เมื่อกล่าวถึงวัสดุทดแทนไม้ เชื่อว่าหลายๆ คนจะนึกถึงชื่อ “เฌอร่า” เนื่องจากเป็นแบรนด์แรกที่เริ่มต้นทำวัสดุทดแทนไม้จนประสบความสำเร็จ ทำให้ชื่อนี้กลายเป็น Generic Name ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ที่ทุกคนเรียกติดปากมาอย่างยาวนาน
ผนวกกับการทำความเข้าใจและเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ส่งออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เฌอร่าสามารถรักษาตำแหน่งแบรนด์ไม้และวัสดุทดแทนไม้ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือมากที่สุดเป็นอันดับ 1 จากผลสำรวจรางวัล 2023 Thailand’s Most Admired Brand

คุณวรณัน วิสิฐนรภัทร รองผู้อำนวยการบริหารการตลาด บริษัท เฌอร่า จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความท้าทายในช่วงปีที่ผ่านมาว่า สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 สร้างความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่อง ทั้งจากปัจจัยภายในที่ต้องเผชิญกับเรื่องค่าพลังงานและต้นทุนสินค้าที่แพงขึ้น ทำให้บริษัทต้องมีการปรับตัว และปัจจัยภายนอกจากสถานการณ์โรคระบาดมีแนวโน้มคลี่คลายลง ผู้บริโภคกลับมาใช้ชีวิตเหมือนช่วงก่อนการแพร่ระบาด การท่องเที่ยวฟื้นตัวมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันผู้คนก็ระวังการใช้จ่ายมากขึ้นเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ในฐานะผู้ผลิต เฌอร่ายังคงดำเนินการศึกษาข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค เพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของกลุ่มเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ จากข้อมูลการใช้งานของช่างรับเหมา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าสำคัญของเฌอร่าพบว่าสิ่งที่สำคัญในการใช้งานของกลุ่มผู้รับเหมา คือปัญหาในการเจาะสกรูยึดไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดกับโครง ซึ่งบอร์ดที่ดีควรเจาะแล้วไม่แตกง่าย หากเจาะแล้วแตกอาจจะต้องทำการปิดรอยหรือเปลี่ยนแผ่นใหม่ ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้แผ่นบอร์ดที่เรียบเนียนจะประหยัดเวลาในการติดตั้งด้วยเช่นกัน เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาสกิมด้านหน้าให้เรียบเนียน
“การเข้าถึงผู้บริโภคแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน เรา Customize การสื่อสารให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป”

เฌอร่าจึงพัฒนาสินค้า แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ เฌอร่า บอร์ด โปร ผลิตด้วยเทคโนโลยี FyberTec เป็นนวัตกรรมไฟเบอร์ซีเมนต์เฉพาะของเฌอร่า ที่ช่วยจัดเรียงเส้นใยด้วยเทคนิคพิเศษ ทำให้สามารถผลิตแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ที่มีเนื้อเหนียว เจาะไม่แตก และมีผิวหน้าที่เรียบเนียน ประหยัดสีมากกว่าบอร์ดทั่วไปถึง 20% ทำให้ช่างทำงานง่าย ประหยัดแรง ประหยัดเวลา และประหยัดค่าใช้จ่าย
“หลังจากปล่อยเฌอร่า บอร์ด โปร สู่ท้องตลาด ทำให้ยอดขายของบอร์ดเติบโตขึ้นถึง Double Digit นับว่าเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง ทางแบรนด์จึงจะยังคงเดินหน้าทำตลาดสินค้าดังกล่าวต่อเนื่องตลอดทั้งปี” คุณวรณัน กล่าว

