สิงห์ – คาร์ลเบอร์กส
จากคู่แข่ง เป็นคู่พาร์ทเนอร์
ย้อนไปร่วม 30 ปีที่แล้ว ที่เบียร์ระดับโลกอย่างคาร์ลสเบอร์ก เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ครั้งนั้น คาร์ลสเบอร์กจับมือเป็นพันธมิตรกับคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ตลาดเบียร์ครั้งแรกของคุณเจริญก็ว่าได้ หลังจากที่ทำตลาดเหล้ามาหลายปี
ทั้งคู่ร่วมทุนกันทำโรงงานเพื่อผลิตเบียร์คาร์ลสเบอร์กขายในตลาดเมืองไทย การเข้าตลาดในครั้งนั้น คาร์ลสเบอร์ก ถูกวางไว้ให้ชนกับเบียร์สิงห์ที่เป็นเจ้าตลาดเบียร์โดยตรง เรียกได้ว่า ไม่ได้มีการเข้าไปในตลาดพรีเมียมเบียร์เหมือนกับที่ไฮเนเก้นทำ แต่เลือกที่จะโจมตีเจ้าตลาดเพื่อวัดพลังกันเลย
อย่าลืมว่าในช่วงนั้น เบียร์สิงห์ค่อนข้างแข็งแกร่ง เรียกได้ว่าแทบจะเป็นแบรนด์เดียวที่กุมทิศทางของตลาดเบียร์เอาไว้ในมือ เมื่อคาร์ลสเบอร์กเข้ามาทำตลาดโดยไม่ได้เอาความโดดเด่นของการเป็นแบรนด์พรีเมียมระดับโลกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเข้ามาทำตลาด
ผลก็คือ คาร์ลสเบอร์กพ่ายศึกในยกแรก.....
แม้จะมีความพยายามในการปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการ Re Positioning เพื่อดันตัวเองไปเป็นพรีเมียมเบียร์ พร้อมกับปรับสีขวดจากขวดสีชา มาเป็นขวดสีเขียวตามสไตล์ของพรีเมียมเบียร์ แต่ความพยายามในครั้งนั้นก็ออกมาไม่ดีนัก จนท้ายที่สุดต้องถอนตัวออกจากตลาดเบียร์เมืองไทย
พร้อมกับทิ้งบทเรียนไว้มากมาย หนึ่งในนั้นถูกนำมาเป็นบันไดในการปีนข้ามเข้ามาทำตลาดของเบียร์ช้างที่เสี่ยเจริญได้เรียนรู้อะไรมากมาย จนสามารถดันให้เบียร์ช้างก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่ไล่บี้กับค่ายสิงห์ได้อย่างสนุก และผลการแข่งขันยังเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดเบียร์ของบ้านเรา โดยเฉพาะในมุมของการฟาดฟันกันระหว่างเบียร์ช้างกับลีโอของค่ายสิงห์ที่มีส่วนในการช่วยขยายฐานการดื่มเบียร์ของบ้านเราให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นกว่าแสนล้านบาท
กล่าวสำหรับคาร์ลสเบอร์กแล้ว หลังจากถอนตัวออกจากตลาดไทยเมื่อครั้งนั้น ก็พยายามที่จะกลับเข้ามาทำตลาดในบ้านเราอีกครั้ง
แต่ในครั้งนี้ ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะพาร์ทเนอร์ที่จะเข้ามาช่วยกันทำตลาดกลับกลายเป็นค่ายสิงห์ที่เคยเป็นคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันมาก่อน
การจับมือในครั้งนี้ คาร์ลสเบอร์กจะได้พันธมิตรที่มีฐานแข็งแกร่งในเรื่องของระบบจัดจำหน่ายอย่างค่ายสิงห์ที่จะเข้ามาช่วยทำให้การเข้าตลาดเบียร์เมืองไทยง่ายขึ้น
เพราะใครๆ ก็รับรู้ว่า ระบบ จัดจำหน่าย ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำตลาดเบียร์ ที่นอกจากแบรนด์แล้ว ตัวที่เข้ามาชี้ ผลแพ้ – ชนะ ยังอยู่ที่เรื่องของระบบการจัดจำหน่าย
คาร์ลสเบอร์ก ได้พันธมิตรที่มีความพร้อมในเรื่องของเครือข่ายการจัดจำหน่ายมากที่สุด เป็นตัวเกื้อหนุน ซึ่งแรงผลักดันสำคัญ ส่วนหนึ่ง น่าจะอยู่ที่ ก่อนหน้านั้น ทางไฮเนเก้น คู่แข่งสำคัญที่ฟาดฟันกันมาตั้งแต่ตลาดระดับโลก ไล่มาถึงย่านอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญ เพราะมีการเติบโตค่อนข้างดี โดยไฮเนเก้นมีเครือข่ายของพันธมิตรอย่างเอเชีย แปซิฟิก บริวเวอรี่ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำตลาดในย่านอาเซียน โดยเฉพาะใน CLMV ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของคาร์ลสเบอร์กเช่นกัน
การมองหาพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่ง เป็นเรื่องจำเป็น สำหรับการกลับเข้ามาตลาดในครั้งนี้ของคาร์ลสเบอร์ก ที่เมื่อได้พันธมิตรอย่างสิงห์เข้ามาร่วมทำตลาดจึงเป็นเรื่องที่ดี
สำหรับสิงห์เองการขับเคี่ยวกับช้างต่อจากนี้ไป ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ตลาดภายในประเทศ ยังมีตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ที่จะเป็นด่านทดสอบสำคัญ การมีคาร์ลสเบอร์ก เข้ามาเป็นพันธมิตร จึงเป็นแรงเกื้อหนุนชั้นดี
เพราะคาร์ลสเบอร์ก มีความแข็งแกร่งในตลาดเอเชีย ทั้งในแง่โรงงานที่เป็นฐานการผลิต 8 โรงงาน ในลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย รวมทั้งเครือข่ายการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมในหลายประเทศ จะเข้ามาช่วยเป็นแรงส่งสำคัญ
ถือเป็นการผนึกพันธมิตรที่ทำให้ 1 + 1 ได้ผลลัพธ์ที่มากกว่า 2
แถมเป็นการผนึกกันของพันธมิตรที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่ต่อกรกันมาก่อนเสียด้วยสิ