เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์โควิดกลายเป็นจุดเปลี่ยนตลาด และทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจบ้านเดี่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวระดับกลางบน นี่จึงเป็นเซ็กเม้นต์ที่ดีเวลลอปเปอร์ต่างหันมาช่วงชิงเค้กก้อนนี้มากขึ้น แต่ SC Asset ไม่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรง กลับกันได้เพิ่มโอกาสให้กับแบรนด์ด้วยซ้ำ ปี 2022 เป็นปีที่ SC Asset สร้างสถิติ New High ทั้งฝั่งแนวราบและยอดขายรวม โดยมียอดขายแนวราบสูงถึง 19,688 ล้านบาท เติบโต 13% ยอดขายรวมที่ 24,468 ล้านบาท เติบโต 12% แต่ตัวเลขที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือการเปิดโครงการแนวราบมากที่สุดจำนวน 25 โครงการ มูลค่ารวม 37,460 ล้านบาท ซึ่ง 70% เป็นบ้านระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท และสามารถปิดการขายโครงการแนวราบได้ถึง 23 โครงการ โดยเฉพาะแบรนด์บางกอก บูเลอวาร์ด และแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ดที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อย่างในปีที่ผ่านมาแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขุมวิท-ศรีนครินทร์ Sold Out ตั้งแต่วันแรกที่เปิดโครงการ
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : TerraBKK.com -
https://www.terrabkk.com/news/202945 ตัวเลขทั้งหมดนี้จึงเป็นการตอกย้ำว่าผู้บริโภคให้การยอมรับและเชื่อมั่นบ้านเดี่ยวของ SC Asset มากแค่ไหน สอดคล้องกับผลการสำรวจ
2023 Thailand’s Most Admired Brand ที่ BrandAge จัดทำเป็นครั้งแรกก็พบว่า SC Asset ครองตำแหน่งแบรนด์บ้านเดี่ยวที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุด
คุณณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ หัวหน้าสายงานการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงบ้านเดี่ยว SC Asset ว่ายอดขายดีไม่มีแผ่วตั้งแต่ก่อนโควิดจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะบางกอก บูเลอวาร์ด ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป และแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราคา 30 ล้านบาทขึ้นไป ที่บริษัทโฟกัสและเปิดโครงการมากที่สุดในปีที่ผ่านมา เพื่อทดแทนซัพพลายที่ขายหมดไปก่อนหน้านี้ และตอบรับดีมานด์บ้านเดี่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงโควิด
“เราเชื่อว่าการที่ลูกค้าเลือก SC Asset เป็นแบรนด์แรกๆ เวลานึกถึงบ้านเดี่ยวเพราะเราพัฒนาบ้านภายใต้แนวคิด Human Centric ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของผู้คนทุกเจนเนอเรชั่น ทุกครั้งเราจะยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ภายใต้การทำงาน 3 แกนหลัก นั่นคือดีไซน์ ความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ คุณภาพของวัสดุและช่างรับเหมา และบริการหลังการขายที่แก้ปัญหาด้วยความจริงใจไม่เคยทิ้งลูกค้า ทั้งหมดต้องมาด้วยกัน” สำหรับด้านดีไซน์นั้น SC Asset มีการทำวิจัยอย่างละเอียดทำความเข้าใจถึงความต้องการลูกค้าทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ศึกษาเทรนด์การอยู่อาศัยเพื่อออกแบบสเปซสำหรับทุกคนในครอบครัว และสร้างความมีส่วนร่วมของพนักงานในการนำเสนอ Pain Point ต่างๆ ทำให้บ้านมีดีไซน์โดดเด่น ด้วยการบุกเบิกนิวซีรีส์ และนิวฟังก์ชั่นออกสู่ตลาดอยู่เสมอ
