริโภคคนไทยได้มากขึ้น ปรมินทร์ กล่าว และกล่าวต่อไปว่า
“โดมิโน่ส์ พิซซ่า” เป็นแบรนด์พิซซ่าที่มีชื่อเสียงทั่วโลก แต่ตลาดในประเทศไทยยังไม่เติบโตเท่าที่ควร เกิดจากการบริหารแบรนด์ที่โฟกัสไปผิดจุด คือเปิดร้าน โดมิโน่ส์ พิซซ่า โดยเน้นที่ศูนย์การค้าหรือห้างเยอะเกินไป ประมาน 5-10 สาขา ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่จุดขาย ของ โดมิโน่ส์ พิซซ่า เลย และจุดขายของ โดมิโน่ส์ พิซซ่า นั้นเน้นที่การ Delivery และ Service ที่รวดเร็วและมีคุณภาพ โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่จะมาจากต่างประเทศ