คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager บริษัทอะเมซอนเว็บเซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวถึงการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันผ่าน Cloud Platform โดยจะเห็นได้จากวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาว่า องค์กรที่ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่อง Digital Transformation จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์นี้ค่อนข้างสูง
พร้อมยกตัวอย่างตัวอย่างบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศอย่าง SCG ที่ประสบความสำเร็จในการนำ Public Cloud มาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเชิงต้นทุนและทำให้มั่นใจได้ว่าบริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องหรือ Application หาหมอออนไลน์Raksaที่ให้บริการ Telemedicine เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สามารถพลิกแพลงธุรกิจให้อยู่กับการเปลี่ยนแปลง แบบ New Normal ได้
ในหัวข้อเสวนา “Live Chat with the Real Crowd Pleasers”ได้รับเกียรติจากผู้บริหารทั้ง 3 ท่านที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้ พร้อมผู้ดำเนินการอภิปราย ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล สํานักงานสงเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)
คุณเจษฎา สุขทิศ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฟินโนมีนาจำกัด ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริหารเงินลงทุนแบบ One Stop Service และให้ความรู้ด้านการลงทุนแก่คนไทย กล่าวว่า “ในโลกยุคปัจจุบัน Digital Platform Supply Chain เปลี่ยนไปมาก เราต้องสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถสร้าง Engagement ให้ได้มากที่สุด และเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคซึ่งจะเป็นโอกาสของธุรกิจ”
คุณสีหนาท ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเพอร์เพิลเวนเจอร์สจำกัดกล่าวว่า Key Success Factor ของการเปลี่ยนมาสู่แพลตฟอร์มนั้นต้องรู้ว่าทำเพื่อตอบโจทย์อะไรบ้าง เช่นในเรื่องของการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ คิดว่า Food delivery ตอบโจทย์ แต่เป็น Red Ocean เพราะในไทยมีหลายแพลตฟอร์มจากต่างชาติ แพลตฟอร์ม Robinhood มีจุดยืน คือการช่วยธุรกิจขนาดเล็ก เพราะค่า GP เป็น 0 ประการที่ 2 คือ คนที่เป็นลูกค้า ที่เป็น Price Sensitive เป็น Gen Z ที่จะตรวจสอบราคาก่อน Robinhood จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยสังคม คือ คนซื้อ คนสั่ง และคนส่ง และเป็น Kindness platform ในการส่งต่อ ถ่ายทอดความดี แบ่งปันความสุข และสร้าง Community ร่วมกัน
คุณอริยะ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัททรานส์ฟอร์เมชั่นนอลจำกัดกล่าวว่า “หากธุรกิจจะหันมาพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มต้องคำนึงถึง สิ่งที่เป็นพื้นฐานในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา คำว่า Digital Transformation ค่อนข้างจะเป็นที่นิยม แต่ในความเป็นจริงเป็นเรื่องที่ยากมาก รวมถึงความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยียังผิวเผิน โดยมองว่าส่วนใหญ่ยังมองเห็นเพียงแค่ความสำเร็จบน Iceberg เท่านั้น (5%) ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ควรตั้งคำถาม คือ กลยุทธ์ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จคืออะไร ทำอย่างไรที่เขาไปถึงจุดมุ่งหมาย ดังนั้น ในการสร้างธุรกิจใหม่จะต้องลงมือทำ และคาดการณ์ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น โดยถ้าเรามีบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า ฐานลูกค้าก็จะใหญ่ขึ้นได้ในท้ายที่สุด จึงต้องคิดใหญ่ แต่เริ่มเล็ก”
ส่วนในหัวข้อ The Rising Stars: A Shift from Traditional to Digital Businessได้รับเกียรติจากท่านผู้บริหารทั้ง 2 ท่าน มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้
คุณณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทสยามราชธานีจำกัด (มหาชน)กล่าวว่า“ในการทำ Digital Transformationองค์กรมักไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน โดยสยามราชธานีที่มีพนักงานกว่าหนึ่งหมื่นคนและเป็นธุรกิจที่ทำมากว่า 40 ปี Digital Transformation จึงต้องประกอบด้วย 5 ประการ คือ 1.) การมีกลยุทธ์ด้านดิจิทัลและวัฒนธรรมที่ชัดเจน 2.) ความร่วมมือจากพนักงานและลูกค้า 3.) กระบวนการและนวัตกรรม 4.) เทคโนโลยี และ 5.) ข้อมูลและการวิเคราะห์ นอกจากนี้ยังมองว่า ควรให้ความสำคัญเรื่องต้นทุนและเรื่องของ Process Analysis ด้วย ว่าอะไรเป็น Bottlenecked เลือกโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด รวมถึง Digitize ระบบ HRM ให้ได้มากที่สุด”