ยกตัวอย่าง “ดับเบิลลิฟวิ่ง” ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้แต่ละคนมีทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนรวมในบ้านหลังเดียวกัน เช่น ฟังก์ชั่นมุม ลิฟวิ่งรูม มีโซฟาแยกเป็นสัดส่วนภายในห้องนอน สามารถดูทีวีหรือดูมือถือโดยไม่รบกวนการนอนหลับของอีกคนหนึ่ง, แฟมิลี่รูมชั้น 2 เพื่อให้ทุกคนใช้เวลาอยู่ร่วมกันก่อนเข้าห้องนอนของตนเอง, มาสเตอร์เบดรูมขนาดใหญ่แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น รวมถึง Walk-in Closet และห้องน้ำมาสเตอร์เบดรูมขนาดใหญ่แยกส่วน His & Her
“บ้านสไตล์นอร์ดิกลักชัวรี่” ซึ่ง SC Asset เป็นเจ้าแรกที่แนะนำดีไซน์นี้ออกสู่ตลาดจนเป็นที่นิยม หลังยุคอินสตาแกรมเริ่มเป็นที่แพร่หลาย คนส่วนใหญ่ชอบถ่ายรูปลงสตอรี่เพื่อแสดงออกถึงตัวตนและรสนิยม นำมาซึ่งการถอดรหัสดีไซน์แบบบ้านให้แตกต่างจากเดิม โดยดีไซน์บ้านหน้าจั่วรูปทรงสามเหลี่ยมสูงและให้เป็นพื้นที่รับแสง จนกลายเป็นซีรีส์ที่ขายดีจนถึงปัจจุบัน
“ลา-ไน” เป็นซีรีส์ล่าสุดที่เปิดตัวไปในช่วงโควิด หลังลูกค้าต้องอยู่บ้าน 24 ชั่วโมง และเทรนด์การทำงาน WFH จึงออกแบบระเบียง ในร่ม หรือพื้นที่ Semi-outdoor ที่มีขนาดใหญ่มากพอสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ตามความต้องการ รองรับการทำกิจกรรมได้หลากหลาย เพื่อให้ลูกค้ามีกิจกรรมผ่อนคลายที่บ้าน เช่น เป็นพื้นที่ลงต้นไม้ จัดสวนออกกำลังกาย หรือแม้แต่พื้นที่ทำงานส่วนตัว เป็นต้น
“บ้านคนโสด” ที่ออกแบบมาเพื่อคนโสดโดยเฉพาะ พร้อมฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์คนโสดในทุกไลฟ์สไตล์ตั้งแต่คนยังไม่แต่งงาน โสดแบบอยู่กับพ่อแม่ แบบอยู่กับสัตว์เลี้ยง แม้แต่ครอบครัวที่ไม่มีลูก หรือเป็นคุณพ่อ-คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ด้วยการออกแบบเลย์เอาท์บ้านที่มีจำนวนห้องนอนน้อย เพิ่มสเปซใหญ่ขึ้นเพื่อทำกิจกรรมเพิ่มประสบการณ์การอยู่อาศัย นอกจากนี้แล้ว SC Asset ก็ยังได้ทำการพัฒนาบ้านซีรีส์ใหม่ๆ อื่นๆ อีกมากมาย
“บ้านดีไซน์ที่สวยงาม และโดดเด่นมาจากการที่เรามีทีมงานที่ดี SC Asset มีความเชื่อว่า One size doesn’t fit all. เราจึงมีทีม Product Design & Innovation ออกแบบ Inclusive Product ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม และเข้าถึงกลุ่มคอมมูนิตี้ใหม่ๆ ในแบบ Personalized มากขึ้น เช่น บ้านสำหรับเกมเมอร์ เป็นต้น” คุณณัฏฐกิตติ์ กล่าวย้ำ
สำหรับปีนี้ SC Asset วางแผนเปิดตัวบ้านเดี่ยว 22 โครงการ มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท โดยมี 95E1 Urban Luxury Collection ราคา 100 ล้านบาทขึ้นไปเป็นโปรดักต์ไฮไลท์ ชูความต่างตั้งแต่ไพรม์โลเคชั่นทำเลในเมือง และดีไซน์บ้าน 3 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 840 ตร.ม. เจาะตลาด Young Successor อายุ 35 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด และเดอะ เจนทริถึง 16 โครงการ เพื่อครองความเป็นเบอร์ 1 ในตลาดลักชัวรี่ โดยมีทำเลไฮไลท์ในย่านราชพฤกษ์ กรุงเทพกรีฑาและบางนา