ด้านนายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ความสำเร็จของการจัดงานฯ ครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือเป็นอย่างดีของทุกฝ่ายทั้งพันธมิตรภาครัฐและเอกชนภายใต้แนวทาง หนึ่งกระทรวง หนึ่งงานนิทรรศการ (One Ministry One Expo) เพื่อเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมไมซ์ภายในประเทศ โดยการสร้างงานมหกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับชาติที่ใหญ่ที่สุด นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนภายในประเทศและนานาชาติแล้ว ยังสร้างรายได้ที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูงอีกด้วย
ในฐานะที่เป็นงานที่เกิดขึ้นครั้งแรกและยังอยู่ในสถานการณ์โควิด เราถือว่าประสบความสำเร็จสูงมากสามารถสร้างมูลค่าจากการค้า การเจรจาธุรกิจ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ทั้งในแบบ Online และ On Site ได้สูงถึง 10,658 ล้านบาท โดยเป็นการจับคู่ธุรกิจแบบ Online ทั้งหมด 241 คู่ธุรกิจ และ On Site ทั้งหมด 200 คู่ธุรกิจ และคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องได้อีกจาก E-Marketplace ของการจัดงาน ซึ่งยังคงเปิดให้บริการต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.thailandhealthexpo.com
นอกจากจะประสบความสำเร็จด้านธุรกิจจากการจัดงานแล้ว จำนวนผู้เข้าร่วมงานยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 5 หมื่นคน ซึ่งการจัดงานแบบไฮบริด (Hybrid) ทำให้มีความสะดวกต่อการเข้าร่วมงานของทั้งผู้ร่วมงานในประเทศและต่างประเทศที่สามารถเยี่ยมชมการจัดงาน ร่วมฟังการประชุมสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจต่างๆ และร่วมกิจกรรมกับการจัดงานได้เสมือนมาร่วมการจัดงานจริงผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงยังได้รับความสนใจจากประชาชนในการเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กและวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 อีกเป็นจำนวนมาก
งานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ เอ็กซ์โป 2022 ถือเป็นต้นแบบและมาตรฐานใหม่ของการจัดงานตามแนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดงานไมซ์ตามมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID free setting) ภายใต้การจัดงานแบบ 2HY (Hygiene & Hybrid) ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการจัดงานเพื่อความปลอดภัย ซึ่งจะสร้างความมั่นใจต่อการจัดประชุม สัมมนา การจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเว้นต์ต่าง ๆ ในประเทศให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มศักยภาพและปลอดภัย