ในปีนี้ทางแบรนด์เดินหน้าเสริมทัพความเป็นผู้นำในกลุ่มสินค้าไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ผ่านแคมเปญ ด้วยการชูจุดแข็ง ไม้สีสำเร็จ เพื่อบ้านสวยทนที่มากกว่ากับไม้เฌอร่าทุก Application ตั้งแต่หลังคา ฝ้า ผนังจนถึงไม้พื้น ไม้เฌอร่าที่ผลิตด้วยเทคนิค 6x6 Protex เกราะสี 6 ชั้นปกป้อง 6 ด้าน ไม้สีสำเร็จที่มีคุณภาพเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน ไม้เฌอร่ามีเกราะด้านหน้าถึง 6 ชั้น เพื่อคุณภาพไม้สีที่มากกว่า เนื่องจากมีการลงตั้งแต่ชั้น Primer ถึงชั้น Protective เพื่อสีที่สดใส ป้องกันความชื้นและปกป้องจากแสง UV ทำให้สียึดติดทนนานไม่ลอกล่อน ส่วนการปกป้อง 6 ด้าน เฌอร่าได้มีเทคนิคการเคลือบไม้ทั้ง 6 ด้านเพื่อปกป้องความชื้นที่จะซึมเข้าสู่เนื้อไม้และอาจทำให้ไม้เสื่อมสภาพ โดยเทคนิคดังกล่าวเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของบ้านที่กังวลเรื่องการทาสีหน้างาน ไม้สีสำเร็จของเฌอร่าทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพของสีและฝีมือการทา นอกจากนี้ไม้เฌอร่าเองมีสีให้เลือกหลากหลาย เรียกได้ว่ามากที่สุดในตลาด ทั้งสีในกลุ่ม Wood Color และกลุ่ม Non Wood Color
ตลอดจนการเข้ามาของกระแสตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น จนกลายมาเป็นเทรนด์ที่เข้ามาครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เฌอร่าเห็นแนวโน้มการเติบโตของดีมานด์ในท้องตลาดข้างต้นจึงออกผลิตภัณฑ์ไม้ Grey Series ไม้สีสำเร็จทางเลือกใหม่สำหรับเทรนด์แต่งบ้าน คุมโทนสีเทาสไตล์โมเดิร์น ครบทุก ฟังก์ชั่นการใช้งานทั้งไม้ฝา ไม้พื้น ไม้ระแนง และไม้เชิงชาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของแบรนด์ในการเข้ามาตอบโจทย์ลักษณะการใช้งานจริงของผู้บริโภคอยู่เสมอ
คุณวรณัน กล่าวเพิ่มเติมว่า เฌอร่าไม่เพียงมุ่งตอบรับเสียงผู้บริโภคตามความต้องการที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาและความต้องการต่างๆ จากลูกค้าเสมอ เนื่องจากทำให้แบรนด์ทราบข้อที่ควรพัฒนาในผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงวิธีการใช้งานจริงจากช่างหรือเจ้าของบ้านโดยตรง
“บางครั้งสินค้าได้ถูกนำไปปรับและใช้ประโยชน์ต่างจากที่เราตั้งใจไว้ การรับฟังเสียงจากการใช้งานจริง พร้อมทำความเข้าใจว่าทำไมลูกค้าจึงใช้งานเช่นนั้นทำให้เป็นการเปิดโอกาสนำไปสู่การต่อยอด และผลักดันสินค้าเฌอร่าไปในทางที่กว้างขึ้นและตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงในตลาด”

ยิ่งไปกว่านั้น ในแง่ของการใส่ใจผู้บริโภค เฌอร่ามองลึกลงไปในทุกรายละเอียด จึงสังเกตได้ว่าที่ผ่านมายอด Digital Adoption Rate พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ปีล่าสุดยอดดังกล่าวเริ่มมีการชะลอตัวลง ตลอดจนพบว่าผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าที่หน้าร้านเพิ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อให้สามารถรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทางแบรนด์จึงปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจมาใช้วิธี Omni-channel หรือการผสมผสานการซื้อ-ขายสินค้าที่หน้าร้านและออนไลน์ เข้ามาเป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
“เราพัฒนา Online Shopping มากขึ้น แต่ยังคงความสัมพันธ์และให้ความสำคัญกับช่องทางหน้าร้านทั้ง Modern Trade และ Traditional Trade ไม่น้อยไปกว่ากัน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของเราได้ทั้งจากทางออนไลน์และออฟไลน์” คุณวรณัน กล่าวทิ้งท้าย