คริสเตียน โอลอฟสัน ผู้อำนวยการศูนย์การค้าและโครงการมิกซ์ยูส อิเกีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เราตั้งเป้าหมายให้เมกาบางนาเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ทันสมัย และเป็นเมืองที่คนสามารถทำงานและพักอาศัย รวมทั้งช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง และใช้เวลากับครอบครัว โดยเราจะแบ่งการพัฒนาเป็นหลายเฟส ซึ่งในที่สุดแล้ว โครงการเมกาซิตี้จะเป็นศูนย์รวมแห่งประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม อาคารสำนักงานที่พักอาศัย และสวนพักผ่อน บนพื้นที่ 400 ไร่ เราจะสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้มากกว่า 250,000 คนต่อวัน ตามรูปแบบการพัฒนาแบบยั่งยืนในระดับเมือง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโครงการ “เมกาซิตี้”
พื้นที่บางนาเป็นพื้นที่ชานเมืองที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและลูกค้าทั่วไปมากที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยกำลังซื้อของคนในพื้นที่ สถานศึกษาที่มีคุณภาพ และระยะทางที่ใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติและโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก รวมทั้งระบบขนส่งมวลชนในอนาคต ทั้งรถไฟฟ้า MRT และรถโมโนเรล ทำให้นักพัฒนาและนักลงทุนสนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาเมกาบางนาและเมกาซิตี้ คริสเตียนกล่าว
ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นเฟสแรกสำเร็จตามเป้าหมาย คือ เมกา ฟู้ดวอล์ค ซึ่งส่วนต่อขยายนี้ทำให้เราเพิ่มจำนวนร้านอาหารให้ลูกค้าได้เลือกมากถึง 160 ร้าน โดยในปีนี้เราจะมีผู้เช่าใหม่กว่า 100 ราย และเรายังมีโครงการปรับปรุงพื้นที่เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้า เราตั้งใจจะทำให้เมกาบางนาเป็นสถานที่พบปะ (meeting place) ที่เป็นมากกว่าที่ช้อปปิ้ง ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะมี เดอะ มาร์เวล เอ็กซ์พีเรียนซ์ และโรงเรียนประถมศึกษานานาชาติดิษยะศริน กรุงเทพ โดยจะเปิดให้บริการให้ช่วงเดือนพฤษภาคม และสิงหาคมนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญภายใต้เป้าหมายของโครงการเมกาซิตี้”
สำหรับปี 2561 เมกาบางนาทุ่มงบการตลาดเพิ่มอีก 20% จากปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับส่วน ต่อขยายที่เปิดใหม่ กับกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น ทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเมกาบางนาคาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่ม 10% ในปีนี้
“เราตั้งใจมอบประสบการณ์เพื่อให้ลูกค้าประทับใจโดยการสร้างสรรค์ “ซิกเนเจอร์ อีเว้นท์” ซึ่งที่ผ่านมา งาน “เมกา เคาท์ดาวน์ 2018” ทำให้เราติดอันดับต้นๆของสถานที่เคาท์ดาวน์ที่ดีที่สุดของกรุงเทพตะวันออก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คแห่งการเคาท์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพ โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 350,000 คน ในช่วงวันส่งท้ายปี และปีนี้เรายังร่วมมือกับวอลท์ ดิสนีย์ เพื่อวางแผนจัดงานดรีม บิ๊ก พริ๊นเซส (Dream Big Princess) ซึ่งจะสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับกลุ่มลูกค้าเด็กๆ อีกด้วย”
“เราให้ความสำคัญกับทุกความคิดเห็นของลูกค้าตลอดเวลา ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เราเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี และเป็นแนวทางให้เราพัฒนา เรามุ่งมั่นจะทำให้เมกาบางนาเป็นสถานที่พบปะอย่างแท้จริง ที่ซึ่งลูกค้าจะรู้สึกพิเศษและได้ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่อื่น ในทุกครั้งที่มาใช้บริการ” ปพิตชญากล่าว