หนี้ครัวเรือน เศรษฐกิจชะลอตัว ตลอดจนสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนต่างๆ ล้วนเป็นโจทย์ยากของวงการอสังหาในปีนี้ทำให้บรรดาดีเวลลอปเปอร์ทั้งรายใหญ่ กลาง และเล็ก ตัดสินใจเบรกการลงทุนโครงการใหม่ หรือเปิดตัวลดลง มุ่งเน้นระบาย “สต๊อกเก่า” เพื่อรักษาสภาพคล่องมากกว่า
แต่สำหรับ SC Asset เลือกที่จะไปต่อด้วยการเปิดตัวทาวน์โฮมแบรนด์ใหม่ “Matter” บนทำเลงามวงศ์วาน แม้จะยังไม่ทันเปิดตัวแต่พบว่ายอดจองพุ่งกว่า 40% แล้ว
ฟีดแบคที่สวนทางกับตลาดกำลังจะบอกอะไรเรา?
ณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ Senior Executive Vice President - Marketing & Innovation บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) เฉลยว่าปกติแล้วลูกค้าบ้านและคอนโดจะมีความต้องการที่แตกต่างกัน นั่นคือ กลุ่มลูกค้าคอนโดอยากได้ทำเลที่สะดวกใกล้ระบบขนส่งรถไฟฟ้า ห้อมล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าที่กินที่เที่ยว แต่ยอมแลกมาด้วยพื้นที่จำกัด ในขณะที่กลุ่มลูกค้าแนวราบ ชอบพื้นที่กว้างๆ ไว้ทำกิจกรรมต่างๆ กับครอบครัว แม้จะอยู่ไกลชานเมืองก็ตาม
แต่จากการมอนิเตอร์พฤติกรรมลูกค้าตลอดเวลาโดยเฉพาะ กลุ่ม Gen Z ที่ SC Asset กำลังเจาะตลาด พบว่ายังมีกลุ่มคนตรงกลางที่อยากได้ทั้งสเปซแต่มีไลฟ์สไตล์ให้ได้ทำอะไรอย่างอื่น นอกจากเพื่อตัวเองแล้วยังเผื่อไปยังสัตว์เลี้ยง
โปรดักท์ที่จะมาตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ได้ เลยจะต้องเป็น “บ้านในทำเลคอนโด”
SC Asset เลยหยิบที่ดินในทำเลงามวงศ์วานมาทำโปรดักท์นี้ เพราะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง , เดอะมอลล์ งามวงศ์วานแถมเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์กำลังปรับโฉมใหม่เป็นเซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ ซึ่งจะเปิดตัวปีหน้า โดยออกแบบเป็นโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 158-198 ตร.ม. ราคา 5.99 - 12 ล้านบาท

ณัฏฐกิตติ์ ยกตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างคอนโดทำเลในเมืองกับทาวน์โฮม Matter ว่าคอนโดขนาด 3 ห้องน้ำ 2 ห้องนอน 78 ตร.ม. ราคา 5.99 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ยตร.ม. ละ 76,000 บาท ในขณะที่ Matter ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 158 ตร.ม. ในราคา 5.99 ล้านบาทเท่ากัน จะตกเฉลี่ย ตร.ม. 38,000 บาท นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ยอดจอง Matter นำหน้าไปแล้วกว่า 40% ตั้งแต่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
“สำหรับเราแนวราบยังไปได้ดี โดยปีนี้ SC Asset เปิดตัวบ้านแนวราบทั้งหมด 12 โครงการ มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท ประกอบไปด้วย SONLE 1 โครงการ Grand Boulervard 2 โครงการ Bangkok Boulervard 5 โครงการ และ Matter แบรนด์น้องใหม่ล่าสุด 1 โครงการ พบว่ายอดพรีเซลล์ 5 เดือนแรกของปีนี้โตมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 5%”