ในจำนวนนี้เป็นเครื่องปรับอากาศ 200,000 ชุด สินค้าเครื่องปรับอากาศมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2016 ซึ่งจากข้อมูลของ GFK ตลาดเครื่องปรับอากาศของประเทศไทยในปี 2017 มีแนวโน้มชะลอตัว แต่ยอดขายของไฮเออร์กลับเติบโตสวนทาง สินค้าของไฮเออร์ล้วนเป็นสินค้าระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ โดยไฮเออร์มีศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระดับแนวหน้าใน 10 ภูมิภาคทั่วโลก ได้แก่ ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และอีกหลายแห่ง รวมถึงโรงงานอัจฉริยะและทันสมัยที่ใช้ระบบ IoT ระดับโลก ทั้งยังมีระบบลอจิสติกส์และระบบบริการหลังการขายระดับแนวหน้า ไฮเออร์วางเป้าหมายว่าจะต้องขึ้นเป็นผู้นำในตลาดประเทศไทยให้ได้ในเร็ววันนี้
“การทำตลาดเครื่องปรับอากาศ ของไฮเออร์จะมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น Inverter, Self-cleaning และ Smart Air Conditioner ซึ่งไฮเออร์ถือว่าเป็นผู้นำตลาดในด้านเหล่านี้อยู่แล้ว สำหรับกลยุทธ์ของเครื่องปรับอากาศไฮเออร์ จะปรับตำแหน่งของเครื่องปรับอากาศไฮเออร์ให้อยู่ในระดับไฮเอนด์ ทำให้เครื่องปรับอากาศไฮเออร์เติบโตในประเทศไทยอย่างรอบด้าน โดยปัจจุบันไฮเออร์มีทั้งฝ่ายวิจัยพัฒนา ฝ่ายการผลิต และฝ่ายจัดจำหน่าย ครอบคลุมทุกส่วนงานในประเทศไทย
ในปีนี้ ไฮเออร์จะเปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ รวมทั้งสิ้น 8 ซีรีส์ 25 รุ่น ประกอบไปด้วยเครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง 7 ซีรีส์ 24 รุ่น และเครื่องปรับอากาศแบบตั้งพื้น 1 ซีรีส์ 1 รุ่น โดยสินค้าเด่นจะเป็นเครื่องปรับอากาศแบบอินเวอร์เตอร์ ที่มีฟังก์ชั่นที่น่าสนใจเช่น Eco-pilot Sensor เซ็นเซอร์อัจฉริยะ ตรวจจับคนในห้องและสามารถสั่งการให้ลมเย็นได้ตามต้องการ Light Sensor วัดความร้อนและความเข้มของแสงที่เข้ามาในห้องเพื่อให้เครื่องปรับอากาศปรับอุณหภูมิให้เย็นอยู่ตลอดเวลา Human Sensor ตรวจจับความเคลื่อนไหวของคนภายในห้อง ส่งความเย็นได้ตรงจุด PID DC Inverter ประหยัดมากกว่าด้วยการควบคุมการทำงานคอมเพรสเซอร์และมอเตอร์ช่วยให้ประหยัดไฟได้มากขึ้น Smart Control ด้วยการควบคุมเครื่องปรับอากาศ ผ่านสมาร์ทโฟน ด้วยระบบ WiFi และมากกว่าอินเวอร์เตอร์ด้วย เทคโนโลยี Self-cleaning หนึ่งเดียวที่เครื่องปรับอากาศสามารถล้างได้ด้วยตัวเอง เพียง 20 นาที ผู้ใช้จึงสามารถล้างแอร์ได้บ่อย และส่งผลดีต่อสุขภาพ
การยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ในครั้งนี้ ไฮเออร์จะทำแบบครบวงจร รวมถึงลงทุนทำหน้าร้านกับดิสเพลย์ และขยายตลาดในส่วนของไฮเออร์โซน, สเปเชียลช็อป ล่าสุดไฮเออร์มีการเปิด Shop in Shop ที่ชั้น 4 สยามพารากอน ซึ่งลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด สามารถเลือกชมได้สะดวกมากขึ้น และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โดยในช่วงครึ่งปีหลัง ได้นำตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็น Mid-High End เข้ามาจำหน่ายเพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในการเข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากขึ้น โดยไฮเออร์จะมีกิจกรรมทางการตลาดทุก ๆ ประเภท ไม่ว่าจะเป็น Seasonal Activity กับทางหน้าร้านของดีลเลอร์เองหรือว่ากิจกรรมทางการตลาดอื่นๆ มากมาย
ไฮเออร์เป็นยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศจีนที่ประสบความสำเร็จในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีรายได้ 30.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีผลกำไร 2.89 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ.2558 ดังนั้น จึงเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ภายในบ้านรายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งทางการตลาด ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุด ในการวิจัยด้านกลยุทธ์สำหรับตลาดผู้บริโภคได้ยกให้ไฮเออร์เป็นแบรนด์เครื่องใช้ภายในบ้านอันดับ 1 ของโลกในด้านส่วนแบ่งทางการตลาดติดต่อกันเป็นระยะเวลา 8 ปี